ซีพีเอฟ สานต่อโครงการ ‘ซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต’ ส่งเสริมการเข้าถึงอาหารคุณภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/665838

ซีพีเอฟ สานต่อโครงการ  ‘ซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต’  ส่งเสริมการเข้าถึงอาหารคุณภาพ

วันจันทร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

วลัยพรรณ น้อยสันเทียะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร เป็นผู้แทนเฉลิมพล มั่งคั่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหารรับมอบ “โครงการซีพีเอฟ อิ่มสุขปลูกอนาคต” จาก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เพื่อสร้างโภชนาการที่ดีในเด็กและเยาวชน แก่โรงเรียนป่าไร่ป่าชาดวิทยา ตำบลป่าไร่ อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร พร้อมสร้างกระบวนการเรียนรู้และส่งเสริมการเข้าถึงอาหารคุณภาพ ปลอดภัย และเหมาะสมตามหลักโภชนาการแก่เยาวชน สนับสนุนสู่การพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบในโรงเรียนและชุมชนต่อไป โดยมี ดำริห์ แสงสินธุ์ชัย รองกรรมการผู้จัดการธุรกิจสุกร ซีพีเอฟ เป็นผู้แทนส่งมอบร่วมด้วย พิเชษฐ มหาวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร

โดย รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร วลัยพรรณ น้อยสันเทียะ กล่าวขอบคุณซีพีเอฟ ที่ได้แบ่งปันสิ่งดีๆ ให้กับเยาวชนที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศต่อไป การดำเนินงานของ “โครงการซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต”เพื่อให้เกิดความสำเร็จนั้นจะต้องประกอบด้วยภาคส่วนที่สำคัญ ส่วนแรกคือซีพีเอฟในฐานะภาคเอกชนผู้ส่งมอบองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมด้านโภชนาการ ส่วนที่สองคือโรงเรียน ในฐานะภาครัฐ โดยมีคณะครูและนักเรียนเป็นผู้ขับเคลื่อนให้เป็นไปตามแนวทางที่กำหนด ส่วนที่สามคือภาคประชาสังคมทั้งพ่อแม่ผู้ปกครองและชุมชนรอบข้าง ที่ต้องมาช่วยกันผลักดันให้เกิดความสำเร็จ โดยโรงเรียนป่าไรป่าชาดวิทยา ที่พัฒนาพื้นที่ภายในโรงเรียนเกิดเป็น 9 ฐานเรียนรู้ ทั้งการเลี้ยงไก่ไข่ อุโมงค์ผักและศูนย์การเรียนรู้ศาสตร์พระราชา การเลี้ยงปลา หลุมพอเพียงแปลงผักสวนครัว เพาะเห็ดในโรงเรือนปลูกมะนาว ไม้ผสมผสาน และร้านค้าอิ่มสุขซึ่งจะช่วยส่งเสริมทั้งทักษะวิชาการและพัฒนาสู่พื้นฐานการประกอบอาชีพในอนาคตของเยาวชนได้เป็นอย่างดี

ด้าน พิเชษฐ มหาวงศ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษามุกดาหาร เปิดเผยว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ ผนึกกำลังกับ ซีพีเอฟ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท ดำเนิน “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ตั้งแต่ปี 2532 เป็นต้นมา เพื่อเสริมสร้างโภชนาการที่ดีและการเติบโตสมวัยทั้งด้านร่างกายและสติปัญญาให้แก่เด็กและเยาวชนในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลและในถิ่นทุรกันดารจนถึงปัจจุบันมีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการฯ แล้ว 905 โรงเรียนทั่วประเทศ มีนักเรียนมากกว่า 180,000 คน และยังเป็นแหล่งเรียนรู้การจัดการอาชีพเกษตรเชิงธุรกิจให้กับครู 12,000 คน และชุมชน 1,900 แห่งได้รับประโยชน์จากโครงการฯ จากความสำเร็จของโครงการดังกล่าว ในปี 2558 สพฐ. และซีพีเอฟได้ร่วมกันจัด “โครงการซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต” ดำเนินอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 เป็นการต่อยอดความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมสร้างโภชนาการที่ดีในเด็กและเยาวชนอย่างไม่สิ้นสุด ด้วยขยายผลกระบวนการเรียนรู้และส่งเสริมการเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพปลอดภัย และเหมาะสมตามหลักโภชนาการไปยังเด็กนักเรียน พร้อมสนับสนุนการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ต้นแบบในโรงเรียนและชุมชน

ส่วน ดำริห์ แสงสินธุ์ชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจสุกร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้กลยุทธ์ 3 เสาหลักสู่ความยั่งยืน “อาหารมั่นคง สังคมพึ่งตน และดินน้ำป่าคงอยู่”พร้อมทั้งสร้างความตระหนักและส่งเสริมพนักงานมีส่วนร่วมตอบแทนสังคม ดูแลชุมชนรอบสถานประกอบการ ผ่านการดำเนินโครงการต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยเสาหลักด้าน “อาหารมั่นคง” เป็นเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมการเข้าถึงอาหารแก่เด็กและเยาวชน สำหรับ “โครงการซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต” ที่ชาวซีพีเอฟจิตอาสาร่วมกันเข้าไปช่วยสร้างแหล่งอาหาร แหล่งเรียนรู้ และพัฒนาเป็นโรงเรียนต้นแบบนวัตกรรมการสร้างอาหารในชุมชน ดำเนินการแก่โรงเรียนในพื้นที่รอบโรงงานและฟาร์มของบริษัท มากกว่า 80 แห่ง สู่น้องๆนักเรียนรวมกว่า 16,000 คน

“ซีพีเอฟเชื่อมั่นว่า “หากให้ปลาหนึ่งตัว จะมีกินหนึ่งวัน แต่การสอนจับปลาจะมีกินตลอดไป” เมื่อเด็กและเยาวชน“อิ่มท้อง” จากการเรียนรู้วิธีการผลิตอาหาร ควบคู่ไปกับวิถีการบริโภคอย่างมีสุขโภชนาการ ไม่เพียงแต่ส่งเสริมการมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนการมีจิตใจแจ่มใส พร้อมเล่นและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เรียกได้ว่า “สุข” ทั้งกาย ใจ สังคม และปัญญา ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญของการ “ปลูกอนาคต” เพื่อเด็กและเยาวชน และจะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าและมั่นคงต่อไป” ดำริห์ กล่าวทิ้งท้าย

Leave a comment