#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/668288

วันศุกร์ ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกัน 41,670 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) คิดเป็นร้อยละ 55 ของความจุอ่างฯยังสามารถรับน้ำได้อีก 34,415 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกัน 9,953 ล้าน ลบ.ม.คิดเป็นร้อยละ 40 ของความจุอ่างฯ สามารถรับน้ำได้อีก 14,918 ล้าน ลบ.ม. ภาพรวมสถานการณ์น้ำอยู่ในเกณฑ์ปกติ การบริหารจัดการน้ำเป็นไปตามแผนที่วางไว้
ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางภาคตะวันออก และภาคใต้ จึงได้กำชับไปยังโครงการชลประทานทั่วประเทศ ให้บริหารจัดการน้ำอย่างประณีต เพื่อให้การบริหารน้ำท่าเกิดประโยชน์สูงสุด เน้นย้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคและรักษาระบบนิเวศต้องเพียงพอตลอดทั้งปี ตามข้อสั่งการของ ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ให้เป็นไปตามหลักวิชาการ โดยควบคุมปริมาณน้ำในอ่างฯ ให้อยู่เกณฑ์ควบคุมและสอดคล้องกับสถานการณ์ รวมถึงการบริหารจัดการน้ำในแต่ละพื้นที่ให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกข้าวได้อย่างทั่วถึง และเตรียมพร้อมรับมือน้ำหลากที่อาจจะเกิดขึ้น หมั่นกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ได้ขอความร่วมมือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันกำจัดผักตบชวาไม่ให้ไหลไปสะสมในแม่น้ำสายหลัก และขอให้สำรวจพื้นที่ก่อสร้างที่มีน้ำไหลผ่าน ให้จัดทำทางเบี่ยงน้ำให้สามารถไหลผ่านพื้นที่ก่อสร้างได้เท่ากับปริมาณน้ำที่เคยไหลผ่านเดิม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเมื่อมีสถานการณ์วิกฤตน้ำมาก รวมทั้งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง