#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/659616

วันอาทิตย์ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
ในอดีตนั้นละคร มีบทบาทต่อสังคมมาก..หลายคนอาจติดคนแสดง ติดเรื่อง ส่วนจะใช้ย้อนดูตัวอย่างคำพังเพยว่า” ดูละครแล้ว ให้ย้อนดูตัวด้วย”..จนนึกไปว่า..ละครเป็นเรื่องเล่นสนุกไปตามบทตามการแสดง วันนี้”ละครมีความหมายมากกว่า การแสดง มากกว่าฉาก ซึ่ง อาจารย์ชลประคัลภ์ จันทรเรือง “ครูช่าง” ศิลปินแห่งชาติ นั้นได้ให้ความหมายของ “ละคร” ไว้จากบริบทของสังคมจนเข้าใจง่ายๆว่า “ที่ใดมีนักแสดง ที่ใดมีเรื่องราว และที่ใดมีคนดู หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ที่นั่นย่อมเป็นละคร” ชนประคัลภ์ จันทร์เรือง หรือ “ครูช่าง” ได้อุทิศตนให้แก่การแสดงอย่างจริงจังมามากกว่า ๓๐ ปี จากการทุ่มเทให้กับละคร ที่รู้จักกันดีแต่แรกว่า”ละครมรดกใหม่”นั้น ได้ต่อยอดทำประโยชน์เพื่อสังคมอย่างไม่รู้จักหยุด จากประสบการณ์หลายฐานะของครูช่าง ไม่ว่าจะเป็นนักแสดง ผู้กำกับ นักเขียนบทละคร และอาจารย์ผู้ฝึกสอนการแสดง นั้น ได้ทำให้เกิดแนวการสอนที่มีลักษณะเฉพาะตน นั่นคือ การผสมผสานศิลปวัฒนธรรมไทยให้เข้ากับความทันสมัยแบบตะวันตก ร่วมกันทำละครเวทีกับภาควิชา กำกับการแสดง เขียนบท ทำสารคดี นำเสนอเรื่องราวโดยใช้หลักการปรัชญา ‘ทำไทยให้เป็นเทศ ทำเทศให้เป็นไทย’ ที่สร้างSOFT CULTUREหากเป็นวรรณกรรมตะวันตกก็จะปรับรูปแบบให้มีความเป็นไทย มีสาระเนื้อหามีวัฒนธรรมมากขึ้น แต่ถ้าเป็นวรรณกรรมไทยหรือเนื้อหาทางพุทธศาสนาจะทำให้ล้ำสมัย ปรับเนื้อหาให้มีความสากลมากขึ้น
ดังนั้นการนำเสนอเรื่องราวต่อสังคมโดยผ่านศิลปะการแสดงนั้นได้ทำให้ ‘ครูช่าง’ เป็นที่รู้จักทั้งในแวดวงการศึกษา ศิลปะ วัฒนธรรมและวงการบันเทิง จนที่สุดครูช่างตัดสินใจละวงการละครเชิงพาณิชย์ หันมาทำงานเพื่อการกุศลอย่างเต็มตัว โดยจัดตั้งคณะละครของตนเองมีชื่อว่า “คณะละครมรดกใหม่” เริ่มต้นบนเส้นทางสายใหม่ที่อุทิศ’ จากเชื่อว่าละครเวทีมีประโยชน์ต่อระบบการศึกษา สังคมและวัฒนธรรม โดยเป็นครูที่พร่ำสอนลูกศิษย์ทุกรุ่นว่า จบแล้วเอาความรู้ที่ได้ ทำคณะละครเลย “เมืองไทยจะก้าวหน้าและหวังว่าจะเห็นลูกศิษย์ทำละครเวทีเป็นอาชีพได้

โดยครูช่างเองได้สร้างบ้านเรียนละครเป็นตัวอย่าง สร้างให้ทุกคนในคณะละครมรดกใหม่อยู่ด้วยจิตวิญญาณอย่างแท้จริง ไร้ซึ่งค่าตอบแทนใดๆ หรือคิดค่าเข้าชมเพียงรอบละ ๑๐ บาท เท่านั้น ระยะแรกกคณะละครมรดกใหม่จัดแสดงละครเวทีแนวคลาสสิกเพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้แสดง เช่น อีดิปุส ,วณิพกรำพึง,อวสานเซลส์แมน,และเฟาสต์ เป็นต้น ได้พัฒนาเป็นละครร่วมสมัยในรูปแบบ ‘ละครเวทีสัญจร’ หรือ ‘ละครทัวร์’อาทิ อาเพศกำสรวล สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน ระนาดเอก พระสุธน-มโนราห์เจ้าจันทร์ผมหอม เป็นต้น เป้าหมายหลักเพื่อต้องการเปลี่ยนวิธีคิดของคนไทยให้เข้าใจว่า ละครเวทีไม่ใช่เรื่องหวือหวาฟุ่มเฟือยหรือต้องใช้แสง สี เสียง มากมายตรงกันข้ามหัวใจของละครมีเพียงนักแสดง เรื่องราว และคนดูเพียงเท่านั้น
ภายหลังคณะละครมรดกใหม่ ได้จัดแสดงละครเวทีสัญจรในต่างประเทศมากขึ้น เคยนำละครเวทีเรื่อง “นารายณ์ปราบนนทก หน้าที่แห่งมวลมนุษยชาติ “โอเปร่า วณิพก ชูชกผู้ยิ่งใหญ่” “พระอภัยมณี ตอนสินสมุทรร้องทุกข์” แสดงทั้งในวัดไทย มหาวิทยาลัย โรงละครประจำเมือง และยังเปิดอบรมการแสดงแบบไทยให้ชาวต่างชาติอีกด้วย ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๓ ‘คณะละครมรดกใหม่ ได้กลายเป็นชุมชนของนักการละครที่มุ่งแสวงหาความสุขที่แท้จริงในชีวิต และมุ่งสร้างคนที่มีอุดมการณ์ทำเพื่อผู้อื่นผ่านวิถีละคร ด้วยการขัดเกลาตนเอง ทำเพื่อตนเองน้อยที่สุด มุมานะเพื่อประโยชน์ส่วนรวมให้มากที่สุด หลังปี พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นต้นมา คณะละครมรดกใหม่ดำเนินภารกิจสองส่วนหลักคือ การพัฒนาเยาวชนด้วยละคร และการนำเข้าและส่งออกละครไทยและละครต่างประเทศ สร้างปรากฏการณ์ด้านการศึกษาให้กับแวดวงละครและการศึกษาของไทย เป็นบ้านเรียนละครมรดกใหม่’ (Moradokmai Home school) โรงเรียนโฮมสคูลระดับมัธยม และ ‘กุมุทธาลัย’ สอนวิชาการละครในระดับมหาวิทยาลัย สถานศึกษาศิลปะการแสดงโดยไม่มีค่าใช้จ่าย จัดการศึกษาแบบสำนักประหนึ่งพ่อแม่สอนลูก จนเป็นฐานการเรียนรู้การละครเพื่อชุมชนที่นำเยาวชนไปสังคมและสากลในที่สุด
