เปิดหอศิลป์ร่วมสมัยโชว์ผลงานศิลปิน รุกเผยแพร่องค์ความรู้ผ้าบาติกแดนใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/663326

เปิดหอศิลป์ร่วมสมัยโชว์ผลงานศิลปิน  รุกเผยแพร่องค์ความรู้ผ้าบาติกแดนใต้

วันพุธ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายโกวิท ผกามาศ ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ภายหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ได้มีนโยบาย เปิดพื้นที่หอศิลป์ร่วมสมัย ราชดำเนิน เพื่อใช้การจัดแสดงนิทรรศการ การสร้างสรรค์ผลงานของศิลปิน รวมถึงเป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ เต็ม 100% เพื่อเผยแพร่ผลงาน และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย อย่างรอบด้าน โดยจะมีนิทรรศการที่น่าสนใจ

อาทิ “ศิลปะเพื่อสายน้ำ” ผลงานสร้างสรรค์จากการศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตริมน้ำในกิจกรรมล่องเรือสำรวจคลองย่านคลองฝั่งธนเช่น คลองบางกอกใหญ่ (คลองบางหลวง) บางกอกน้อย คลองชักพระ คลองด่าน คลองบางขุนเทียน คลองมอญ และแม่น้ำเจ้าพระยา ตลอดจนวัดและชุมชนต่างๆ เช่น ชุมชนกุฎีขาว มัสยิดบางหลวง วัดอินทารามวรวิหาร วัดจันทาราม
วรวิหาร วัดราชคฤห์วรวิหาร ฯลฯ

โดย กลุ่มศิลปินกลุ่มจิตรกรไทย จำนวน 40 คน ซึ่งได้สืบสานเจตนารมณ์ของโครงการศิลปะเพื่อสายน้ำ เพื่อให้ผู้คนเห็นถึงคุณค่าความงามของวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรมไทย และตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่โลกกำลังเผชิญดังเช่น แนวทางที่ท่านศ.เกียรติคุณ วิโชค มุกดามณี ศิลปินแห่งชาติ ผู้ล่วงลับ และโครงการ ตาวิเศษ ได้ริเริ่มไว้ กำหนดจัดระหว่างวันที่ 3-27 ก.ค. 2565 เวลา 10.00-19.00 น.

ส่วนอีกงานเป็นนิทรรศการเดี่ยว “SPIRITUAL ETERNITY” โดย นายฐากร ถาวรโชติวงศ์ ภาควิชาการออกแบบเครื่องแต่งกาย คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งเป็นการแสดงผลงานสร้างสรรค์จากการดำเนิน โครงการพัฒนามรดก ภูมิปัญญาผ้าบาติกแดนใต้ สู่ผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายร่วมสมัย จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มิ.ย.-16 ก.ค. 2565 ซึ่งเป็นการแสดงองค์ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผ้าบาติก มรดกภูมิปัญญาแดนใต้ โดยเผยแพร่การทำงานวิจัยเรื่องกระบวนผลิต หรือเทคนิคการทำผ้าบาติก โดยการประยุกต์ใช้วัสดุที่มีอยู่รอบๆ ตัวมาผลิต เน้นการเรียนรู้กระบวนการผลิต เพื่อนำไปต่อยอดเรื่องการใช้สี และการพัฒนาลวดลายผ้าได้อย่างงดงาม

ด้าน นายฐากร อธิบายว่า ผลงานวิจัยและงานด้านสิ่งทอที่มีอยู่ทั้งหมด ได้นำมาจัดแสดงมีทั้งผลงานที่ไปพัฒนาให้ผู้ประกอบการ ผลงานเชิงทดลอง โมเดลที่ทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอน และต่อยอดวัสดุ รวมกว่า 40 ชิ้น ซึ่งผู้ประกอบการผ้าบาติกภาคใต้ในประเทศไทย สามารถนำไปใช้เพื่อการพัฒนาต่อยอดได้อย่างครอบคลุมทั้งกระบวนการผลิต

ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า การทำผ้าบาติกอาศัยการวาดเทียนเป็นหลัก และในยุคปัจจุบันมีเรื่องของ Sustainable นิเวศวิทยาและความยั่งยืนเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งการที่ผู้ประกอบการอยู่กับหม้อต้มเทียนนานๆ ก็จะเป็นห่วงเรื่องของสุขภาพ และในช่วงฤดูฝนจะมีความชื้นสูง ก็จะไม่สามารถเขียนลวดลายที่มีความละเอียดได้มากนัก เพราะเทียนจะเย็นตัวเร็วกว่าปกติ ตนจึงหาเทคนิคที่ช่วยให้ผู้ประกอบการพึ่งพาเทียนน้อยลง แต่ยังคงทำให้เกิดลวดลายบนผืนผ้าที่เกิดจากการเพ้นท์และการย้อม

“ตัวอย่างเช่น เทคนิคการเพ้นท์ไล่สี โดยการเพ้นท์สีให้ทั่วทั้งผืนผ้าเสียก่อน แล้วนำน้ำแข็งไปวางในบางจุดของผ้า เมื่อน้ำแข็งละลายก็จะเหมือนการ (Osmosis) ให้น้ำเป็นตัวทำละลายสีผ่านใยผ้า นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคนิคการโรยสีย้อมลงบนผ้าแห้ง แล้วฉีด Foggy ลงบนผ้าที่โรยสี ซึ่งสามารถควบคุมความชื้นของผ้าในแต่ละจุดได้ พอเราได้จุดสีที่สวยแล้วก็หยุด เราก็จะได้ พื้นผิว (Texture) ที่เหมือนคลื่นน้ำ” นายฐากร ระบุ

นายฐากร ยังกล่าวอีกว่า ส่วนเทคนิคที่ได้รับความสนใจ คือ การวาดเส้นเทียนน้อยลงแต่เน้น Texture สีมากขึ้น โดยการวาดเส้นเทียนใหญ่ๆ ลักษณะเป็นเส้นตรงกราฟิกธรรมดา แต่ใช้เทคนิคโรยผงสีและเพ้นท์น้ำแข็งลงไปในช่องเทียน และเทคนิคยอดนิยมได้แก่ การปั๊มแม่พิมพ์ทองแดงลงบนผ้าบาติก ซึ่งผู้ประกอบการแต่ละแห่งจะมีแม่พิมพ์แบบนี้อยู่เยอะมาก ตามออเดอร์จึงคัดเลือกลวดลายที่ร่วมสมัย นำมาจัดวางเรียงแบบลวดลายโดยเน้นเรื่องของการสะท้อนหน้าหลัง เกิดเป็นองค์ประกอบของลวดลายร่วมสมัย ใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างน่าสนใจ

สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ได้นำเสนอความสำคัญ 2 ประการหลัก ได้แก่ ประการที่หนึ่ง เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้และผลงานจากการวิจัยเพื่อพัฒนามรดกผ้าบาติกแดนใต้ของประเทศไทยด้านกระบวนการผลิต และประการที่สอง การผลิตชิ้นงานแบบส่วนตัว ที่ได้เกิดจากกระบวนการเรียนการสอนนักศึกษาในพื้นที่ต่างๆ และนำมาจัดแสดงให้คนรุ่นใหม่และผู้ที่มีความสนใจเรื่องสิ่งทอและแฟชั่นได้ชม เพื่อเป็นความรู้และสร้างแรงบันดาลใจในการต่อยอด ทั้งทางด้านการศึกษาและการพัฒนาไปสู่อาชีพที่ยั่งยืน

“ทั้งนี้เนื่องสถานการณ์ต่างๆ เริ่มจะคลี่คลาย จึงอยากเชิญชวนให้นักศึกษาและผู้ประกอบการที่สนใจมาเยี่ยมชมนิทรรศการ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาต่อไป เพราะยังมีผู้ประกอบการอีกหลายๆ ศาสตร์ที่ต้องพึ่งพานักออกแบบยุคใหม่ๆ ที่สำเร็จการศึกษาและสนใจการทำงานด้านสิ่งทอและผ้าบาติก มาช่วยกันสร้างสรรค์กระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับยุคสมัยและตอบโจทย์ความต้องการด้านการตลาดในอนาคต”นายฐากร กล่าวทิ้งท้าย

Leave a comment