#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/657551

วันพฤหัสบดี ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
นายพิศิษฐ ผลิสินเอี่ยม ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสกลนคร กรมชลประทานเปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำในช่วงต้นฤดูฝนของจังหวัดสกลนครยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยแหล่งน้ำขนาดใหญ่มี 3 แห่งได้แก่ เขื่อนน้ำอูนมีปริมาณน้ำเก็บกัก 226.75 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 43.61 ของปริมาณการกักเก็บ เขื่อนน้ำพุงมีปริมาณน้ำเก็บกัก 68.203 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 41.22 ของปริมาณการกักเก็บ และบึงหนองหารมีปริมาณน้ำ 126.246 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 54.79 ของปริมาณการกักเก็บ ยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 511.205 ล้านลบ.ม.
ส่วนแหล่งน้ำขนาดกลาง ขนาดเล็กและแหล่งน้ำในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งหมด 112 แห่ง มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 107.058 ล้านลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 54.96 ของปริมาณการกักเก็บ ยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 106.482 ล้านลบ.ม
อย่างไรก็ตาม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือน้ำหลากในช่วงฤดูฝน ได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการน้ำหลากและอุทกภัยปี 2565 ขึ้นโดยได้มีการตรวจสอบความมั่นคงและสภาพพร้อมใช้งานของอาคารชลประทานควบคุมป้องกันน้ำท่วม 16 แห่ง ใน 8 ลำน้ำสายหลัก ได้แก่ ลำน้ำสงครามตอนบน-ตอนล่าง ลำน้ำยาม ลำน้ำอูน ลำน้ำพุง
ลำน้ำก่ำ ลำห้วยปลาหาง และลำน้ำห้วยทวยพร้อมทั้งกำจัดสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำในคลองระบายน้ำ D3-1 (เขื่อนน้ำอูน) ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจุดที่น้ำท่วมประจำทุกปี ได้แก่ เทศบาลอำเภอพรรณนานิคม พื้นที่สาธารณะหนองสนม และโรงปรับปรุงคุณภาพน้ำเทศบาลนครสกลนคร กำหนดระดับวิกฤตและจุดเฝ้าระวังติดตาม/เตือนภัยจากสถานการณ์น้ำบริเวณสะพาน ประตูระบายน้ำ(ปตร.) รวม 18 จุด และเฝ้าระวังพื้นที่จุดเสี่ยงอีก 35 จุดพร้อมกำหนดบุคลากรในการรับผิดชอบในทุกจุด
นอกจากนี้ยังได้มีการปรับปฏิทินการปลูกข้าวในพื้นที่เกษตรลุ่มต่ำสองฝั่งหนองหาร (ป่าบุ่งป่าทาม) ให้ปลูกเร็วขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้เก็บเกี่ยวเรียบร้อยแล้ว สามารถใช้เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำหลากได้อีกประมาณ 137 ล้านลบ.ม.
“ขณะนี้กรมชลประทานกำลังดำเนินการก่อสร้างปตร.ลำน้ำพุง-น้ำก่ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำตัดยอดน้ำจากลำน้ำพุงซึ่งมีอิทธิพลต่อปริมาณน้ำที่ไหลลงหนองหารถึงร้อยละ 55 ของปริมาณน้ำทั้งหมด เป็นการจัดจราจรน้ำให้ผันลงสู่น้ำก่ำด้านท้ายปตร.หนองบึง คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2566 ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำทั้งในช่วงน้ำหลากและช่วงฤดูแล้ง ทำให้ประชาชพื้นท่่ี่มีความมั่นคงด้านน้ำ”