#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/666501

วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 14.22 น.
ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี “ขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พี่น้องเพื่อนข้าราชการ, ผู้บริหาร อปท., ครูอาจารย์, ลูกหลานเยาวชน, ภาคเอกชน ข้าพเจ้ามีความซาบซึ้งใจยิ่งนักเมืองคนดี สุราษฎร์ธานี”
วันศุกร์ที่ 8 ก.ค.2565 เวลา 13.00-15.00 น. สมาชิกวุฒิสภา หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์, ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส, รองประธานคณะกรรมาธิการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการสร้างคนดี คนเก่ง สู่สังคมเพื่อพัฒนาชาติไทยอย่างยั่งยืน, ประธานที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการด้านคุณธรรมและจริยธรรม, กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง, กรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 3 เมษายน พุทธศักราช 2560 วุฒิสภา บรรยายพิเศษ เรื่อง “การสร้างการตระหนักรู้ในสถาบันหลักของชาติ” ให้แก่ ผู้เข้าร่วมโครงการสร้างการตระหนักรู้ในสถาบันหลักของชาติ เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2565 ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประกอบด้วย จิตอาสา 904, หัวหน้าส่วนราชการ, ข้าราชการ, ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, ผู้ปกครองท้องที่, นักเรียนนักศึกษา และกลุ่มองค์กรเครือข่ายในพื้นที่ จัดโดย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานจังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ บอลรูม โรงแรมไดมอนด์พลาซ่า อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี
หม่อมหลวงปนัดดา กล่าวในความตอนหนึ่งว่า “คนไทยทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดในสังคม ล้วนมีหน้าที่ในฐานะพลเมืองของประเทศไทยที่จะต้องมีส่วนร่วมอย่างสำคัญในการดำรงรักษาเอกลักษณ์ของชาติ คือ ความอ่อนน้อมถ่อมตน ความรู้รักสามัคคี และเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ดำรงพระราชจริยวัตรอันงดงามเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด รวมถึงควรยึดมั่นปฏิบัติตามหลักสุจริตธรรม หลักธรรมาภิบาล หรือหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “เมืองคนดี” ชาวสุราษฎร์ธานีจึงมีความภาคภูมิใจและร่วมแรงร่วมใจกันประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างให้กับผู้คนในสังคม ลูกหลานเยาวชนต้องมีความมั่นคงไม่ปล่อยให้ตนเองถูกครอบงำโดยคนที่ไม่ประสงค์ดีต่อชาติบ้านเมือง และพึงน้อมนำพระราชดำรัสคำสอนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงตรัสพระราชทานต่อพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ความว่า “เราทั้งหลายเฉพาะได้เกิดมาในประเทศนี้รวมกันแล้ว บางคนก็ต้องอยู่ในตำแหน่งอันใหญ่ บางคนก็อยู่ในตำแหน่งอันน้อย แต่แม้ว่าจะมียศตำแหน่งแปลกกันในระหว่างพวกเราฉันใดก็ดี ก็ยังมีหน้าที่อันหนึ่งซึ่งเราทั้งหลายย่อมมีอยู่เหมือนกันหมด คือ ว่ามีหน้าที่ที่จะต้องมีรักซึ่งกันและกัน แลจะต้องกระทำการตามกำลังของตนที่จะกระทำได้ เพื่อให้บ้านเมืองของเรามีความสุข รุ่งเรืองขึ้น”
คนไทยทุกคนจึงพึงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ทรงมีดวงพระราชหฤทัยห่วงใยอาณาประชาราษฎร์ และทรงทุ่มเทพระกำลัง พระสติปัญญา และพระวรกาย ประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ และร่วมกันสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของประเทศชาติและประชาชนชาวไทยสืบไป”



