#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/670722

วันพุธ ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ในฐานะโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับมอบหมายจาก ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ กล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงาน “FTI EXPO 2022 : SHAPING FUTURE INDUSTRIES มหกรรมแสดงสินค้าและนวัตกรรมของอุตสาหกรรมไทย” หัวข้อ “พลิกโฉมเกษตรไทย (Disruptive Change) ด้วยแนวคิด BCG พัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน” ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.เชียงใหม่ ว่า กระทรวงเกษตรฯมีความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรกรรมด้วยนโยบายการพัฒนาภาคเกษตรกรรม 5 ยุทธศาสตร์ และ 15 นโยบายหลัก เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารสู่เป้าหมายและเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างเป็นระบบ
มีการนำแนวคิดโมเดลเศรษฐกิจ BCG มาใช้เป็นหลักสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพ โดยนำเอาความรู้และความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกร ช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานราก ผลผลิตสินค้าเกษตรล้นตลาดและราคาตกต่ำ ทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การพลิกโฉมเกษตรไทย (Disruptive Change) ด้วยแนวคิดเศรษฐกิจ BCG ต้องปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรของประเทศไทยสู่ 3 สูง คือ ประสิทธิภาพสูง มาตรฐานสูง และรายได้สูง
ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ กำหนดแนวทางการพัฒนาภาคการเกษตรด้วย BCG Model ใน 4 แนวทาง ได้แก่ 1.อนุรักษ์และใช้ทรัพยากรทางการเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน 2.ส่งเสริมเกษตรสมัยใหม่การผลิตสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 3.พัฒนาเกษตรกรมืออาชีพ และเสริมสร้างความเชี่ยวชาญของบุคลากรภาครัฐ และ 4.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวก โดยได้ร่วมจัดนิทรรศการในงาน FTI Expo 2022 : Northern Chapter ภายใต้แนวความคิด “นวัตกรรมเกษตรไทย สู่อุตสาหกรรมยุคใหม่ Next Normal (Agri-Innovation to New Industry for Next Normal)” (บูธ A103) ซึ่งมีหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ 14 หน่วยงาน ร่วมดำเนินการ
“การพลิกโฉมเกษตรไทย (Disruptive Change) ด้วยแนวคิด BCG พัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งเกษตรกร ภาครัฐภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะภาคเอกชน หรือที่เรียกว่า Public Private Partnership : PPP ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน” นายฉันทานนท์ กล่าว