#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/673529

ลูกหนี้‘กยศ.’เฮ!เช็คเลย กมธ.เคาะ 5 สิทธิประโยชน์ ชงเข้าสภาฯถกวาระ2-3
วันจันทร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 17.35 น.
กมธ.ลดดอกเบี้ยเงินกู้ กยศ.เหลือไม่เกินปีละ 0.25% จากเดิมไม่เกิน 7.5 % เตรียมชงเข้าสภาฯ วาระ 2-3 ต่อไป
15 สิงหาคม 2565 ที่รัฐสภา นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. คนที่หนึ่ง สภาผู้แทนราษฎร แถลงความคืบหน้าในการประชุม ว่า ขณะนี้ กมธ. ได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีการประชุมตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. – 11 ส.ค.65 รวมการประชุม จำนวน 22 ครั้ง โดยคณะ กมธ. ได้ใช้ร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี (ครม.)เป็นหลักในการพิจารณา มีจำนวนทั้งสิ้น 27 มาตรา ซึ่งคณะ กมธ. ได้แก้ไขจำนวน 10 มาตรา ตัดออก 1 มาตรา และเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ 4 มาตรา โดยร่าง พ.ร.บ. มีสาระสำคัญที่เป็นประโยชน์กับผู้กู้ยืม 5 ประการ ดังนี้
1. ลดอัตราดอกเบี้ยลงเหลือไม่เกินอัตราร้อยละ 0.25 ต่อปี จากกฎหมายปัจจุบันที่กำหนดไว้ไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี และร่าง พ.ร.บ.ที่เสนอโดยครม.ได้กำหนดไว้ไม่เกินอัตราร้อยละ 2 ต่อปี
2. ยกเลิกเบี้ยปรับ เพื่อเป็นการลดภาระให้กับผู้กู้ยืม
3. ยกเลิกการค้ำประกันการกู้ยืมในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและระดับปริญญาตรี โดยหากเป็นการกู้ยืมในระดับสูงกว่าปริญญาตรีหรือการให้ทุนการศึกษาตาม มาตรา 6/1 เมื่อมีเหตุจำเป็นและสมควร คณะกรรมการกองทุนจะกำหนดให้มีผู้ค้ำประกันก็ได้
4. กำหนดให้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) สามารถผ่อนผันให้ผู้กู้ยืมเงินหรือผู้ค้ำประกันชำระเงินคืนกองทุนแตกต่างไปจากจำนวน ระยะเวลา หรือวิธีการที่กำหนดได้ หรือสามารถลดหย่อนหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ แปลงหนี้ใหม่ หรือระงับการชำระเงินคืนกองทุนตามที่ผู้กู้ยืมเงินหรือผู้ค้ำประกันร้องขอเป็นรายบุคคลหรือเป็นการทั่วไปก็ได้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวให้กระทำได้แม้จะอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี หรือมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุดแล้ว หรืออยู่ในระหว่างการบังคับคดี ซึ่งจะช่วยบรรเทาภาระของผู้กู้ยืมเงินหรือผู้ค้ำประกันให้สามารถชำระเงินคืนกองทุนได้
5. การขยายโอกาสการกู้ยืมให้กว้างขวางขึ้น เพื่อให้บุคคลประเภทต่าง ๆ สามารถเข้าถึงการกู้ยืมเงินจากกองทุนได้ ดังนี้ 1.) กำหนดให้ผู้ซึ่งจะเข้าศึกษาในหลักสูตรอาชีพหรือเพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ หรือการเรียนรู้ สามารถขอกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาได้ 2.) กำหนดให้ผู้ที่ไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งเป็นบุคคลที่รัฐมีนโยบายแก้ไขปัญหาสถานะซึ่งได้รับการจัดทำทะเบียนราษฎรแล้ว หรือเป็นผู้ที่เกิดในราชอาณาจักรไทยและไม่ได้สัญชาติไทยในขณะที่เกิด โดยมีหลักฐานการเกิดที่นายทะเบียนออกให้ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร สามารถกู้ยืมเงินจากกองทุนได้
ทั้งนี้ คณะ กมธ.จะเสนอร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบในวาระ 2 และ 3 ต่อไป