กรมปศุสัตว์แจง‘ไข่ไก่’ปรับราคาเป็นไปตามกลไกตลาด-ต้นทุน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/673864

กรมปศุสัตว์แจง‘ไข่ไก่’ปรับราคาเป็นไปตามกลไกตลาด-ต้นทุน

กรมปศุสัตว์แจง‘ไข่ไก่’ปรับราคาเป็นไปตามกลไกตลาด-ต้นทุน

วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 14.19 น.

‘กรมปศุสัตว์’ยืนยัน‘ไข่ไก่’มีปริมาณเพียงพอสำหรับการบริโภคภายในประเทศแน่นอน ย้ำการปรับราคาสูงขึ้นเป็นไปตามกลไกการตลาด

17 สิงหาคม 2565 นายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การผลิตไข่ไก่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการประเมินสถานการณ์ในเดือนสิงหาคม 2565 พบว่า ปัจจุบันมีไก่ไข่ยืนกรงจำนวน 50.67 ล้านตัว ให้ผลผลิตไข่ไก่ประมาณ 42 ล้านฟองต่อวัน ส่วนอัตราการบริโภคทั้งภายในประเทศและการส่งออกรวมกันประมาณ 41.89 ล้านฟองต่อวัน สถานการณ์การผลิตและการบริโภคจึงอยู่ในจุดใกล้เคียงสมดุล จากที่ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน เกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดและราคาตกต่ำขึ้น

“ในปัจจุบันขอยืนยันว่าไข่ไก่ที่ผลิตภายในประเทศมีปริมาณเพียงพอสำหรับการบริโภคภายในประเทศอย่างแน่นอน ส่วนการที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นเป็นไปตามกลไกการตลาด” นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าว

อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยอีกว่า ในปี 2565 ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่มีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่เป็นสัดส่วนประมาณ 70% ของต้นทุนการผลิตไข่ไก่ พบว่า ราคาไข่ไก่คละ ณ หน้าฟาร์มเกษตรกรตั้งแต่เดือนมกราคม-สิงหาคม 2565 มีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 3.20 บาทต่อฟอง ส่วนต้นทุนการผลิตเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 2.97 บาทต่อฟอง และมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยจะมีต้นทุนสูงกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าว มีความจำเป็นต้องปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มขึ้นเพื่อให้สามารถประกอบกิจการอยู่ได้

สำหรับมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาไข่ไก่ที่กรมปศุสัตว์ได้มีการประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชนผู้ผลิตไข่ไก่ ทั้งรายเล็ก รายกลางและรายใหญ่มาโดยตลอดนั้น มีความมุ่งเน้นในด้านการปรับสมดุลการผลิตและการบริโภคเป็นหลัก โดยในเดือนสิงหาคม 2565 มีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาสมดุลและคงตลาดส่งออกไว้ตามสภาพปกติเท่านั้น ส่วนแผนการดำเนินการระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม 2565 มีไว้เพื่อรับมือสถานการณ์หลังเทศกาลกินเจ ฝนตกชุก และปิดภาคเรียน ที่ในช่วงนี้ทุกปีมักมีแนวโน้มเกิดปัญหาไข่ไก่ล้นตลาดจากอัตราการบริโภคตกต่ำ ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยที่ประสบปัญหาต้นทุนสูงอยู่แล้วให้เดือดร้อนมากยิ่งขึ้น และอาจส่งผลให้บางรายต้องมีการเลิกกิจการตามมา

ทั้งนี้ กรมปศุสัตว์จะมีการประเมินสถานการณ์ร่วมกับภาคเอกชนเป็นระยะอย่างต่อเนื่อง และมีการปรับมาตรการตามสภาวการณ์เพื่อรักษาสมดุลการผลิตและการบริโภคไข่ไก่ให้ใกล้เคียงจุดสมดุล ตามนโยบาย “ผู้บริโภคต้องไม่เดือดร้อนและเกษตรกรต้องอยู่ได้” ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

Leave a comment