#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/659253

วันศุกร์ ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
(ซ้าย) เชฟแท๊ป ศุภสิทธิ์ ก๊กผล, เชฟไฮเคิล โจฮารี และเชฟไมโคร เคลเลอร์
เป็นมื้อค่ำสุดพิเศษและสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในงาน “The Good Old Times” A Heart- Warming Six-Hand Collaboration เมื่อ 3 เชฟชื่อดังที่มีความผูกพันกันอย่างลึกซึ้งทั้งในด้านการทำอาหารและชีวิตส่วนตัว นำโดย เชฟไฮเคิล โจฮารี(Haikal Johari) เชฟมิชลิน1 ดาวจากร้าน Alma by Juan Amador ประเทศสิงคโปร์,เชฟไมโคร เคลเลอร์ (Mirco Keller) จากร้าน Keller Bangkok และ เชฟแท๊ป-ศุภสิทธิ์ ก๊กผล จากร้าน Coda Bangkok ได้ร่วมกันรังสรรค์เมนู 8 คอร์ส นำเสนอซิกเนเจอร์เมนูของเชฟแต่ละคน โดยเฉพาะเมนู Original Cold Obsiblue Cold Capellini จากเชฟไฮเคิล โจฮารี
The Good Old Times เป็นการรำลึกถึงช่วงเวลาดีๆ ของทั้ง 3 เชฟที่เคยร่วมงานกันเมื่อ10 ปีที่ผ่านมา เริ่มต้นจากเชฟไฮเคิล โจฮารี (Haikal Johari)เชฟผู้บุกเบิกร้าน Water Library สาขาทองหล่อ ซึ่งถือว่าเป็นร้านอาหารที่ใหม่มากในยุคสมัยนั้น และเชฟแท๊ป-ศุภสิทธิ์ ก๊กผล ได้ไปขอเป็นเด็กฝึกงาน และเป็นเด็กฝึกงานคนไทยเพียงคนเดียวที่ เชฟไฮเคิล รับเข้าฝึกงานอย่างใกล้ชิด ได้พูดกับเชฟแท๊ป แทบจะทุกวันว่า สิ่งที่อยากให้เชฟแท๊ปมีติดตัวตลอดอาชีพการทำอาหารคือ ความถ่อมตนและความไม่ยอมแพ้

แต่หลังจากที่เชฟแท๊ปฝึกงานจบได้ไม่นาน เรื่องราวที่น่าเศร้าก็เกิดขึ้น เมื่อ เชฟไฮเคิล ประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บสาหัส ขนาดที่ว่าไม่สามารถหายใจเองได้แต่ด้วยความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ ทำให้สามารถหายกลับมาเดินปกติได้อีกครั้ง เชฟแท๊ปเสียใจมากกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เลยสัญญากับตัวเองไว้ว่าหากมีโอกาสได้เปิดร้านเป็นของตัวเอง จะทำเมนูมอบให้กับเชฟไฮเคิล โดยได้นำเมนูดังอย่าง Cold Pasta สไตล์เสฉวนของเชฟมาเป็นแรงบันดาลใจและปรับให้เป็นสไตล์ของตัวเอง และตั้งคำมั่นสัญญาว่าจะไม่เปลี่ยนเมนูจนกว่าเชฟไฮเคิลจะได้มาชิมเองที่ร้าน
จนกระทั่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เชฟไฮเคิล โจฮารี ได้ทำเซอร์ไพรส์ส่งข้อความเข้ามาขอฝึกงานที่ร้าน Coda Bangkok และเดินทางมาที่ร้าน กระทั่งได้ชิมเมนู Cold Pasta ของเชฟแท๊ป เลยพูดขึ้นมาว่า “We should cook together again!” ซึ่งเชฟแท๊ปได้ตอบตกลงทันที และ เชฟไฮเคิล ยังได้ชวนเชฟไมโคร จากร้าน Keller Bangkok ซึ่งเคยทำงานร่วมกันที่ร้าน Water Library สาขาทองหล่อ มาร่วมด้วย นั่นคือที่มาของมื้อพิเศษที่เปิดให้จองก็เต็มภายในไม่กี่นาที

8 คอร์สเมนูที่ 3 เชฟร่วมกันนำเสนอประสบการณ์ความอร่อย อาทิ CHUTORO จานนี้เป็นของ เชฟไฮเคิล, SCALLOP ของเชฟแท๊ปที่ทำมาในรูปทรง Oyster โดยได้แรงบันดาลใจมาจากหอยลายผัดน้ำพริกเผา เมนูเด่นของร้านมหาชัยซีฟู้ด ซึ่งเป็นร้านอาหารของคุณแม่เชฟแท๊ป และ BERLINER SENFEI เมนูซิกเนเจอร์จาก Keller Bangkok ของเชฟไมโคร
APPETIZER จานแรกคือ ÖRA KING SALMON จากเชฟไมโคร เป็นเมนูปลาที่ทานแล้วสดชื่นมาก ต่อด้วย OBSIBLUE PRAWN ซิกเนเจอร์เมนูของเชฟไฮเคิล และ GRILLED SQUID เมนูปลาหมึกมหาชัยย่างจากเชฟแท๊ป, KEGANI เมนูปูขนญี่ปุ่นจากฮอกไกโด จากเชฟเชฟไฮเคิล และ BLACKFIN SEABASS เมนูปลา Blanc ที่รสชาติกลมกล่อมมากเช่นกัน
อาหารจานหลัก คือ DRY-AGED DUCK เมนูเป็ดนอกจากจะเป็นซิกเนเจอร์ที่ขึ้นชื่อของเชฟแท๊ป และ Coda Bangkok แล้ว ยังเป็นเมนูที่เชฟชอบมากเพราะคุณปู่เคยทำให้ทานสมัยเด็ก แต่เชฟนำมาสร้างสรรค์ใหม่ในสไตล์เชฟ ต่อด้วย WAGYU BEEF RIB-EYE or PORK มีให้เลือกว่าจะเป็นหมูหรือเนื้อ ส่วนของหวาน GREEN MANGO SORBET, COCONUT ที่มีแรงบันดาลใจมาจากครองแครงน้ำกะทิ มีโมจิที่ข้างในมีไส้โคโค่นัทมูส และ PETIT FOURS เด่นสุดต้องยกให้ Canalé อร่อยแปลกไม่เหมือนที่ไหน ข้างนอกกรอบ ข้างในนุ่ม ขนมชั้นและช็อกโกแลต ก็รสชาติดี ปิดท้ายอย่างสวยงาม
นักชิมสามารถติดตามมื้อพิเศษแบบนี้ได้ที่ Coda อาคารสินธรถนนวิทยุ โซนกลาสเฮ้าส์ โทร.083-9596296 Line ID: @codabangkok และ Instagram: @codabangkok

