#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/661304

วันจันทร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
คำว่า “เด็กซนคือเด็กฉลาด” อาจใช้ไม่ได้ในทุกกรณี ฉะนั้นผู้ปกครองต้องหมั่นสังเกตพัฒนาการของเจ้าตัวเล็กอยู่เสมอ เพราะพฤติกรรมบางอย่างอาจบ่งบอกถึงความไม่ปกติ โดยเฉพาะความซุกซนที่เกินขอบเขต จนไม่สามารถควบคุมได้ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของ “โรคซน สมาธิสั้น”
เพื่อให้รู้เท่าทันและสามารถรับการรักษาได้อย่างทันท่วงที พญ.ดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว กุมารแพทย์ที่ปรึกษาศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช มีคำแนะสำหรับการสังเกตพฤติกรรมและพัฒนาการของบุตรหลาน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เด็กสามารถเติบโตขึ้นอย่างมีความสุข
พญ.ดวงรัตน์ วังเกล็ดแก้ว อธิบายว่า โรคซน สมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder หรือ ADHD) เป็นภาวะที่เกิดจากการทำงานบกพร่องของสมองส่วนหน้า ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมสมาธิและพฤติกรรม ทำให้เด็กมีพฤติกรรมซน อยู่ไม่นิ่ง นั่งติดที่ไม่ได้นาน วอกแวกง่าย ขาดสมาธิจดจ่อ และทำอะไรไม่รอบคอบ ทำให้เด็กเกิดปัญหาทั้งที่บ้าน ที่โรงเรียน รวมถึงการเข้าสังคม และการปรับตัวเข้ากับเพื่อน
สำหรับสัญญาณเตือนอาการโรคซน สมาธิสั้นในเด็ก จะมีอาการมากกว่า 1 ข้อ ดังต่อไปนี้ ข้อแรก ซน- เคลื่อนไหวตลอด นั่งไม่ติดที่่ หรือทำอะไรเงียบๆ ไม่ค่อยได้สอง หุนหันพลันแล่น – วู่วาม รอไม่ค่อยได้ ทำอะไรไม่รอบคอบ และสาม ขาดสมาธิ-วอกแวกง่าย เหม่อลอย ขี้ลืมทำงานช้าหรือทำไม่เสร็จ อาการเหล่านี้จะเริ่มสังเกตเห็นได้ตั้งแต่เด็กมีอายุ 4 ปี แต่ไม่เกิน 12 ปี ซึ่งต้องมีอาการมานานกว่า 6 เดือน และเป็นมาอย่างต่อเนื่องโดยแสดงออกทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนจนส่งผลให้เกิดปัญหาต่อตัวเด็ก
.jpg)
สำหรับแนวทางการรักษา คุณหมอ บอกว่า โรคซน สมาธิสั้น มีแนวทางการรักษาหลักๆ 3 ข้อ คือ หนึ่ง การใช้ยาเพื่อปรับสมดุลของการทำงานของสมองส่วนหน้าเพื่อให้เด็กมีสมาธิ และควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น สอง การปรับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่บ้าน เช่น จัดตารางชีวิตประจำวันของเด็กให้เป็นเวลาแน่นอน บ้านมีกฎเกณฑ์และใช้วินัยเชิงบวก บรรยากาศที่บ้านมีความสงบ มีความรัก ความอบอุ่น และความเข้าใจให้กัน และสาม การปรับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมที่โรงเรียน เนื่องจากเด็กซน สมาธิสั้นจะมีปัญหาที่โรงเรียนด้วย คุณครูจึงต้องมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือเด็ก โดยการทำความเข้าใจปัญหาและให้โอกาสเด็กในการปรับตัวด้านการเรียนและการเข้าสังคม เช่น จัดเวลาเพิ่มเติมในการสอนเด็กหรือให้เวลาเพิ่มในการทำงานให้เด็กนั่งด้านหน้า ไกลจากหน้าต่างหรือประตู และใช้วินัยเชิงบวกในการสอนเด็กให้ทำตาม
“หากปล่อยไว้ไม่รักษา เด็กซน สมาธิสั้น จะมีปัญหาด้านพฤติกรรมและอารมณ์ตามมาได้ เช่น ไม่ใส่ใจการเรียนติดเล่นเกมหรือติดเล่นมือถือ เด็กดื้อ ต่อต้าน ไม่เชื่อฟัง หรือมีอารมณ์กังวล ซึมเศร้า มองว่าตัวเองไม่เก่ง ไม่ดี ทำให้เป็นเด็กมีปัญหา และขาดความมั่นใจในตัวเอง ดังนั้นผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลาน ถ้าสงสัยว่าลูกอาจเป็นโรคซน สมาธิสั้น ควรพาลูกมาปรึกษาแพทย์เพื่อทำการซักประวัติและประเมินอาการโดยละเอียด พร้อมให้ความร่วมมือกับแพทย์และทางโรงเรียนเพื่อให้เด็กได้รับการดูแลที่เหมาะสมต่อไป”
ผู้ปกครองที่มีข้อสังสัย สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ ศูนย์สุขภาพเด็ก (Children’s Health Center) โทร.02-4839999 Iwww.navavej.com