#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2506631

21 ก.ย. 2565 23:48 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
รัสเซียระดมพลสำรองครั้งแรก 3 แสนนายเตรียมส่งไปสู้ศึกที่ยูเครน
ปูตินสั่งระดมกำลังสำรองครั้งแรกตั้งแต่ยุคสงครามโลก 2 โดยจะคัดผู้ที่เคยมีประสบการณ์ทางทหารแล้ว 300,000 นาย ไปร่วมการต่อสู้ในยูเครน
สำนักข่าว รอยเตอร์ส รายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 21 ก.ย. 2565 ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ออกคำสั่งระดมกำลังพลสำรองบางส่วนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมเตือนชาติตะวันตกว่า หากพวกเขายังไม่หยุดการแบล็กเมลเรื่องนิวเคลียร์ มอสโกจะตอบโต้ด้วยอาวุธทุกอย่างที่มี
“หากบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศเราตกอยู่ในความเสี่ยง เราจะใช้ทุกวิถีทางที่มีเพื่อปกป้องประชาชนของเรา นี่ไม่ใช่คำขู่” ปูตินแถลงถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ และกล่าวเสริมด้วยว่า รัสเซียมีอาวุธมากมายให้ใช้ตอบโต้
ด้านนายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซียระบุว่า การระดมกำลังพลสำรองดังกล่าว จะเป็นการเรียกทหารกำลังสำรองเข้ามาจำนวน 300,000 นายจากทั้งหมดกว่า 2 ล้านนาย โดยจะเลือกผู้ที่เคยมีประสบการณ์ทางทหารมาก่อนแล้ว
ทั้งนี้ นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง รัสเซียเคยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุความขัดแย้งทางทหารหลายครั้ง แต่นี่นับเป็นครั้งแรกที่พวกเขามีคำสั่งระดมพลกำลังสำรอง โดยเกิดขึ้นหลังจากปฏิบัติการโต้กลับของกองทัพยูเครน ซึ่งสามารถยึดพื้นที่ในภาคตะวันออกและภาคใต้คืนจากรัสเซียได้หลายพันตารางกิโลเมตร และทำให้ทหารรัสเซียต้องล่าถอย
ด้านนายมีไคโล โพโดลียัค ที่ปรึกษาประธานาธิบดียูเครนบอกกับรอยเตอร์ส ว่า การระดมกำลังพลสำรองของรัสเซียเป็นมาตรการที่คาดการณ์ได้ว่าจะใช้ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นความไร้ความนิยมอย่างยิ่งยวด และเน้นย้ำว่าสงครามครั้งนี้ไม่ได้เป็นไปตามแผนการของรัสเซีย
ในการแถลงของปูติน เขากล่าวหาชาติตะวันตกว่าไม่ได้ต้องการสันติภาพในยูเครน “วอชิงตัน, ลอนดอน และบรัสเซลส์ กำลังผลักดันเคียฟให้ย้ายปฏิบัติการทางทหารเข้าสู่ดินแดนของเรา โดยมีเป้าหมายคือ ทำลายประเทศของเราอย่างสิ้นเชิง” กองทัพยูเครนใช้อาวุธจากตะวันตกโจมตีเป้าหมายในดินแดนรัสเซียหลายครั้งตลอดช่วง 7 เดือนของสงคราม
“การแบล็กเมล์ทางนิวเคลียร์ก็ถูกใช้ด้วย” ปูตินกล่าว โดยสื่อถึงโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ ซาปอริชเชีย ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป ที่ทั้งรัสเซียและยูเครนต่างกล่าวหากันไปมาว่าทำให้โรงงานแห่งนี้ตกอยู่ในอันตราย เขายังอ้างด้วยว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของผู้นำชาตินาโต มีแถลงการณ์ขู่เรื่องการใช้อาวุธนิวเคลียร์กับรัสเซียอย่างชัดเจน
ผู้นำรัสเซียยังย้ำเรื่องเป้าหมายในการทำสงครามยูเครนคือ การปลดปล่อยภูมิภาคดอนบาส ซึ่งประกอบด้วยแคว้นโดเนตสก์และลูฮานสก์ อันเป็นหัวใจสำคัญทางอุตสาหกรรมของยูเครน และอ้างว่า ประชาชนในภูมิภาคนี้ไม่ต้องการกลับไปเป็น ไข่แดง ของยูเครนอีก
อนึ่ง ปัจจุบันรัสเซียยึดครองพื้นที่แคว้นโดเนตสก์เอาไว้ราว 60% และยึดแคว้นลูฮานสก์ได้เกือบทั้งหมดตั้งแต่เดือนกรกฎาคม หลังจากต่อสู้อย่างดุเดือดมาหลายเดือนก่อนหน้านั้น