#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2472862
15 ส.ค. 2565 06:55 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพยูเครนพยายามรุกตอบโต้รัสเซียในพื้นที่จังหวัดเคียร์ซอนซึ่งตกอยู่ในการควบคุมของรัสเซียตั้งแต่ช่วงแรกที่เกิดสงคราม ด้วยการโจมตีสะพานข้ามแม่น้ำนีเปอร์หลายแห่ง ซึ่งเมื่อวันที่ 14 ส.ค. กองบังคับการฝั่งทิศใต้ของกองทัพยูเครน เปิดเผยว่า ยูเครนถล่มสะพานข้ามเขื่อนโนวาคาคอฟกา ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำนีเปอร์แห่งสุดท้ายจนไม่สามารถสัญจรผ่านได้
สำหรับสะพานอันโตนอฟสกี กว้าง 25 เมตร ความยาวกว่า 1,300 เมตร ซึ่งมีรางรถไฟและเป็นสะพานหลักที่รัสเซียใช้ขนเสบียง ถูกจรวดหลายลำกล้องรุ่นไฮมาร์ส ของยูเครนถล่มไปตั้งแต่เมื่อเดือน ก.ค.จนเสียหายหนัก อย่างไรก็ตาม นายคีริล สเตรมโมซอฟ ชาวยูเครนแปรพักตร์ที่ดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการทหารและพลเรือนในพื้นที่เคียร์ซอน เปิดเผยว่า ได้มีการซ่อมแซมสะพานแล้ว แต่ในวันที่ 8 ส.ค.ยูเครนโจมตีสะพานและอุปกรณ์ซ่อมแซมอย่างต่อเนื่อง โดยแหล่งข่าวทางทหารของสำนักข่าวบีบีซีอังกฤษยืนยันว่า สะพานอันโตนอฟสกีพังจนใช้การไม่ได้ ขณะที่สะพานอื่นๆก็ถูกทำลายเช่นกัน ด้านกระทรวงกลาโหมอังกฤษให้ความเห็นว่า แม้ว่าทางรัสเซียจะพยายามซ่อมสะพานกลับมาได้ก็ไม่มั่นคงแข็งแรงเหมือนเดิม และไม่สามารถเคลื่อนย้ายยานเกราะหรือยานพาหนะหนักได้ ทำให้ตอนนี้การขนส่งเสบียงให้แก่ทหารรัสเซียหลายพันนายในฝั่งตะวันตกของแม่น้ำต้องใช้เรือข้ามฟากแทน ซึ่งมีโป๊ะเรือเพียง 2 จุดเท่านั้น
ก่อนหน้านี้สำนักข่าวแทสส์ของรัสเซียรายงานอ้างว่า รัฐบาลท้องถิ่นเมืองเคียร์ซอนเตรียมจัดประชามติอย่างเป็นทางการเพื่อเข้าร่วมกับรัสเซีย ซึ่งสหรัฐฯกล่าวหาว่าเป็นการผนวกดินแดนอย่างผิดกฎหมาย ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ทางทหารชี้ว่าการทำลายสะพานข้ามแม่น้ำนีเปอร์ทำให้รัสเซียพบเจอกับความเสี่ยงที่กองทหารในแคว้นเคียร์ซอนจะถูกตัดขาดจากกองกำลังหลัก ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของยูเครนในการยึดพื้นที่กลับคืน
ข่าวปฏิบัติการตีโต้ของยูเครน มีขึ้นท่ามกลางรายงานการโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในจังหวัดซาโปริชเชียติดกับจังหวัดเคียร์ซอน ซึ่งทั้งสองฝ่ายปฏิเสธการรับผิดชอบ โดยกรณีนี้นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวว่า รัสเซียเป็นฝ่ายยั่วยุและโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ส่วนการข่มขู่เรื่องโรงไฟฟ้าคือข้ออ้างที่รัสเซียใช้เป็นเกราะกำบังในการเข้ายึดครองเมืองนิโคโปลกับมาฮาร์เนตส์ และยิ่งเป็นการกระตุ้นให้ทั่วโลกลุกขึ้นเผชิญหน้ากับการก่อการร้ายของรัสเซีย.