#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/659761

วันจันทร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
(ซ้าย) นพ.สมบัติ โรจน์วิโรจน์,นพ.วัลลภ สำราญเวทย์ และ นพ.พนธกร พานิชกุล
การใช้ชีวิตประจำวันของใครหลายคน มีการทำกิจกรรมหรือกิจวัตรที่ส่งผลให้เกิดอาการปวดเข่า ปวดขาได้ บางคนปวดแบบเป็นๆ หายๆ ในขณะที่บางคนปวดแบบพอทนไว้บางคนมีอาการปวดมากขึ้นเมื่อมีการใช้งาน แต่จะทุเลาลงเมื่อได้พักหรือหยุดการใช้งาน เหล่านี้เป็นอาการเตือนให้รู้ว่า “ข้อเข่าและข้อสะโพก” กำลังมีปัญหา !!
นายแพทย์วัลลภ สำราญเวทย์ ผู้อำนวยการศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่า โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล ได้เปิดดำเนินการรักษาพยาบาล โดยจดทะเบียนเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านกระดูกและข้อเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เมื่อปี 2562 มุ่งเน้นให้การดูแลรักษาผู้ป่วยด้านกระดูกและข้อ อย่างครบครัน ชูคอนเซ็ปต์ Advanced Total Joint Care : เรื่องข้อครบ จบที่เดียว โดยนำเทคนิคและนวัตกรรมการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า-ข้อสะโพกเทียม ที่ช่วยให้เกิดผลลัพธ์และคุณภาพชีวิตที่ดีกับผู้ป่วย อาทิ การใช้ Digital Template Program วางแผนในการผ่าตัด Pre-operative planning program การใช้ระบบนำวิถีเนวิเกเตอร์นำร่องในขณะการผ่าตัด (Non-Invasive Navigation System) ร่วมกับเทคนิคระงับปวด (Pain Intervention Technique) และ ERAS Program (Enhanced Recovery After Surgery โปรแกรมช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวไว ในทุกขั้นตอน ก่อน-ระหว่าง-หลังผ่าตัด) ด้วยทีมแพทย์สหสาขา ผู้ชำนาญการเฉพาะทางโรคกระดูกและข้อ ผสานกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยห้องผ่าตัด “Hybrid Operating Room” เป็นห้องผ่าตัดทันสมัยที่รวมเอาเทคโนโลยีขั้นสูงของการผ่าตัดไว้ด้วยกัน ช่วยให้ผู้ป่วยได้ผลลัพธ์ในการรักษาที่เป็นอย่างดี บาดเจ็บน้อย ฟื้นตัวไวซึ่งในปัจจุบัน ได้ให้การผ่าตัดรักษาผู้ป่วยมาแล้วมากกว่า 1,000 ราย

นายแพทย์สมบัติ โรจน์วิโรจน์ ศัลยแพทย์กระดูกและข้อเฉพาะทางด้านข้อสะโพกและข้อเข่า ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่าโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล อธิบายว่า โรคข้อเข่าเสื่อม (Knee Arthritis) จะมีอาการปวดเข่า เข่าบวม เข่าอักเสบ เดินแล้วมีเสียงก๊อบแก๊บในข้อเข่า ไม่สามารถยืดหรือเหยียดขาได้สุดรวมทั้งการเดินขึ้นลงบันไดที่ลำบาก เกิดปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ อายุที่เพิ่มมากขึ้น เพศหญิง การที่มีน้ำหนักตัวเกิน ซึ่งในเพศหญิงมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ชาย การได้รับแรงกระแทกซ้ำๆ ที่ข้อเข่าการเกิดอุบัติเหตุที่บริเวณข้อเข่าและพันธุกรรม ถ้าผิวของข้อเข่าได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากการอักเสบของข้อเข่าหรืออุบัติเหตุ จะรู้สึกปวดแม้ขณะนั่งหรือนอน แพทย์จะการตรวจวินิจฉัยข้อเข่าเสื่อม ทำได้โดย การซักประวัติสุขภาพ รวมทั้ง การตรวจร่างกาย ตรวจการทำงานของเข่า เช่น X-ray เพื่อดูพยาธิสภาพ ความเสียหายของเข่าที่เสื่อม การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อดูสภาพของกล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อต่างๆ รอบกระดูก
การรักษาข้อเข่าอักเสบจะเริ่มจากเปลี่ยนวิธีการใช้งาน ลดกิจกรรมที่ทำให้เกิดแรงกดและกระแทกที่เข่า เช่น การนั่งยองๆ คุกเข่า ขึ้นลงบันได วิ่ง หรือการยกของหนัก รวมทั้ง รับประทานยา
เพื่อลดการอักเสบในเข่า พร้อมกับ การบริหารกล้ามเนื้อเพื่อให้เข่ามีการเคลื่อนไหวที่มั่นคง ถ้าการรักษาไม่ได้ผล อาจพิจารณา ฉีดยาเข้าในข้อเข่าเพื่อลดการอักเสบและเพื่อเพิ่มการหล่อลื่นในเข่า เช่น ยาสเตียรอยด์ หรือน้ำหล่อเลี้ยงข้อเทียมสังเคราะห์ หากยังไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม

สำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total Knee Replacement) มีการพัฒนาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ทั้งในด้านเทคนิคการผ่าตัด และวัสดุข้อเทียมที่ใช้ ทำให้การผ่าตัดมีประสิทธิภาพสูง ผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวไว พร้อมกลับไปใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ โดยจะตัดเอาผิวข้อที่เสียออกและใช้ผิวข้อเทียมที่ทำด้วยโลหะและมีส่วนพลาสติกกันระหว่างผิวโลหะ เพื่อกันการกระแทกและลดแรงเสียดสีระหว่างผิวข้อ โดยใช้ข้อเทียมรุ่นมาตรฐานและรุ่นพรีเมียมที่มีคุณภาพและอายุการใช้งานได้นานประมาณ 15-20 ปีขึ้นไป
นอกจากอาการปวดเข่าแล้ว ปัญหาวัยเก๋าที่หลายคนมีคือ อาการปวดสะโพก ทำให้เดินขึ้นหรือลงบันไดไม่สะดวก หรือไม่สามารถทำกิจกรรมที่ชอบได้ เช่น การออกกำลังกายต่างๆ การออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนของข้อสะโพกเสื่อม ส่งผลให้ใช้ชีวิตลำบาก คุณภาพชีวิตแย่ลง สำหรับการรักษาข้อสะโพกเสื่อมได้มีการนำเทคนิคแนวใหม่ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมโดยไม่ตัดกล้ามเนื้อด้วยเทคนิค Direct Anterior Approach (DAA) พร้อมการใช้นวัตกรรม Non-Invasive Hip Navigation เพื่อเพิ่มความแม่นยำ และเลือกใช้วัสดุข้อเทียมที่เหมาะสม
.jpg)
นายแพทย์พนธกร พานิชกุล ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ เฉพาะทางด้านข้อสะโพกและข้อเข่า ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่า โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล อธิบายให้ฟังว่า เทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือ เอาส่วนของข้อสะโพกที่เสียหายออกและแทนที่ด้วยข้อสะโพกเทียมที่สร้างขึ้นจากชิ้นส่วนที่แตกต่างกันหลายชนิด โดยศัลยแพทย์จะเลือกขนาดและวัสดุของข้อสะโพกเทียมที่ดีที่สุดและเหมาะสมให้กับผู้ป่วยในแต่ละบุคคล
โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล ได้เป็นผู้ริเริ่มนำเทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อมาใช้ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2015 โดยได้ทำการผ่าตัดผู้ป่วยด้วยเทคนิคนี้ไปแล้วมากกว่า 700 ราย และประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี สำหรับเทคโนโลยีใหม่ในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ หรือ DAA (Direct Anterior Approach) นั้น ศัลยแพทย์จะใช้เทคโนโลยีการผ่าตัดด้วยคอมพิวเตอร์นำวิถีรุ่นใหม่ เรียกว่า Velys™Hip Navigation ซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้ในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อโดยเฉพาะ เพื่อช่วยระบุตำแหน่งของข้อสะโพกเทียมในขณะผ่าตัดให้ตรงตำแหน่งมากขึ้น เลือกขนาดและวัสดุของข้อเทียมให้เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล และยังช่วยผ่าตัดให้ผู้ป่วยมีความยาวขาทั้งสองข้างให้เท่ากันหลังผ่าตัดอีกด้วย ซึ่งเทคโนโลยีตัวนี้ไม่จำเป็นต้องเจาะกระดูกของผู้ป่วยเหมือนระบบคอมพิวเตอร์นำวิถีหรือหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดรุ่นอื่นๆ ในอดีต ทำให้ผู้ป่วยมีการบาดเจ็บที่น้อยลงและฟื้นตัวได้ไวกว่าเดิม
นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ริเริ่มนำข้อสะโพกเทียมรุ่นใหม่ ที่เรียกว่าActis® Total Hip System ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อมาใช้ ซึ่งตัวข้อเทียมจะมีผิวสัมผัสที่ทำให้กระดูกเข้าไปยึดติดกับข้อสะโพกเทียมได้ดีขึ้นกว่าเดิม มีจะงอย (Collar) ที่ป้องกันไม่ให้ข้อสะโพกเทียมจมหลังผ่าตัด และลดผลแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นในขณะผ่าตัดลงได้ ทำให้การผ่าตัดประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี
เทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ โดยปกติแล้วแนวแผลผ่าตัดจะอยู่บริเวณหน้าต้นขา ซึ่งอาจจะเห็นแผลได้ง่าย แต่ด้วยเทคนิคการลงแผลแบบใหม่ จะมีการซ่อนแผลผ่าตัดใต้ต่อขาหนีบหรือที่เรียกว่า BIKINI Incision ซึ่งเป็นการผ่าตัดแบบแผลเล็ก มีความแนบเนียน เพราะแผลผ่าตัดขนาดเล็กจะอยู่ด้านหน้าบริเวณขาหนีบ ซ่อนใต้แนวกางเกงใน ทำให้ไม่เห็นรอยแผลเมื่อใส่กางเกงขาสั้นหรือชุดว่ายน้ำ รวมไปถึงผู้ป่วยจะมีอาการปวดลดลง สามารถฟื้นตัวได้ไวขึ้น เดินได้ทันทีหลังการผ่าตัด เนื่องจากไม่มีการตัดกล้ามเนื้อ ตลอดจนศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดสามารถวางตำแหน่งข้อสะโพกเทียมได้ดีขึ้น อัตราการหลุดของข้อสะโพกเทียมต่ำมาก มีความยาวขาที่เท่ากันหลังผ่าตัด มีขนาดแผลที่เล็ก สวยงาม สามารถซ่อนแผลผ่าตัดใต้ขาหนีบ และยังสามารถทำการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมได้ทั้งสองข้างพร้อมกันอีกด้วย ช่วยให้ผู้ป่วยการเคลื่อนไหวข้อสะโพกได้ดีขึ้น และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงกับปกติ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่า โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล โทร.02-3103731 contact center โทร.1719