#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/665514

วันเสาร์ ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท สานต่อความสำเร็จ “โครงการพัฒนาอาชีพตำบลปากรอ อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา” ด้วยการนำ “ศาสตร์พระราชา” พัฒนาสู่ “สงขลาโมเดล” เพื่อขับเคลื่อนการดำรงชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการลดรายจ่าย สร้างรายได้ส่งเสริมการออม ใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่า ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างชุมชนเข้มแข็งและยั่งยืน
จอมกิตติ ศิริกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนภาครัฐและกิจการสัมพันธ์ เครือเจริญโภคภัณฑ์ และผู้ช่วยบริหาร สำนักประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ ในฐานะกรรมการมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาอาชีพฯ เกิดจากดำริของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่ต้องการแก้ปัญหาความยากจน เนื่องจากตำบลปากรอ มีสภาพพื้นที่ติดทะเลสาบสงขลา เกษตรกรประกอบอาชีพประมง มีพื้นที่ทำนาบางส่วน และอยู่ห่างจากอำเภอหาดใหญ่ซึ่งเป็นแหล่งเศรษฐกิจและท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้ ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่ยากจนที่สุดในจังหวัด จึงให้ภาคราชการเป็นตัวหลักในโครงการพัฒนาด้านต่างๆ และระดมความร่วมมือจากภาคประชาชนและองค์กรเอกชน ดำเนินการตามแนวทาง “เศรษฐกิจพอเพียง”
.jpg)
“มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ได้ร่วมเป็นคณะกรรมการการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพตำบลปากรอ จังหวัดสงขลา เพื่อเป็นต้นแบบของการพัฒนาชุมชนที่มีภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม และเป็นตัวอย่างในภาคใต้ตอนล่าง เน้น 3 แนวทางการพัฒนา อาชีพ การศึกษาและสุขภาพอนามัย โดยเฉพาะการส่งเสริมอาชีพที่หลากหลายให้สอดคล้องกับภูมิสังคม เกิดเป็นอาชีพทดแทนการทำประมงในทะเลสาบสงขลา ควบคู่กับการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อระบบนิเวศที่ยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนการดำรงชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เน้นลดรายจ่ายสร้างรายได้ส่งเสริมการออม และใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า” จอมกิตติกล่าว
การดำเนินงานเริ่มจากการตั้งคณะทำงานระดับชุมชน เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาตำบล โดยเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาจังหวัด พร้อมทั้งวางแผนพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมจากทุกภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนสถาบันการศึกษา มีองค์กรท้องถิ่นและชาวชุมชนร่วมกันขับเคลื่อน สร้างกระบวนการเรียนรู้ สนับสนุนปัจจัยการผลิต ยกระดับคุณภาพชีวิต ควบคู่กับการพัฒนากลุ่มในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน เพื่อการพึ่งพาตนเอง โดยชุมชนเพื่อชุมชน ปัจจุบันโครงการปากรอฯ มีการดำเนินกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งตลาดชุมชนออนไลน์ วิสาหกิจชุมชน การแปรรูปผลิตภัณฑ์ การท่องเที่ยวชุมชน เยาวชนมัคคุเทศก์น้อย ผู้สูงอายุปันสุขบ้านน่าอยู่ปลูกไม้เศรษฐกิจ ปลูกป่าชายเลน ปุ๋ยชีวภาพชุมชน และเดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ สู่การเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ พึ่งพาตนเอง มีความเข้มแข็ง และสุขพอเพียง
.jpg)
“โครงการปากรอฯ มุ่งเน้นการนำ “ศาสตร์พระราชา สู่สงขลาโมเดล” มาดำเนินการด้วยเป้าหมาย“สร้าง 4 ดี” คือ 1.คนดี ทั้งเยาวชนเกษตรกรและผู้สูงอายุ 2.พลเมืองดี ด้วยการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้การทำจิตอาสาพระราชทาน และขับเคลื่อนคุณค่าทางสังคม3.อาชีพดีด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน ขับเคลื่อนตลาดชุมชนและออนไลน์ พร้อมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน และ 4.สิ่งแวดล้อมดี ด้วยการสร้างฟาร์มทะเลชุมชน การปลูกไผ่และผลิตปุ๋ยไส้เดือนชุมชน โดยการสร้างต้นแบบกลุ่มอาชีพในแต่ละด้าน ด้านละ 50 คน เพื่อสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและพึ่งพาตนเองได้ สะท้อนการตอบแทนคุณแผ่นดิน” จอมกิตติ กล่าวเพิ่มเติม
สำหรับการสร้างกลุ่มอาชีพ 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มตาลโตนด จำนวนเกษตรกร 50 ราย เกษตรกรได้รับการพัฒนาบุคลิกภาพชีวิตโดยน้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้, กลุ่มทำนาข้าวอินทรีย์ เกษตรกร 50 ราย สามารถลดต้นทุนการผลิตและยกระดับสู่การทำนาอินทรีย์, กลุ่มเลี้ยงสัตว์น้ำ เกษตรกร 50 ราย ผลิตเพื่อบริโภคเองในครัวเรือนและจำหน่ายในชุมชน, กลุ่มเกษตรผสมผสาน เกษตรกร 40 ราย ปลูกพืชที่หลากหลายทั้งไม้ผล พืชผัก และเลี้ยงสัตว์, กลุ่มแปรรูปผลผลิตการเกษตร เกษตรกร 50 ราย สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์การเกษตร โดยมี 4 แนวทางการ
ขับเคลื่อนโครงการอาชีพ ได้แก่ 1.รับสมัครเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 2.สร้างกระบวนการเรียนรู้และเกษตรกรร่วมวางแผนการพัฒนาตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง 3.ดำเนินการพัฒนาตามแผนงานที่กำหนดไว้ ได้แก่ การจัดการด้านการผลิต ด้านการพัฒนาลดรายจ่าย/ลดต้นทุนการผลิต การจัดการด้านการตลาด การแปรรูปการบันทึกข้อมูลบัญชีครัวเรือน และ 4.การสนับสนุนปัจจัยการผลิตและการแปรรูป



