นายกฯ ศรีลังกาจ่อลาออก เปิดทางตั้ง รบ.แห่งชาติ หลังม็อบบุกทำเนียบ ปธน. (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2440867

ไทยรัฐออนไลน์

9 ก.ค. 2565 23:15 น.

นายกรัฐมนตรีศรีลังกา เตรียมลาออก เพื่อเปิดทางตั้งรัฐบาลแห่งชาติ หลังเกิดเหตุผู้ประท้วงหลายพันคนบุกรุกเข้าไปในทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อวันเสาร์

สำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า สำนักงานของนายกรัฐมนตรี รานิล วิกรมสิงเห แห่งศรีลังกา ออกแถลงการณ์ในวันเสาร์ที่ 9 ก.ค. 2565 ว่า นายวิกรมสิงเห เตรียมลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเปิดทางสำหรับจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ หลังเกิดเหตุกลุ่มผู้ประท้วงหลายพันคนบุกเข้าไปในทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงโคลอมโบ

ทหารและตำรวจไม่สามารถขัดขวางกลุ่มผู้ประท้วงจำนวนมหาศาลที่ออกมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้ ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา ลาออก เนื่องจากไม่พอใจที่ประเทศกำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบกว่า 70 ปี ผู้ประท้วงยังฝ่ารั้วเหล็กเข้าไปในตึกกระทรวงการคลัง และสำนักงานประธานาธิบดีอีกแห่งด้วย

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าว 2 คนในกระทรวงกลาโหมบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า ประธานาธิบดีราชปักษาออกจากทำเนียบไปตั้งแต่วันศุกร์แล้ว เพื่อความปลอดภัย หลังจากกลุ่มผู้ประท้วงประกาศแผนจะชุมนุมในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเขาอยู่ที่ใด

ในวันเดียวกัน นายวิกรมสิงเห ได้ประชุมหารือกับหัวหน้าพรรคการเมืองหลายคน เพื่อตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป หลังผู้ประท้วงบุกทำเนียบ ก่อนที่เขาจะบอกกับเหล่าผู้นำพรรคว่า เขายินดีจะลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อเปิดทางให้รัฐบาลแห่งชาติมารับช่วงต่อ นายวิกรมสิงเห ยังอพยพไปยังที่ปลอดภัยหลังเกิดการประท้วง

ภาพจากไลฟ์สตรีมทางเฟซบุ๊กจากภายในทำเนียบประธานาธิบดี แสดงให้เห็นถึงผู้ประท้วงหลายร้อยคนอยู่เต็มห้องต่างๆ และตามทางเดิน บางคนกระโดดลงไปในสระว่ายน้ำ ขณะที่คนอื่นๆ นั่งนอนบนเตียงสี่เสาและโซฟาในทำเนียบ และรื้อคนตู้เสื้อผ้า โดยที่แทบไม่เห็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ามาระงับเหตุเลย

การประท้วงที่เกิดขึ้นทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 39 ราย รวมถึงตำรวจ 2 นาย

ทั้งนี้ ศรีลังกากำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจจากการขาดแคลนเงินตราต่างประเทศอย่างรุนแรง ทำให้ไม่สามารถนำเข้าสินค้าสำคัญอย่าง เชื้อเพลิง, อาหาร และยาได้ ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อในประเทศพุ่งแตะ 54.6% เมื่อเดือนมิถุนายน และคาดว่าจะถึง 70% ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า สร้างความลำบากให้ประชาชนมากขึ้น

นอกจากนั้น ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองยังอาจกระทบต่อการเจรจากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพื่อขอเงินช่วยเหลือจำนวน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ, การปรับโครงสร้างหนี้ต่างประเทศ และระดมทุนจากหลายแหล่ง เพื่อบรรเทาปัญหาขาดแคลนเงินดอลลาร์ด้วย.

Leave a comment