เปิดผลสำรวจ‘โลกยุคใหม่ ครูไทย ไปทางไหนดี?’ กาง 5 สเปก-ปัจจัยต่อการพัฒนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/674661

เปิดผลสำรวจ‘โลกยุคใหม่ ครูไทย ไปทางไหนดี?’ กาง 5 สเปก-ปัจจัยต่อการพัฒนา

เปิดผลสำรวจ‘โลกยุคใหม่ ครูไทย ไปทางไหนดี?’ กาง 5 สเปก-ปัจจัยต่อการพัฒนา

วันอาทิตย์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 08.28 น.

สวนดุสิตโพลเปิดผลสำรวจ‘โลกยุคใหม่ ครูไทย ไปทางไหนดี?’ กาง 5 สเปก-ปัจจัยต่อการพัฒนา

21 สิงหาคม 2565 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,059 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 16-19 สิงหาคม 2565 หัวข้อ “โลกยุคใหม่ ครูไทย…ไปทางไหนดี?” เพื่อสะท้อนความคิดเห็นกรณีโควิด-19 ส่งผลกระทบให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว ทำให้คนต้องปรับตัวให้เข้ากับโลกยุคใหม่ที่มาถึงเร็วขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษาซึ่งปัจจุบันนั้นมีปัญหาในหลากหลายมิติ ครูในฐานะผู้เป็นบุคคลสำคัญของการขับเคลื่อนการศึกษาจึงต้องพัฒนาตนเองอย่างมากในยุคของการเปลี่ยนแปลงนี้ สรุปผลได้ ดังนี้ 

1. ประชาชนคิดว่าปัญหาการศึกษาไทย ณ วันนี้ เกิดจากสาเหตุใด

อันดับ 1 ความเหลื่อมล้ำทางสังคม 61.19%

อันดับ 2 การบริหารงานของกระทรวงศึกษาธิการ 59.49%

อันดับ 3 งบประมาณไม่ทั่วถึง 58.64%

อันดับ 4 นโยบายการศึกษาที่เปลี่ยนไปมา 55.43%

อันดับ 5 ระบบการเรียนการสอน 54.39%

2. ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่กับประโยคที่ว่าในช่วงโควิด-19  “ครูไทย” ปรับตัวได้ดีทันกับการเปลี่ยนแปลง

อันดับ 1 เห็นด้วย 70.71%

อันดับ 2 ไม่เห็นด้วย 16.30%

อันดับ 3 ไม่แน่ใจ 12.99%

3. ประชาชนคิดว่าปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อการพัฒนา “ครูไทย” 

อันดับ 1 เงินเดือนและค่าตอบแทน 65.34%

อันดับ 2 การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น โควิด-19 64.49%

อันดับ 3 กระทรวงศึกษาธิการ 63.93%

อันดับ 4 ความคิดและทัศนคติของครู 61.00%

อันดับ 5 นโยบายด้านการศึกษา 59.68%

4. ประชาชนคิดว่า “ครูไทยที่ดีในโลกยุคใหม่” ควรมีลักษณะอย่างไร

อันดับ 1 รักในอาชีพ มีจิตวิญญาณความเป็นครู 74.98%

อันดับ 2 กล้าที่จะทำอะไรใหม่ๆ  ไม่ยึดติดอยู่กับวิธีการแบบเดิมๆ 67.42%

อันดับ 3 มีทัศนคติที่ดีต่อตนเองและผู้เรียน 61.10%

อันดับ 4 ทำงานร่วมกับผู้อื่น บูรณาการทำงาน เรียนรู้ร่วมกัน 59.96%

อันดับ 5 ปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย ประยุกต์ความรู้มาใช้พัฒนาการเรียนการสอน 58.07%

5. ในโลกยุคใหม่ ประชาชนคิดว่าคนอยากเป็น “ครู” หรือไม่

อันดับ 1 อยากเป็น 57.97%

อันดับ 2 ไม่อยากเป็น 40.99%

อันดับ 3 ไม่แน่ใจ 1.04%

นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจของสวนดุสิตโพลเกี่ยวกับ “การศึกษาและครูไทย” หลายปีที่ผ่านมา พบว่า สาเหตุของปัญหาการศึกษาไทยยังคงมาจากความเหลื่อมล้ำและการบริหารงานที่มีการปรับเปลี่ยนนโยบายบ่อยครั้ง แม้จะต้องการปฏิรูปการศึกษาไทยให้ดีขึ้นแต่ก็ยังคงมีปัญหาสะสมมาอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์โควิด-19 กลับพบว่าบุคลากรสำคัญอย่าง “ครูไทย” นั้นปรับตัวได้เป็นอย่างดี สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้แลกเปลี่ยนกันอย่างหลากหลาย ทั้งนี้บทบาทของครูไทยที่ประชาชนคาดหวังก็คือการเป็นครูที่รักในอาชีพและกล้าที่จะทำสิ่งใหม่อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้อาชีพครูเป็นอาชีพที่คนไทยอยากเป็น และเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาวงการศึกษาไทยต่อไป

ด้าน ผศ.ดร.วีณัฐ สกุลหอม คณบดีคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า จากผลการเสวนากลุ่มเรื่อง “VUCA World…ครูไทยไปทางไหนดี” เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2565 มีผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษาเข้าร่วมจำนวน 7 ท่าน สะท้อนให้เห็นว่าตราบใดที่ระบบโครงสร้างหลักสูตรยังไม่สอดคล้องกับสภาพบริบทของสังคมไทย  ไม่สามารถผลิตบัณฑิตให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดแรงงานได้ ครูไทยจึงต้องปรับตัวให้เท่าทันต่อสถานการณ์ที่ผันผวน เปิดใจฟังผู้เรียนเพื่อสร้างความเข้าใจมากกว่าการตัดสินว่าถูกหรือผิด รักและศรัทธาในวิชาชีพพร้อมทั้งถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ด้วยจิตวิญญาณความเป็นครู เพื่อทำให้ผู้เรียนรู้สึกว่าโรงเรียนคือพื้นที่ปลอดภัย และเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ต่าง ๆ ได้ด้วยการลงมือทำ และที่สำคัญควรปรับนโยบายด้านการประเมินครูด้วยเทคนิคการสอนในรูปแบบใหม่ ๆ ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

Leave a comment