#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/665900

วันจันทร์ ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.)นำคณะ ลงพื้นที่สวนทุเรียนป่าละอู จ.ประจวบคีรีขันธ์ ดูพื้นที่การปลูกทุเรียน ซึ่งปริมาณผลผลิตไม่เพียงพอต่อการบริโภคของคนไทย โดยนายพิศาลกล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รณรงค์ให้ผู้บริโภคเลือกซื้อ สินค้าที่มีเครื่องหมาย “Q” ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่กระทรวงเกษตรฯ รับรองให้สินค้าที่ผลิตตามมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี เพื่อให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้าสินค้าเกษตรนำไปใช้แสดงสินค้าเกษตรที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองว่าเป็นไปตามมาตรฐาน มีความปลอดภัย และมีคุณภาพเทียบเท่า มาตรฐานสากล หากผู้บริโภคพบเห็นเครื่องหมาย Q ที่ใด สามารถมั่นใจได้ว่าสินค้าเกษตรนั้นมีมาตรฐาน คุณภาพ และความปลอดภัย เหมาะสมต่อการบริโภค
ทั้งนี้ มกอช.ได้พัฒนาระบบการตามสอบสินค้าเกษตร บนระบบคลาวด์ สำหรับผู้ประกอบการขนาดกลาง และขนาดเล็ก เพื่อให้เกษตรกรรายย่อย กลุ่มเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน รวมถึงผู้ประกอบการ นำไปใช้งานจัดเก็บข้อมูลที่มาที่ไป ข้อมูลการผลิตเพื่อใช้ในการตามสอบสินค้าเกษตร สามารถบริหารจัดการการผลิตสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถนำข้อมูลที่จัดเก็บไปสร้าง QR Code สำหรับเป็นเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงข้อมูล ตามสอบสู่ผู้บริโภค ปัจจุบัน มีผู้สนใจลงทะเบียนกว่า 2,400 ราย โดยปี 2565 ได้ส่งเสริมให้ใช้ในกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนป่าละอู ที่ได้รับรองมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) และได้รับเครื่องหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ทาง มกอช.จึงได้จัดทำโครงการเพื่อยกระดับและพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรต้นแบบ ภายใต้การดำเนินงานของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการสร้างความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และการตรวจสอบย้อนกลับ ที่มีเลขาธิการ มกอช.เป็นประธานอนุกรรมการร่วมกับอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
ด้านนายประโยชน์ พรหมสุวรรณ ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรแปลงใหญ่ทุเรียนป่าละอูกล่าวว่าสวนทุเรียนแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนโครงการแปลงใหญ่ มีพื้นที่ปลูกกว่า 14 ไร่มีผลผลิตประมาณ 2 ตัน/ปี เป็นแปลงที่ได้มาตรฐาน ได้รับการรับรองมาตรฐาน (GAP) GAP กษ03-9001-36470635111 และ ได้รับการอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย (GI)สช 57100062 ลำดับที่ 620623PKN004
นายประโยชน์ กล่าวต่อว่า เคยเป็นหัวหน้าเทศกิจ กทม.ขณะนี้เป็นข้าราชการบำนาญ ที่ผ่านมาได้ซื้อสวนทุเรียนป่าละอู ตั้งแต่ปี 2528 และมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว เมื่อปี 2558 ลองผิดลองถูกกว่าจะได้ผลผลิตทุเรียนที่ดีเกือบเท่าตัวโดยใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนการสารเคมี และยังได้รับการรับรองแปลง GAP จากกรมวิชาการเกษตร อีกทั้ง มกอช.ได้นำระบบ QR Code มารองรับทำให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้รับความมั่นใจจากผู้บริโภคว่าเป็นทุเรียนป่าละอูของแท้ ทั้งมีคุณภาพปลอดภัยต่อผู้บริโภค