#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/659291

วันศุกร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงผึ้ง 35,405 รายสร้างผลผลิตน้ำผึ้ง เกิดรายได้หมุนเวียนกว่า 2,000 ล้านบาท โดยผลผลิตจากผึ้งของไทยที่มีการส่งออก เป็นผลผลิตที่ได้จากผึ้งพันธุ์มีปริมาณผลผลิตน้ำผึ้งสูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และเป็นอันดับที่ 36 ของโลก จึงเดินหน้าพัฒนาคุณภาพและผลักดันผลิตภัณฑ์จากผึ้งในการเสริมสร้างสุขภาพ ยับยั้งเชื้อโรคและเชื้อไวรัส สร้างเสริมภูมิคุ้มกันและความแข็งแรงให้กับร่างกาย จัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพแมลงเศรษฐกิจ สร้างจุดเรียนรู้และแปลงรวบรวมพันธุ์ ตลอดจนเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตและการตลาดน้ำผึ้ง เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตน้ำผึ้งคุณภาพดี ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และส่งเสริมการแปรรูปสู่ผลิตภัณฑ์ต่างๆ จากผึ้ง ให้เกษตรกรสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจชุมชน ต่อยอดสู่อุตสาหกรรมแปรรูปต่างๆ
นายเข้มแข็งเปิดเผยด้วยว่า ได้วางแนวทางใช้ศูนย์ปฏิบัติการ กรมส่งเสริมการเกษตร 5 ศูนย์ ในพื้นที่ 5 จังหวัด คือเชียงใหม่ ชุมพร ขอนแก่น จันทบุรี และอุตรดิตถ์ สร้างจุดเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพและมูลค่าการผลิตแมลงเศรษฐกิจ เพื่อเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดความรู้และศึกษาดูงานของเกษตรกรและผู้สนใจ รวมถึงจัดทำแปลงขยายและรวบรวมพันธุ์แมลงเศรษฐกิจ ได้แก่ ผึ้งพันธุ์ ผึ้งโพรง ชันโรง จิ้งหรีด และครั่งซึ่งมีการส่งเสริมให้เป็นแมลงเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเลี้ยงผึ้ง ที่ได้มีการส่งเสริมส่งเสริมให้ใช้รังและคอนมาตรฐาน เป็นรูปแบบที่ทำให้ผู้เลี้ยงจัดการรังผึ้งได้สะดวกยิ่งขึ้น สามารถตรวจเช็ครวงผึ้ง เปลี่ยนนางพญา แยกหรือขยายรัง รวมถึงขนย้ายไปในแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ต่อผึ้งได้สะดวก ทำให้ได้ผลผลิตน้ำผึ้งมากขึ้น ตลอดจนสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับผึ้งถึงบทบาทของการเป็นแมลงช่วยผสมเกสรแก่เกษตรกรผู้ปลูกไม้ผล อันจะทำให้ผลไม้มีคุณภาพและได้ผลผลิตในปริมาณที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการจัดงานวันผึ้งโลก ตามประกาศของ Food and Agriculture Organization (FAO) โดยดำเนินการจัดงานเป็นครั้งที่ 5 ที่ ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนผึ้งร่มไทร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช