#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2476896
19 ส.ค. 2565 15:30 น.

ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย กล่าวในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบลูมเบิร์กว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ที่จะจัดขึ้นที่เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งนับเป็นการยืนยันเป็นครั้งแรกว่าผู้นำทั้งสองจะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้
การประชุมครั้งนี้ยังจะถือเป็นการประชุมสุดยอดผู้นำโลกครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครน และปัญหาความตึงเครียดในไต้หวัน นี่ยังถือเป็นครั้งแรกที่ผู้นำจีนเดินทางออกนอกประเทศนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2020 หลังจากจีนประกาศปิดพรมแดนเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด โดยนับตั้งแต่นั้นนายสีเดินทางออกจากจีนแผ่นดินใหญ่เพียงครั้งเดียว เพื่อร่วมฉลองวาระครบรอบ 25 ปี การส่งมอบฮ่องกงคืนให้แก่จีน เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา
การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ยังถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากคาดว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ จะเข้าร่วมประชุมด้วย แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเขาจะพบกับนายปูตินหรือไม่
อย่างไรก็ตาม รายงานหลายกระแสระบุว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการหารือแบบตัวต่อตัวระหว่างนายไบเดนและนายสีในเร็วๆ นี้ ก่อนหน้าการประชุมสุดยอด หรืออาจเป็นการประชุมนอกรอบ
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน มักเกิดข้อขัดแย้งในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน การค้า และเมื่อเร็วๆ นี้ คือ การที่ นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เดินทางเยือนไต้หวัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้แก่ทางการจีน ทำให้จีนประกาศตอบโต้ด้วยการจัดการซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันนาน 4 วัน
การประชุมสุดยอดยังเกิดขึ้นในขณะที่จีนและรัสเซียประกาศความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ “แบบไร้ขีดจำกัด” หลังจากที่ทั่วโลกกล่าวประณามการรุกรานยูเครนของรัสเซีย
ก่อนหน้านี้ทางการสหรัฐฯ เรียกร้องให้กลุ่ม G20 ถอดถอนสถานะสมาชิกภาพของรัสเซีย และยกเลิกคำเชิญนายปูตินเข้าร่วมการประชุมสุดยอด อย่างไรก็ตาม อินโดนีเซียซึ่งวางตัวในฐานะผู้ไกล่เกลี่ยระหว่างสองประเทศ
นายวิโดโด กล่าวว่า ความเป็นปฏิปักษ์ระหว่างสองชาติมหาอำนาจเป็นสิ่งที่น่ากังวล สิ่งที่เราต้องการคือความมีเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค เพื่อเสริมสร้างให้เศรษฐกิจเติบโต โดเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้นำอินโดนีเซียกล่าวว่า รัสเซียและยูเครนได้ให้การยอมรับอินโดนีเซียในฐานะ “สะพานแห่งสันติภาพ”.