ประมงแจ้งผ่านออนไลน์ ครอบครองซากสัตว์มีโทษหนัก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/665303

วันศุกร์ ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า การประกาศขายโฆษณาเครื่องมือทำการประมงบางชนิด ได้แก่ หม้อน็อกปลา โพงพาง ลอบพับได้หรือไอ้โง่ และการประกาศขายสัตว์คุ้มครอง หรือซากของสัตว์คุ้มครอง เช่น หินปะการัง ปะการัง กัลปังหา หรือเต่า บนแพลตฟอร์มของบริษัทเอกชน ยังไม่มีคำแนะนำที่ถูกต้องตามกฎหมายให้แก่ผู้บริโภค หากผู้บริโภครายใดไม่ทราบข้อมูลและซื้อสินค้าดังกล่าวไว้ในครอบครอง อาจส่งผลให้ผู้ซื้อสินค้าถูกจับ ถูกปรับ และถูกดำเนินคดีได้ ซึ่งมีอัตราโทษค่อนข้างรุนแรง

สำหรับข้อกฎหมายและบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายออนไลน์กรณีดังกล่าว มีดังนี้ พ.ร.ก.การประมง 2558 แก้ไขเพิ่มเติม 2560, พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า 2562 มีรายละเอียด ดังนี้ ห้ามค้าห้ามครอบครองโดยเด็ดขาด หากจะมีการนำเข้า-ส่งออกต้องได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีกรมประมงเท่านั้น ได้แก่ ปะการังทุกชนิด กัลปังหาทุกชนิด ดอกไม้ทะเลทุกชนิด(ทั้งที่ยังมีชีวิต หรือเป็นซากของปะการัง) และหัวแหวนปลาโรนิน แหวนกระเบนท้องน้ำ กำไลกัลปังหา เขี้ยวพะยูน กระดองเต่า เต่า เปลือกหอยบางชนิด เช่นหอยมือเสือ หอยแตรสังข์ โดยผู้ที่ค้าสัตว์ป่าสงวนมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 3 แสน ถึง 1.5 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ที่ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และผู้มีไว้ในครอบครองสัตว์ป่าสงวน และสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สัตว์น้ำประเภทค้า-ขาย-ส่งออกได้ แต่ต้องมีใบอนุญาตให้ค้าสัตว์ป่า และมีการออกหนังสือกำกับการจำหน่ายแก่ผู้ซื้อ ส่วนผู้ซื้อต้องขอรับใบอนุญาตตามกฎหมาย ได้แก่ กระเป๋าหนังจระเข้ และตะพาบน้ำ โดยผู้ที่ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือ ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงเป็นห่วงผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจถูกดำเนินคดีจากความไม่เข้าใจในกฎหมาย

ที่ผ่านมา กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดที่ใช้เครื่องมือดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสามารถเลือกซื้อจากร้านค้าออนไลน์ได้ง่าย และเพื่อให้สอดรับกับนโยบายของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่เน้นย้ำให้ดำเนินมาตรการอนุรักษ์เพื่อรักษาทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีความยั่งยืนและให้เกิดความสมดุลเหมาะสมกับการประกอบอาชีพของพี่น้องชาวประมง และมอบนโยบายการปฏิบัติงานยึดหลัก 3 ป.คือ การป้องกัน การป้องปราม และการปราบปราม พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้ความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนเป็นสำคัญ

Leave a comment