นักวิจัย ม.กาฬสินธุ์ ใช้ ‘ดีเอ็นเอบาร์โค้ด’ แยกชนิดปลาที่ทำปลาร้าเขื่อนลำปาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663070

นักวิจัย ม.กาฬสินธุ์ ใช้ ‘ดีเอ็นเอบาร์โค้ด’  แยกชนิดปลาที่ทำปลาร้าเขื่อนลำปาว

วันอังคาร ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ผศ.ดร.สันต์ นามตะคุ รองคณบดีงานบริการการศึกษาและวิจัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสุขภาพ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ เล่าถึง ที่มางานวิจัย การประยุกต์ใช้ดีเอ็นเอบาร์โค้ดเพื่อการจำแนกชนิดปลาวัตถุดิบ ปลาร้าเขื่อนลำปาว ว่า การแปรรูปปลาเป็นผลิตภัณฑ์ปลาร้าองค์ความรู้ที่สำคัญคือการจำแนกชนิดปลาที่นำมาเป็นวัตถุดิบปลาร้า ซึ่งผู้วิจัยเห็นว่าการประยุกต์ใช้ดีเอ็นเอบาร์โค้ดเพื่อการจำแนกชนิดปลาวัตถุดิบปลาร้าเป็นการศึกษาวิจัยที่จะช่วยให้เกิดการจำแนกชนิดปลา เป็นการศึกษาความหลากหลายทางพันธุกรรม ซึ่งการใช้เป็นเครื่องหมายโมเลกุล (molecular marker)

สำหรับการระบุสปีชีส์ของปลาวัตถุดิบผลิตปลาร้าจากเขื่อนลำปาวนั้น ข้อมูลที่ได้จะทำให้ทราบถึงแบบแผนของความหลากหลายทางพันธุกรรมของปลาในเขื่อนลำปาว ข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์สำหรับการวางแผนบริหารจัดการปลาของเขื่อน ตลอดจนสร้างความตระหนักและปลูกจิตสำนึกให้ผู้ประกอบอาชีพประมง และคนในชุมชนแวดล้อมเขื่อนลำปาว ช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรปลาอย่างยั่งยืน

การวิจัยพบว่า ปลาที่ใช้เป็นวัตถุดิบผลิตปลาร้าที่ได้จากบริเวณพื้นที่แวดล้อมเขื่อนลำปาว มีทั้งหมด 38 สปีชีส์ จำแนกเป็นปลาเกล็ด 25 สปีชีส์ จำนวน 186 ตัวอย่าง และปลาหนัง 13 สปีชีส์ จำนวน 86 ตัวอย่าง โดยเก็บรวบรวมตัวอย่างปลาจากสะพานปลารอบๆ เขื่อน มาทำการสกัดดีเอ็นเอจากตับของปลา และวิเคราะห์ความแปรผันทางพันธุกรรม เพื่อหาค่าสายสัมพันธ์ทางวิวัฒนาการตรงกับที่ชาวบ้านระบุหรือไม่โดยการตรวจความแม่นยำนั้น ค่าเฉลี่ยของปลาและชนิด จะอยู่ที่ประมาณ 97% ซึ่งถือว่ามีประสิทธิภาพในการตรวจอย่างมาก โดยขณะนี้ทีมวิจัยได้ถ่ายทอดข้อมูลสู่ชุมชน ซึ่งได้รับการตอบที่ดีทำให้ชาวบ้านในพื้นที่รู้จักชื่อที่เป็นทางการของปลาแต่ชนิดมากขึ้น

ผศ.ดร.สันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เครื่องหมายทางพันธุกรรมดีเอ็นเอบาร์โค้ดสามารถใช้ในการระบุสปีชีส์ของปลาวัตถุดิบผลิตปลาร้าเขื่อนลำปาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ สายลำดับนิวคลีโอไทด์ของดีเอ็นเอบาร์โค้ดที่รายงานในผลการวิจัยครั้งนี้ จะเป็นข้อมูลพื้นฐานที่นำไปสู่การศึกษาเชื่อมโยงสปีชีส์ของปลาน้ำจืดทั่วไปได้ โดยการศึกษาปลาน้ำจืดต่อไปในอนาคต ควรแยกศึกษาตามกลุ่มของอันดับ (Order) หรือวงศ์(Family) เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดของเครื่องหมายทางพันธุกรรมดีเอ็นเอบาร์โค้ด

Leave a comment