รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ต่อมลูกหมากโต รักษาได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/661302

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ต่อมลูกหมากโต รักษาได้

วันจันทร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผู้ชายบางคนเมื่อเข้าสู่วัย 50 ปี ขึ้นไป อาจเริ่มมีอาการปัสสาวะไม่พุ่ง รู้สึกปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะบ่อย หรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ โดยทั่วไปอาการที่เกิดขึ้นมักไม่ค่อยรุนแรงแต่กระทบกับความมั่นใจ หรือมีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันอาการเหล่านี้เกิดเนื่องจากภาวะต่อมลูกหมากโต

ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะเล็กๆ ขนาดประมาณผลเกาลัด อยู่ที่บริเวณระหว่างกระเพาะปัสสาวะและอวัยวะเพศชาย ด้านหน้าทวารหนัก ทำหน้าที่สร้างของเหลวหล่อเลี้ยงอสุจิ ปกติแล้วต่อมลูกหมากจะเจริญเติบโตเต็มที่ตอนประมาณอายุ 20 ปี จากนั้นจะมีขนาดคงที่จนกระทั่งเข้าสู่วัยกลางคนจึงจะเริ่มมีขนาดเพิ่มขึ้นอีกครั้ง สาเหตุก็เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศชาย ทำให้ขนาดของต่อมลูกหมากโตขึ้น บีบรัดท่อปัสสาวะให้ตีบ ปัสสาวะไหลผ่านไม่สะดวก เป็นที่มาของอาการปัสสาวะติดขัด ไม่พุ่ง รู้สึกปัสสาวะไม่สุด ปัสสาวะเล็ด ในรายที่มีอาการรุนแรงอาจถึงขั้นปัสสาวะไม่ออก ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น

ต่อมลูกหมากโตเป็นปัญหาที่พบบ่อยในเพศชายและพบมากขึ้นเรื่อยๆ ตามวัย ผู้ชายที่มีอายุ 50 ปี มีภาวะนี้ประมาณร้อยละ 50 ถ้าอายุยืนยาวถึง 85 ปี จะมีผู้ชายที่มีภาวะต่อมลูกหมากโตถึง 9 ใน 10 คน เรียกได้ว่าไม่ช้าก็เร็วผู้ชายส่วนใหญ่จะต้องเผชิญกับปัญหานี้

ด้านการรักษา พิจารณาจากความรุนแรงของอาการ ในรายที่อยู่ในระยะเริ่มต้น เน้นเรื่องของการปรับพฤติกรรมเป็นหลัก เช่น หากมีปัสสาวะบ่อยในเวลากลางคืน ก็ต้องปรับเวลาการดื่มน้ำ อาจงดดื่มน้ำเวลาใกล้เข้านอน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนและแอลกอฮอล์ เพราะกระตุ้นให้ปัสสาวะมากขึ้น 

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยส่วนหนึ่งจำเป็นต้องใช้ยาเนื่องจากการปรับพฤติกรรมอาจไม่เพียงพอต่อการควบคุมอาการของโรคต่อมลูกหมากโต ยาที่ใช้รักษาต่อมลูกหมากโตแบ่งเป็น2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ (1) ยาที่ออกฤทธิ์คลายกล้ามเนื้อในทางเดินปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะได้ง่ายขึ้น ชื่อกลุ่มยาแอลฟา-บล็อกเกอร์ (Alpha Blockers) ซึ่งนอกจากจะทำให้ทางเดินปัสสาวะคลายตัวแล้ว ยังมีผลลดความดันโลหิต ผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้จึงอาจทำให้เกิดอาการความดันโลหิตต่ำ หน้ามืดวิงเวียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเปลี่ยนท่าทาง หรือที่เรียกว่า orthostatic hypotension ในผู้ป่วยที่เริ่มรับประทานยาจึงควรค่อยๆ เปลี่ยนท่าทางช้าลงกว่าปกติ แต่เมื่อรับประทานยาไปสักพักอาการนี้ก็จะดีขึ้น 

(2) ยาที่ทำให้ต่อมลูกหมากลดขนาดลง หรือยากลุ่ม 5-แอลฟา รีดักเตส อินฮิบิเตอร์ (5 Alpha Reductase Inhibitor) ซึ่งออกฤทธิ์ลดฮอร์โมนที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของต่อมลูกหมาก ซึ่งผู้ป่วยอาจได้รับยาชนิดใดชนิดหนี่งหรือได้รับยาทั้ง 2 ชนิดนี้ร่วมกัน โดยประสิทธิผลของยาอาจต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือน 

นอกจากยา 2 กลุ่มหลักนี้แล้วแพทย์อาจให้ยาอื่นร่วมด้วยขึ้นกับอาการและลักษณะเฉพาะของผู้ป่วยแต่ละรายสำหรับรายที่มีอาการรุนแรงอาจจำเป็นต้องรักษาด้วยการผ่าตัด

ในปัจจุบันอาจจะยังไม่มีแนวทางป้องกันภาวะต่อมลูกหมากโตซึ่งอาจจะถือว่าเป็นข่าวร้าย แต่ข่าวดีก็คือนักวิจัยก็ยังไม่เคยหยุดพัฒนาทั้งด้านยาใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากขึ้นและการรักษาด้วยการผ่าตัดที่ก้าวหน้ามากขึ้นทำให้ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดลดลง ที่สำคัญคือผู้ที่มีอาการเข้าได้กับภาวะต่อมลูกหมากโตควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษา เพราะการรักษาตั้งแต่เริ่มเป็นโรคจะง่ายกว่าเมื่อโรคเป็นมากแล้ว

ด้านการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตนอกจากต้องรับประทานยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัดและไปพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอแล้ว การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตต่างๆ ให้สามารถอยู่ร่วมกับโรคเรื้อรังนี้อย่างราบรื่นก็มีความสำคัญ เริ่มจากก่อนนอน 1-2 ชั่วโมงไม่ควรดื่มน้ำ กรณีที่มียาหลังอาหารเย็นหรือก่อนนอน ก็ต้องระมัดระวังปริมาณน้ำที่ดื่มไม่ให้มากเกินไป วิธีนี้จะช่วยลดการปวดปัสสาวะในเวลากลางคืนได้ 

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างวันก็ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ งดหรือลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือกาเฟอีนไม่อั้นปัสสาวะ ผู้ป่วยที่ปัสสาวะบ่อยหรือกลั้นปัสสาวะไม่ได้ควรฝึกการเข้าห้องน้ำทุก 4-6 ชั่วโมง มีการวิจัยพบว่าการออกกำลังกายด้วยการเดินอย่างน้อยวันละ 30-60 นาทีต่อวันจะช่วยให้อาการดีขึ้น การออกกำลังกาย เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติมีส่วนช่วยให้อาการไม่แย่ลงหรือดีขึ้นได้ 

นอกจากนั้นผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตยังควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาลดน้ำมูก หรือยาแก้แพ้ การใช้ยาทั้ง 2 ชนิดจะทำให้ปัสสาวะได้ลำบาก เนื่องจากยาทำให้กล้ามเนื้อบริเวณท่อปัสสาวะที่ควบคุมการไหลของปัสสาวะหดตัว ดังนั้นผู้ป่วยต่อมลูกหมากโตจึงควรแจ้งประวัติโรคประจำตัวนี้แก่แพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งที่ไปรับบริการ เพื่อให้ได้รับยาที่ไม่ซ้ำเติมให้ภาวะต่อมลูกหมากโตรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ผศ.ภญ.ดร.ณัฎฐดา อารีเปี่ยม

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s