#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/667310

วันจันทร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
ผศ.ดร.ศิริเดช คำสุพรหม คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี (CIBA) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ. หรือ DPU) กล่าวถึงกลโกงที่คนร้ายหลอกลวงผู้เสียหายให้ลงทุนในตลาดสกุลเงินดิจิทัล หรือ “คริปโตเคอเรนซี” ว่า เหตุเกิดขึ้นกับตนเองที่มีคนร้ายนำชื่อและรูปถ่ายไปแอบอ้างและหลอกลวงคนมาลงทุนในตลาดคริปโตฯ ในช่วงที่ตลาดกำลังบูม
จึงอยากนำมาเป็นกรณีศึกษาเตือนภัยสำหรับคนทั่วไปที่สนใจลงทุนในตลาดนี้และบุคคลที่มีชื่อเสียงด้านการแนะนำการลงทุน ให้ระวังกลโกงของกลุ่มคนร้ายที่อาจนำรูปและชื่อไปใช้ในการหลอกลวงสร้างความเสียหายให้กับบุคคลที่ถูกแอบอ้างได้ สำหรับรูปแบบของการหลอกลวงใช้วิธีการลักษณะมีนางนกต่อโดยสร้างความรู้จักกันกับผู้เสียหายผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย หลังจากคุยและสร้างความสนิทสนมกันไปสักพักแล้วก็เริ่มชักชวนให้ลงทุน
โดยแนะนำให้รู้จักผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในเหรียญคริปโตเคอเรนซี ซึ่งก็เป็นแก๊งเดียวกันที่แอบอ้างหรือปลอมตัวโดยใช้ชื่อและรูปของบุคคลอื่นมาสร้างโปรไฟล์ให้มีความน่าเชื่อถือ โดยบุคคลที่คนร้ายนำรูปและชื่อมาแอบอ้างนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลสาธารณะที่มีชื่อเสียงหรือมีความรู้ด้านการลงทุน พร้อมกันนั้นคนร้ายก็สร้างเว็บเทรดปลอมขึ้นมาให้เห็นว่ามีการเทรดกันจริงๆ โดยสร้างกราฟให้มีแนวโน้มการเติบโตดีและจะมีโอกาสสร้างกำไรได้เพื่อหลอกให้เหยื่อสนใจ
ทั้งนี้ คนร้ายที่แอบอ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนจะโน้มน้าวให้ผู้เสียหายเปิดบัญชีเพื่อทำการเทรดเหรียญ เบื้องต้น สร้างความไว้วางใจก่อน โดยยังไม่ให้ผู้เสียหายลงทุนเป็นสกุลเงินจริง เมื่อการลงทุนเติบโตได้ผลกำไรมากขึ้น เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อเห็นการเติบโตของเม็ดเงินในบัญชีที่ผูกไว้กับการลงทุนในตลาดคริปโตเคอเรนซีก็กล้าที่จะจ่ายเงินจริงลงไป
โดยกลุ่มคนร้ายอ้างว่าหากจะถอนเงินกำไรที่ได้จากการเทรดฯ ต้องโอนเงินเข้าบัญชีที่เปิดไว้สำหรับการเทรดฯก่อน เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อก็จะสูญเงินที่โอนเข้าไปในจำนวนไม่น้อย ซึ่งวิธีการทำให้เหยื่อตายใจคนร้ายจะหลอกล่อ ด้วยการให้ผู้เสียหายได้รับเงินจากการเทรดฯจริงก่อนเพียงครั้งหรือสองครั้ง แต่ภายหลังเมื่อโอนเงินเข้าบัญชีไปเป็นเงินจำนวนเงินก้อนโต แล้ว ก็จะไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้และสูญเงินไปในที่สุด
ผศ.ดร.ศิริเดช กล่าวต่อไปว่า ในกรณีของตนมีการแอบอ้างชื่อจริงนามสกุลและรูปจริงๆ โดยมีผู้เสียหายโทรเข้ามาติดต่อตนเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการแนะนำการลงทุนในตลาดคริปโตฯ ซึ่งหลังจากพูดคุยกัน จึงทราบว่ามีคนนำรูปและชื่อจริงๆ ของตนไปใช้แอบอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญหลอกแนะนำให้ลงทุนในตลาดคริปโตฯ โดยรูปตนนั้นคนร้ายนำมาจากสื่อโซเซียลต่างๆ
“พอผู้เสียหายตรวจสอบชื่อในสื่ออินเตอร์เนตก็จะมีทั้งรูปและชื่อจริง จึงกลายเป็นว่าผมมีตัวตนจริงๆ ผู้เสียหายหลายคนก็หลงเชื่อ แต่กรณีที่ผู้เสียหายท่านนี้ได้ทำการตรวจสอบโดยการค้นหาว่าผมอยู่สังกัดใด แล้วดำเนินการโทรเข้ามาหาผม เพราะเขาเอะใจว่า ชื่อบัญชีที่ให้โอนเงินเข้าไปกับชื่อในบัญชีไลน์ ทำไมไม่ตรงกัน จึงรีบตรวจสอบกลับมาที่สังกัดของผม เราจึงทราบเหตุที่เกิดขึ้นพร้อมกัน” ผศ.ดร.ศิริเดช ระบุ
คณบดีวิทยาลัยบริหารธุรกิจนวัตกรรมและการบัญชี มธบ. กล่าวอีกว่า อยากเตือนให้ทุกคนระวังกลโกงในลักษณะนี้ ทั้งกลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียงที่อาจจะถูกนำรูปไปแอบอ้าง และผู้ที่สนใจลงทุนในตลาดคริปโตฯ ต้องตรวจสอบให้ดีเพราะรูปแบบการโกงปลอมขึ้นมาทุกอย่างรวมถึงเว็บเทรดก็ยังปลอมด้วย ตลาดคริปโตฯมันมีความผันผวนมาก คนที่จะเข้ามาเล่นต้องระวัง โดยหากสนใจให้เข้าไปศึกษา ใน CoinmarketCap.com ตรวจสอบกระดานเทรดที่คนร้ายปลอมขึ้นมาว่ามันมีอยู่จริงหรือไม่
นอกจากนี้ ให้ตรวจสอบใบอนุญาตการแนะนำการลงทุนของผู้ที่แอบอ้างว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญการลงทุน เพราะผู้ที่จะแนะนำการลงทุนได้ต้องมีใบอนุญาตเท่านั้น และการลงทุนในเว็บเทรดของจริงต้องลงเงินจริงตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ลงเงินแบบลมๆ ก่อนแบบนี้ และขอย้ำว่าไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ เช่น คนร้ายอาจหลอกล่อให้โอนเงินไปที่เขา 50,000 บาทเพื่อแลกกับการถอนเงิน 100,000 บาท ออกมา ซึ่งเงินก้อนนั้นไม่มีอยู่จริง