#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/660457

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด แถลงข้อมูลแนวโน้มอุตสาหกรรมความงาม และกลยุทธ์บริษัทหลังยุคโควิด-19 พร้อมสรุปข้อมูลอุตสาหกรรมความงาม ตลอดจนผลประกอบการทั่วโลกในปี 2564 และการเติบโตของบริษัทในตลาดอี-คอมเมิร์ซ พร้อมเผยแนวทางการรุกธุรกิจในอนาคต ด้วยการค้นคว้าวิจัยและการพัฒนานวัตกรรมที่ล้ำสมัย เสริมแกร่งความเป็นผู้นำด้าน “Beauty Tech” อย่างแท้จริง
.jpg)
นางอินเนส คาลไดรา กรรมการผู้จัดการ ลอรีอัล ประเทศไทย พม่า ลาว และกัมพูชา กล่าวว่า “ปี2564 นับเป็นปีแห่งประวัติศาสตร์สำหรับลอรีอัล กรุ๊ป และปีที่น่าประทับใจของลอรีอัล ประเทศไทย ในการครองส่วนแบ่งการตลาดที่สูงขึ้น วิกฤตโควิด-19 และกระแสความท้าทายของดิจิทัลที่รุกเข้ามาอย่างต่อเนื่องลอรีอัลได้เดินหน้าเปลี่ยนแปลงองค์กรและปรับเปลี่ยนทิศทางในการดำเนินธุรกิจให้ก้าวล้ำตลาดตลอดจนปฏิวัติวงการความงามอย่างไม่หยุดยั้ง โดย บริษัทให้ความสำคัญกับสุขอนามัยและความปลอดภัย ดำเนินงานอย่างโปร่งใส โดยยึดหลักวิทยาศาสตร์ ความยั่งยืน และการประยุกต์ใช้ดิจิทัลในทุกมิติเป็นสำคัญ ขณะเดียวกันก็เดินหน้าวางรากฐานความมั่นคงให้กับตลาดความงาม ด้วยการส่งมอบนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการที่ล้ำสมัยให้กับผู้บริโภคขับเคลื่อนตลาดด้วยแบรนด์ดังมากมาย อีกทั้งยังเสริมสร้างความหลากหลายและยอมรับความแตกต่างซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการทำงานของลอรีอัลอย่างต่อเนื่อง
ด้วยแนวทางการดำเนินงานเหล่านี้ส่งผลให้ในปีที่ผ่านมาลอรีอัล ประเทศไทย สามารถสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยอัตราการเติบโตสูงกว่าตลาดและส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้น โดยแผนกที่โดดเด่นมาก คือแผนกผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่สามารถเติบโตธุรกิจเป็นสองเท่าได้ในเวลาไม่ถึง 3 ปี ช่องทางจัดจำหน่ายออฟไลน์ตามห้างร้านกลับมาเติบโตอีกครั้งและเป็นช่องทางหลักสำคัญในด้านการส่งมอบประสบการณ์ Beauty Techและสร้างแรงบันดาลใจด้านความงามให้กับผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากนั้น บริษัทยังสามารถทำยอดขายได้เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มตลาดอี-คอมเมิร์ซอีกด้วย ต้องยกเครดิตให้แก่ความเชี่ยวชาญความกระตือรือร้นและความมุ่งมั่นของพนักงานลอรีอัล ประเทศไทยทุกคน”
ดังนั้น เพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทในปี 2565 และปีต่อๆ ไปอย่างแข็งแกร่ง ลอรีอัลจะมุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการผ่านการค้นคว้าวิจัยและการพัฒนานวัตกรรม พร้อมเดินหน้ายกระดับเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อตอกย้ำการเป็นผู้นำด้าน Beauty Tech อย่างต่อเนื่อง โดยการพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคนับเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจของลอรีอัล ปัจจุบันบริษัทได้ทุ่มเททั้งด้านงบประมาณและทรัพยากรให้กับงานด้านการค้นคว้าวิจัยและการพัฒนานวัตกรรม 3 ด้าน ได้แก่ 1.รังสรรค์สูตรผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยี AI 2. ประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อม 3.ลงทุนในการสร้างพันธมิตรด้าน data ในบริษัทแนวหน้าโดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยในการกำหนดอนาคตอุตสาหกรรมความงามและตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคทั่วโลก
ซึ่งการรังสรรค์สูตรผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยี AI และวิทยาศาสตร์เพื่อสิ่งแวดล้อมจะเป็นสูตรสำเร็จสำคัญที่ช่วยให้ลอรีอัลสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่องในทุกขั้นตอนวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ด้วยเครื่องมือและวิทยาศาสตร์ขั้นสูงเหล่านี้ผลิตภัณฑ์ของลอรีอัลจะผลิตโดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติผ่านนวัตกรรมเทคนิครูปแบบใหม่โดยใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติหรือส่วนผสมที่ผ่านกระบวนการทางธรรมชาติด้วยเทคโนโลยีชีวภาพตลอดจนกระบวนการปรับปรุงสูตรกระบวนการสกัดหรือหมักและเคมีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพขณะเดียวกันลอรีอัลยังเดินหน้าประยุกต์ใช้สูตรผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นการนำส่วนประกอบที่หลากหลายมาผลิตเป็นสูตรผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและส่งมอบประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ตลอดจนใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติและส่วนผสมที่ผ่านกระบวนการทางธรรมชาติ ที่ผ่านกรรมวิธีและกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ปัจจุบัน ลอรีอัล ประเทศไทย มีนวัตกรรมความงามด้าน Beauty Tech มากกว่า 12 นวัตกรรมและยังคงนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาให้ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านผิวหนัง เส้นผม และเมคอัพ ทั้งนี้ บริษัทมุ่งส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ในราคาที่หลากหลายทุกหมวดหมู่และทุกช่องทางเพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ด้านความงามของผู้บริโภคทุกคนซึ่งสาวกความงามชาวไทยจะมีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นนี้ไม่แพ้ตลาดใดในโลกอย่างแน่นอน โดยในปีนี้หลากหลายแบรนด์ชั้นนำ อาทิ เซราวี (CeraVe) เคเรสตาส (Kérastase) ลอรีอัลโปรเฟสชั่นแนล (L’Oréal Professionnel) อีฟส์แซงต์โลรองต์ (Yves Saint Laurent) และ คีลส์ (Kiehl’s) ต่างก็พร้อมตบเท้าเข้ามาสร้างความตื่นเต้นและครองใจผู้บริโภคชาวไทยด้วยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ มากมาย