#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/675234

วันพุธ ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) กล่าวถึงการแต่งตั้งที่ปรึกษาด้านกฎหมายของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ เพื่อช่วยเหลือด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ ว่า เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2564 สำนักงาน กฟก.และสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการเผยแพร่ความรู้ และช่วยเหลือทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับทาง กฟก.และแก้ปัญหาที่ กฟก.มีสมาชิกเกษตรกรที่ประสบปัญหาหนี้สินจำนวนมาก ที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมาย ทำให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ ตั้งแต่การทวงถามหนี้ การทำสัญญาที่ไม่เป็นธรรม หรือถูกฟ้องร้องเป็นคดีในชั้นศาล เสียเปรียบทางคดี นำมาซึ่งการสูญเสียที่ดินทำกินที่อยู่อาศัย
ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าว กฟก.ได้ขอความช่วยเหลือและร่วมมือกับสภาทนายความโดยแต่งตั้งที่ปรึกษาด้านกฎหมายแก่เกษตรกรและสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรประจำจังหวัด 75 จังหวัด เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำในภารกิจตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรเผยแพร่ความรู้ด้านกฎหมายแก่องค์กรเกษตรกรและเกษตรกรสมาชิก กฟก.และจัดหาทนายความหรือเป็นทนายความในการแก้ต่างคดีให้กับสำนักงาน และองค์กรเกษตรกรสมาชิกตามกฎหมายของ กฟก.โดยเกษตรกรสามารถเข้าปรึกษาด้านกฎหมายและคดีกับทางกฟก.และสภาทนายความฯ ได้ทันที” นายสไกร กล่าว
ด้าน นายอนุพร อรุณรัตน์ ที่ปรึกษานายกสภาทนายความฯ เปิดเผยว่า จะช่วยให้คำปรึกษาแก่สำนักงานสาขาจังหวัด องค์กรเกษตรกร และสมาชิกเกษตรกร ได้มีความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายที่ถูกต้อง เนื่องจาก กฟก.ระดับจังหวัด ยังขาดบุคลากรด้านกฎหมาย และรายละเอียดของกฎหมายนั้นมีความละเอียดอ่อนที่ต้องให้ผู้รู้ด้านกฎหมายทำความเข้าใจในบางประเด็นจึงจำเป็นต้องอาศัยผู้ที่มีความรู้เฉพาะทาง เพื่อช่วยให้เกษตรกรไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากเจ้าหนี้ จึงมีความยินดีที่จะร่วมมือกับกฟก.ให้การช่วยเหลือประชาชน เกษตรกรหรือผู้ที่เดือดร้อนให้ได้รับความเป็นธรรมทางด้านคดีความ ดังนั้น การร่วมมือกับ กฟก.ครั้งนี้ จะเป็นผลดีต่อเกษตรกรทั่วประเทศเป็นอย่างยิ่ง
สำหรับข้อมูลทะเบียนองค์กรและข้อมูลหนี้ของ กฟก.ประกอบด้วยสมาชิกเกษตรกร 5,707,021 ราย องค์กร 55,958 แห่ง มีเกษตรกรที่เป็นหนี้ 543,613 ราย จากสัญญา 797,050 สัญญา และมูลหนี้รวม 113,608,197,627.16 บาท