#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/676727

แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับอย่างตรงจุด
วันพุธ ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
ผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อย ไม่กระชับ ปัญหาที่หลายๆ คน ไม่อยากเจอ แต่ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นทำให้หลายๆ อย่าง ในร่างกายเสื่อมลงไป ผิวเองก็เช่นกัน ความยืดหยุ่นลดลง ริ้วรอยเหี่ยวย่นก็เพิ่มมากขึ้น แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ช่วยฟื้นฟูผิว เพิ่มความกระชับ ให้กลับมาดูอ่อนเยาว์ขึ้น
แพทย์หญิงพนิดา จรรย์ศุภรินทร์ แพทย์ American Board of Anti-Aging Medicine จาก Addlife Anti-Aging Center ชั้น 2 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (คิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ให้ข้อมูลถึงการรักษาผิวหย่อนคล้อยว่า โดยปกติการรักษาผิวหย่อนคล้อย แบ่งเป็น 2 วิธีคือ 1.การผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมากๆ ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นไปแล้ว ข้อเสีย ต้องมีระยะเวลาในการพักฟื้น เสี่ยงต่อการเกิดรอยแผลเป็น
2.ไม่ใช้การผ่าตัด เหมาะสำหรับผู้ที่ความหย่อนคล้ายไม่มาก ผิวหนังยังมีความยืดหยุ่นซึ่งจะแบ่งเป็น 3 วิธี ตามตำแหน่งที่เกิดปัญหา คือ ชั้นผิวหนัง เกิดจากคอลลาเจนที่เป็นโครงสร้างของผิว เป็นโปรตีนช่วยรักษาความยืดหยุ่นของผิว ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์ เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนเสื่อมลง ทำให้ผิวเสียความยืดหยุ่น การรักษา โดยวิธีทำเลเซอร์ช่วยฟื้นฟูคอลลาเจน ได้แก่ Radio Frequency (RF) ซึ่งจะปล่อยคลื่นวิทยุและพลังงานความร้อน ไปกระตุ้นคอลลาเจนให้เพิ่มขึ้น กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม ผิวหนังมีความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น ผิวก็จะแลดูอ่อนเยาว์ขึ้น
ชั้นกล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง ในกล้ามเนื้อจะมีเส้นใยที่ช่วยยึดโยงกล้ามเนื้อเข้ากับผิวหนัง เรียกว่า SMAS ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ช่วยในการยกกระชับ เนื่องจากบางคนเมื่ออายุมากขึ้นชั้น SMAS จะมีความหย่อนคล้อย ส่วนใหญ่มักเกิดบริเวณแก้ม ดังนั้น แนะนำการใช้เลเซอร์ที่ลงได้ลึก เช่น Focusing Ultrasound เช่น Ulthera, Hi-Fu เป็นต้น
ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อย ทำเลเซอร์แล้วผิวก็ยังดูไม่เต็ม จะพิจารณาใช้สารเติมเต็ม ซึ่งเกี่ยวข้องกับชั้นไขมัน ซึ่งปกติจะแบ่งเป็นช่อง ที่เรียกว่า Fat Compartment โดยเมื่ออายุมากขึ้น จะมีชั้นไขมันฝ่อ หรือ เนื้อเยื่อที่พยุงไขมันเสื่อม ทำให้ผิวหนังหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลก โดยเลือกใช้ชนิดที่ปลอดภัย เช่น Non Permanent Fillers (เช่น Hyaluronic Acid) หรืออีกทางเลือกหนึ่งก็คือการใช้ไขมันของคนไข้เอง
อย่างไรก็ตาม ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด