แก้ปัญหานอนไม่หลับโดยไม่ต้องพึ่งยา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/664363

แก้ปัญหานอนไม่หลับโดยไม่ต้องพึ่งยา

วันจันทร์ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ปัญหานอนไม่หลับ เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่พบได้บ่อย ไม่ว่าจะเป็นหลับไม่ลง แม้ว่าตาจะหลับแต่ก็ยังคิดนู่นนี่อยู่ หรือหลับไม่ลึก หรือหลับได้ไม่นานก็ตื่น ตื่นกลางดึกบ่อยๆ ทำให้ตื่นมาไม่สดชื่น เหล่านี้เป็นปัญหาคุณภาพการนอนที่ไม่ดี ซึ่งหากเกิดขึ้นบ่อยๆ จะทำให้อ่อนเพลีย ร่างกายหลั่ง Growth Hormone ได้ไม่เต็มที่ กระบวนการทำงานและซ่อมแซมร่างกายก็แย่ลง อาจส่งผลต่ออารมณ์ทำให้หงุดหงิดง่าย เกิดปัญหาสุขภาพต่างๆ ตามมา และอาจกระทบกับการทำงานได้

แล้วเราจะแก้ปัญหาการนอนไม่หลับอย่างไร พญ.อนงนุช ชวลิตธำรง แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ให้ข้อมูลเรื่องการนอนว่า เราต้องมาทำความเข้าใจกับวงจรการนอนหลับ การตื่นกันก่อนนะคะ โดยปกติแล้วในเวลากลางคืน เมื่อพระอาทิตย์ตก แสงมืด ต่อมไพเนียลใต้สมอง จะหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งช่วยให้เรานอนหลับได้ดี หลับได้ลึก ส่วนในเวลาเช้า เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นจะมีแสงสว่างทำให้ฮอร์โมนเมลาโทนินจะหายไป ทำให้เราตื่นนอนอย่างสดชื่น

เมื่อรู้ดังนี้แล้ว เราก็นำวงจรนี้มาปรับใช้ดังนี้ 1.ให้ออกแดดนาน 30 นาที หลังตื่นนอนตอนเช้า โดยเปิดม่านให้มีแสงสว่างเข้ามาในห้องนอน หรือออกกำลังกายเบาๆกลางแจ้ง ทำให้วงจรการสร้างเมลาโทนินดีขึ้น นอกจากนี้ยังได้รับวิตามินดีอีกด้วย 2.ตอนนอน ให้ปิดไฟในห้องให้มืดสนิท งดใช้อุปกรณ์ที่ปล่อยแสงสีฟ้า เช่น มือถือ โทรทัศน์ โน้ตบุ๊ค ซึ่งทำให้เมลาโทนินหลั่งไม่ดี โดยงดใช้อุปกรณ์เหล่านี้อย่างน้อย 2 ชั่วโมงก่อนนอน ถ้าจำเป็นควรใช้แว่นกรองแสงสีฟ้า หรือ application ที่กรองแสงสีฟ้า

3.มีวินัยในการนอนเพื่อให้ฮอร์โมนเมลาโทนินหลั่งตรงเวลา ร่างกายปรับสมดุลการนอนหลับได้ดีขึ้น คือ เข้านอนตรงเวลา หลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน ถ้าจำเป็นไม่ควรเกิน 30 นาที 4.ไม่ออกกำลังกายค่ำเกินไป เช่น หลัง 18.00 น.

5.ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีสารกระตุ้นให้ตื่นตัวมากเกินไปหลัง 15.00 น. เช่น กาเฟอีน รวมทั้งงดดื่มแอลกอฮอล์ งดการดื่มน้ำใกล้เวลานอน อาจทำให้ตื่นมาปัสสาวะกลางดึกได้

เหล่านี้เป็นวิธีปฏิบัติตัวเพื่อช่วยให้การนอนหลับมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น แต่ถ้าทำตามนี้แล้วยังไม่ดีขึ้น อาจต้องไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยถึงสาเหตุ แล้วทำการแก้ปัญหาอย่างตรงจุด

Leave a comment