#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/677662

หนังสือเด่น : เรียนรู้การขายแนวใหม่ ที่เน้นตัวตน เพื่อเป็นนักขายที่ประสบผลสำเร็จ
วันอาทิตย์ ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
ทุกวันนี้ มีหนังสือเกี่ยวกับการขายอยู่มากมาย ที่มักจะเขียนด้วยผู้ที่ประสบผลสำเร็จในการขาย และมักจะกล่าวถึงวิธีการที่ตนเองประสบผลสำเร็จ ซึ่งส่วนใหญ่จะอิงถึงบุคลิกของผู้เขียนเรื่องเหล่านั้น อย่างไรก็ตามคนเราทุกคนนั้นคนเราไม่ได้เหมือนกัน ทุกคนมีความแตกต่าง ทั้งบุคลิก ตัวตน และนิสัยที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการเปลี่ยนตัวตนตามวิธีที่เจ้าของหนังสือที่เขียนมักจะเป็นไปได้น้อย เพราะอาจขัดความความรู้สึก และไม่ตรงกับนิสัย จนทำให้ผู้อ่านไม่สามารถประสบผลสำเร็จตามที่แนะนำได้
หนังสือ พันธุ์นักขาย : SalesDogs ไม่ได้มีแค่ “สุนัขดุ” ที่จะประสบความสำเร็จในงานขาย ผู้เขียนBlair Singer (แบลร์ ซิงเกอร์) ผู้แปล อนุพงศ์ ธรณินทร์ เป็นหนังสือภาคต่อของ พ่อรวยสอนลูก #2 :เงินสี่ด้าน ที่ได้กล่าวถึงคน 4 ประเภท ได้แก่ E ลูกจ้าง S ธุรกิจส่วนตัว B เจ้าของธุรกิจ และI นักลงทุน ที่กล่าวถึงการที่จะข้ามมาเป็นผู้มั่งคั่งคือ B ได้นั้นต้องรู้จักการขาย และมีความสามารถในการขาย เพราะการขายจะสร้างรายได้จำนวนมาก ถ้าไม่เช่นนั้นความฝันนั้นไม่มีวันเป็นจริงได้ และเป็นหนังสือ ที่แนะนำด้านการขายที่แตกต่างออกไปจากหนังสือในท้องตลาดทั่วไป โดยเขาเน้นให้ความสำคัญและพูดถึงของความแตกต่างในแต่ละบุคคลก่อน แล้วถึงจะพูดถึงวิธีการที่นำความแตกต่างนั้นมาใช้ให้ประสบผลสำเร็จ
หนังสือได้เปรียบเทียบนิสัยของคนแต่ละคนกับนิสัยของเพื่อนที่ดีที่สุดในสายตาคนอเมริกันคือสุนัข โดยผู้เขียนได้คัดเลือกและเปรียบเทียบนักขายกับสุนัข 5พันธุ์ได้แก่ พิตบูล โกลเด้นรีทรีฟเวอร์ พูเดิล ชิวาว่า และ บาสเซ็ตต์ฮาวน์ ซึ่งในแต่ละพันธุ์นั้นจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เช่น พันธุ์พิตบูลจะเป็นประเภทที่เรียกว่ากัดไม่ปล่อย และเน้นการขายในเชิงรุก, พันธุ์ชิวาว่าจะเป็นประเภทที่ไม่อยู่นิ่ง สนใจสิ่งรอบข้างตลอด เปรียบเทียบกับนักขายที่เป็นพันธุ์นี้คือ เน้นการให้ความสำคัญกับข้อมูลและรายละเอียดของสินค้าอย่างถี่ยิบและแม่นยำ, ส่วนพันธุ์พูดเดิลจะเป็นประเภทหรูหรา ซึ่งนักขายประเภทนี้จะมีภาพพจน์ที่ดูดี เหมาะกับบริษัทที่เน้นการสร้างภาพลักษณ์ของสินค้า เป็นต้น
นอกจากการแนะนำสายพันธุ์นักขายทั้ง 5 สายพันธุ์แล้ว หนังสือยังได้แนะนำให้นักขายได้รู้จักกับสายพันธุ์ของตนเองเพื่อที่จะได้ทำงานตามจุดแข็งของตัวเอง ชี้ให้เห็นถึงความสามารถอย่างง่ายๆ 5ประการที่จำเป็นในการสร้างรายได้ และสร้างกระแสลูกค้าและการขายอย่างต่อเนื่อง โดยในเล่มจะแนะนำเป็นขั้นตอน ทั้งการสร้างแรงบันดาลใจ และควบคุมทีมนักขายให้กลายเป็นนักล่าชั้นยอด การลดความพยายามในการขาย ในขณะที่เพิ่มผลลัพธ์สูงสุด สอนวิธีการเปลี่ยนทัศนคติในเวลา 30วินาที เพื่อให้สามารถควบคุมผลลัพธ์ทางการเงินได้ เป็นต้น
หนังสือเล่มนี้หากไม่ติดใจว่าเปรียบเทียบดังกล่าว ก็จะเหมาะเป็นคู่มือในการวิเคราะห์ตัวเองของนักขาย เหมาะสำหรับนักขายมืออาชีพ ผู้จัดการฝ่ายขาย ผู้จัดการฝ่ายอบรม ผู้สนใจงานขาย เพราะสามารถนำไปใช้ในการทำงานได้ทุกอย่าง และเมื่ออ่านจบแล้ว ได้เรียนรู้และนำบทเรียนไปใช้ จะสามารถสร้างผลลัพธ์คือ ทำให้รายได้จากงานขายพุ่งทะลุเพดาน รู้สึกภาคภูมิใจกับงานขายมากขึ้น และพร้อมที่จะต่อสู้ตลอดเวลา หรือถ้าหากยังไม่ได้เริ่มเข้าสู่ธุรกิจการขาย ก็จะอยากเข้าสู่งานขาย เพราะรู้ว่ามีอำนาจต่อทุกสิ่งในรอบตัวอย่างยิ่ง
หนังสือเล่มนี้ถึงแม้การเปรียบเทียบไม่เหมาะสมในแง่ของคนไทย แต่การเปรียบเทียบดังกล่าวทำให้เห็นภาพ อ่านสนุกเข้าใจง่าย และผู้แปลก็แปลและเรียบเรียงได้ดี และระมัดระวังการเปรียบเทียบข้ามวัฒนธรรมได้ดี ก็สามารถมองข้ามไปเห็นถึงความน่าสนใจ ประโยชน์และความรู้ที่ได้จากหนังสือที่มีมากกว่า หนังสือราคาเล่มละ 250 บาท
.jpg)
นวนิยายแนวจิตวิเคราะห์ น่าอ่าน
ผลงานนักเขียนเยอรมัน รางวัลโนเบล
“เดเมียน : Demian” ผู้เขียน Hermann Hesse (เฮอร์มานน์ เฮสเส) นักเขียนรางวัลโนเบล ชาวเยอรมัน เป็นเรื่องราวของ เอมิล ซินแคลร์ เด็กน้อยที่เกิดมาในครอบครัวที่เพียบพร้อม อบอุ่น ฐานะดี และอยู่ในโอวาทคริสตจักร แม้ซินแคลร์จะถูกเลี้ยงดูใน ‘โลกที่สว่าง’ แต่สัญชาตญาณลึกๆ ภายในตัวของเขาก็เรียกร้องให้เดินเข้าไปหา ‘โลกด้านมืด’ อยู่เสมอ วันหนึ่งซินแคลร์ขุดหลุมฝังตัวเองด้วยคำโกหกแบบเด็กน้อยที่ไม่รู้ประสีประสา เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของเพื่อนๆ แต่คำโกหกเล็กๆ นั้นกลับกลายเป็นชนวนที่ทำให้ซินแคลร์ถลำลึกลงไปในโลกที่อันตรายมากขึ้น ราวกับโดมิโน่ที่ล้มต่อกันไปไม่มีที่สิ้นสุด จนกระทั่ง แม็กซ์ เดเมียน เด็กใหม่ที่เพิ่งย้ายมาในเมือง ได้เข้ามาช่วยเหลือซินแคลร์ไว้ ความสัมพันธ์ระหว่างเดเมียนและซินแคลร์ได้ก่อตัว กลายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ซินแคลร์ได้รู้จักกับโลกใบใหม่ที่แสงสว่างกับความมืดปนเปกัน นวนิยายเรื่องนี้ เกิดจากที่เขาต้องการบำบัดจิตใจที่บอบช้ำและสับสนในช่วงวิกฤติของชีวิต อีกทั้งเพื่อทดลองงานเขียนแนวจิตวิเคราะห์ที่เขาได้ศึกษามา ส่งผลให้คนจำนวนมากเลิกอ่านหนังสือเขา จนกระทั่ง 10 ปีต่อมาถึงได้รับการยอมรับ ราคาหนังสือ 190 บาท
.jpg)
แนะวิธีเปลี่ยนตัวเองจากคนขี้บ่น
ให้เป็นคนคิดดี ทำดี พูดดี เพื่อชีวิตที่ดีขึ้น
คำพูดที่ว่า “สิ่งที่คุณเอาใส่เข้าไปในปาก จะกำหนดรูปร่างของเรา แต่อะไรที่ออกมาจากปาก จะกำหนดความเป็นจริงในชีวิต” นั้นเป็นความจริงอย่างยิ่ง และที่สำคัญคือ คำพูดที่ออกจากปากนั้น มาจากความคิดและสามารถกำหนดชีวิตของเราให้ดีหรือร้ายได้ และ “การบ่น” ก็เช่นกัน มันจะผลักไสสิ่งดีๆ ให้ออกไปจากชีวิตของเราไป หนังสือ “แค่บ่นน้อยลง…วันละนิด ชีวิตจะเปลี่ยน…มหาศาล” เล่มนี้ เป็นหนังสือที่ไม่เพียงสอนให้รู้วิธีที่จะห้ามใจไม่ให้บ่น ยังบอกถึงวิธีที่จะเป็นคนมองโลกในมุมมองใหม่ ช่วยทำให้มีสติในการคิดและการพูดที่ดี ทำให้สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีขึ้นได้อย่างมาก ดังนั้น หากต้องการมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม มีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ต้องเปลี่ยนทั้งวิธีการคิด วิธีพูด และหยุดบ่น ซึ่งวิธีการทั้งหมดได้ถูกรวบรวมไว้ในหนังสือเล่มนี้แล้ว หนังสือแปลจาก “A Complaint Free World” เขียนโดยWill Bowen (วิล โบเว่น) ผู้แปล วุฒินันท์ ชุมภู หนังสือราคาเล่มละ 260 บาท
.jpg)
ใช้เวลาในแต่ละวันให้คุ้มค่าที่สุด
เพื่อความสุขและชีวิตที่ดีขึ้น
“วิธีบริหารเวลา ให้คุ้มค่าที่สุดในแต่ละวัน” ผู้เขียน Lothar Seiwert (โลทาร์ ไซแวร์ท) ผู้แปล ปิยะกัลย์ สินประเสริฐ เวลาที่เรามีอยู่นั้นไม่ได้น้อย แต่คนเรามักปล่อยเวลาให้สูญเสียไปโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ หนังสือ “วิธีบริหารเวลา ให้คุ้มค่าที่สุดในแต่ละวัน” เล่มนี้ จะช่วยทบทวนการใช้เวลาของเราในปัจจุบัน และแนะวิธีเฝ้ามองว่าสิ่งไหนที่ดึงเวลาของเราไป พร้อมเริ่มต้นตั้งเป้าหมายและวางแผนการใช้เวลาในแต่ละวันให้คุ้มค่าที่สุด วิธีการจัดลำดับความสำคัญในชีวิตหรือฝึกกระจายงานไปให้คนอื่นช่วยทำ การจัดระเบียบและการวางแผนทำงานให้ดีที่สุด เพื่อช่วยให้คุณมีความสุขและมีชีวิตที่ดีขึ้นตลอดไป ผู้เขียนได้แนะนำวิธีคิดที่นำไปปฏิบัติได้จริง เกิดประโยชน์ได้ทันที โดยเขียนสรุปย่อและจับประเด็นสำคัญมานำเสนอ ทำให้เข้าใจง่าย ไม่เสียเวลาในการอ่าน และนำไปปฏิบัติได้ทันที หนังสือราคาเล่มละ 89 บาท
.jpg)
ใช้เวลาในแต่ละวันให้คุ้มค่าที่สุด
เพื่อความสุขและชีวิตที่ดีขึ้น
“เศรษฐีเงินล้านอัตโนมัติ”ผู้เขียน David Bach (เดวิด บาค) ผู้แปลโดย นพพล วราไพบูลย์ หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นภายใต้ความเชื่อว่า ความร่ำรวยมากพอที่จะทำให้เราได้ทำในสิ่งที่อยากทำและในเวลาที่ต้องการ รวยมากพอจะทำให้หมดกังวลกับเรื่องเงินๆ ทองๆ ไปตลอดชีวิต และรวยมากพอที่จะทำให้สิ่งที่แตกต่างจากคนทั่วไป นั่นคือ สามารถช่วยเหลือและแบ่งปันให้กับคนอื่น หนังสือเล่มนี้ เดวิค บาค หนึ่งในโค้ดทางการเงินชื่อดัง ได้มาบอกเล่าถึงวิธีการที่จะทำให้อนาคตทางการเงินขับเคลื่อนไปโดยอัตโนมัติ แม้ในยามที่นอนหลับ ด้วยแผนการอันทรงพลังเพียงแผนการเดียว เขาได้บอกเล่าวิธีการทั้งหมดไว้ใน “เศรษฐีเงินล้านอัตโนมัติ” เล่มนี้ ไม่ต้องจัดทำงบประมาณ ไม่ต้องอาศัยระเบียบวินัย มีแต่ระบบที่จะช่วยให้เราร่ำรวย แล้วระบบที่ว่าคืออะไร? ร่วมพิสูจน์เส้นทางที่จะพาไปสู่ความร่ำรวยพร้อมกันได้แล้วจากหนังสือเล่มนี้ ราคาเล่มละ 220 บาท