#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/679544

‘ปวดศีรษะแบบไหน..ต้องไปพบแพทย์’
วันอังคาร ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
อาการปวดศีรษะพบได้บ่อยในทุกเพศ ทุกวัย และมีความรุนแรงที่แตกต่างกัน บางครั้งอาจมีอาการปวดเพียงเล็กน้อยและสามารถหายได้เอง ในขณะที่บางครั้งอาจมีความรุนแรงมากจนส่งผลต่อการทำงาน รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน และอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายทางสมองได้ แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าปวดแบบไหนต้องให้ความสนใจและไปพบแพทย์ โดยทั่วไปอาการปวดศีรษะแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
1.อาการปวดศีรษะปฐมภูมิ (primary headache)หมายถึง อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นเอง โดยไม่ได้เป็นผลมาจากความผิดปกติอื่น ๆ เช่น ปวดศีรษะไมเกรน ปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อตึงตัว อาการปวดศีรษะในกลุ่มนี้มักมีลักษณะเป็นๆ หายๆ มีปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการปวด เช่น ความเครียด พักผ่อนน้อย ทำงานหนัก อากาศร้อนแดดหรือแสงจ้า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กลิ่นบุหรี่ ประจำเดือน เป็นต้น แม้ว่าอาการปวดในกลุ่มนี้มักจะไม่อันตราย แต่หากมีอาการเรื้อรังจนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนการรักษาและป้องกัน
2.อาการปวดศีรษะทุติยภูมิ (secondary headache) หมายถึง อาการปวดศีรษะที่เป็นผลต่อเนื่องมาจากโรคหรือความผิดปกติอื่นๆ เช่น โรคติดเชื้อในสมอง ภาวะความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง โรคโพรงจมูกอักเสบ ก้อนเนื้องอกในสมอง เป็นต้น อาการปวดศีรษะในกลุ่มนี้แม้จะพบได้น้อย แต่จำเป็นที่จะต้องได้รับการวินิจฉัย เพื่อการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่ในระยะแรก
อาการปวดศีรษะที่ต้องให้ความสนใจและควรปรึกษาแพทย์
l ปวดศีรษะที่เกิดขึ้นแบบทันทีทันใด และมีความรุนแรงมาก
l ปวดศีรษะร่วมกับมีอาการทางระบบประสาท เช่น อ่อนแรง เดินเซ พูดไม่ชัด ตาพร่ามัว ภาพซ้อน ชัก สับสนหรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง
l ปวดศีรษะร่วมกับมีไข้ คอแข็ง
l ปวดศีรษะร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ที่รุนแรง
l ปวดศีรษะมากจนทำให้ตื่นกลางดึก
l ปวดศีรษะที่เกิดขึ้นใหม่ในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี
l ปวดศีรษะที่บริเวณใบหน้า ดวงตา หู กราม หรือฟันโดยไม่ทราบสาเหตุ
l ปวดศีรษะที่เกิดขึ้นภายหลังการกระทบกระเทือนที่ศีรษะ
l ปวดศีรษะที่เป็นมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ทุเลาหลังได้รับการรักษาเบื้องต้น
l ปวดศีรษะในผู้ป่วยที่มีประวัติโรคมะเร็ง หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง
l ปวดศีรษะที่มีลักษณะแตกต่างจากการปวดศีรษะที่เคยเป็นในอดีต
โดยทั่วไปแพทย์จะให้การวินิจฉัยโรคปวดศีรษะได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยที่ไม่จำเป็นต้องทำการสแกนสมองในทุกราย หากคุณมีสัญญาณผิดปกติดังข้างต้นหรือมีอาการปวดศีรษะบ่อยครั้งโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและเริ่มต้นการรักษาอย่างถูกต้อง
บทความโดย:- รศ.นพ. ประวีณ โล่ห์เลขา
