เปิดทิศทางใหม่ CEA ภายใต้การบริหารงานของ ‘ดร.ชาคริต พิชญางกูร’ พร้อมดันผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/682523

เปิดทิศทางใหม่ CEA ภายใต้การบริหารงานของ ‘ดร.ชาคริต พิชญางกูร’ พร้อมดันผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก

เปิดทิศทางใหม่ CEA ภายใต้การบริหารงานของ ‘ดร.ชาคริต พิชญางกูร’ พร้อมดันผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก

วันจันทร์ ที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565, 14.43 น.

ในฐานะที่เป็นหัวเรือใหญ่คนใหม่ของCEA ดร.ชาคริตพิชญางกูรผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือCEA เปิดเผยว่าขณะนี้CEA ได้เดินหน้าแผนยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองและย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative City & Creative District Development) ผ่านเครือข่ายย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ประเทศไทย (Thailand Creative District Network: TCDN) มาอย่างต่อเนื่องตามแผนระยะ 3 ปี (ปี 2563-2565) นอกจากนี้CEA ยังมีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีต่างๆเพื่อการพัฒนาทักษะศักยภาพของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้ได้มาตรฐานสากลรองรับการผลิตและสร้างสรรค์คอนเทนต์ไทยไปสู่ตลาดโลกพร้อมสนับสนุนข้อมูลองค์ความรู้ต่างๆที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงเครือข่ายนักสร้างสรรค์ยกระดับห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

สำหรับทิศทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศในระยะ 5 ปีข้างหน้าในมุมมองของผู้อำนวยการCEA คนใหม่จะให้ความสำคัญในการสร้างความสามารถของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ 3 แนวทางได้แก่

การส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของทุนวัฒนธรรมและเมืองสร้างสรรค์ (Empower Cultural Asset and Creative City)

CEA จะเดินหน้าส่งเสริมการรวมกลุ่มของเจ้าภาพเมืองขับเคลื่อนการนำร่องการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์อย่างยั่งยืนส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้เครื่องมือในการติดตามข้อมูลและเพิ่มปริมาณนวัตกรเมืองสร้างสรรค์ในท้องถิ่นตลอดจนเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือการพัฒนาย่านสร้างสรรค์ในและต่างประเทศและส่งเสริมนักสร้างสรรค์ในพื้นที่ต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมทั้งเรื่องสินค้าที่มีเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ตามสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ซึ่งในประเทศไทยมีจำนวนมากและเป็นสิ่งบ่งบอกว่าในประเทศของเรามีความพิเศษถึงสามารถที่จะเพาะปลูกหรือทำในเรื่องเหล่านี้ขึ้นมาได้เช่นเรื่องข้าวผลไม้พืชสมุนไพรที่มีมูลค่ามากในต่างประเทศโดยCEA จะสนับสนุนผ่านโครงการต่างๆเช่นโครงการพัฒนาและส่งเสริมย่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative District) โครงการพัฒนาและส่งเสริมเมืองสร้างสรรค์ไทยสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก (UNESCO Creative City Network) โครงการเทศกาลส่งเสริมและยกระดับธุรกิจสร้างสรรค์ (Soft Power) ภาคใต้โครงการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนและสร้างกลไกการสืบทอดของอัตลักษณ์ชุมชนเพื่อเกิดการจ้างงานอย่างยั่งยืนระดับสากล (Global OTOP) เป็นต้น

พัฒนาศักยภาพธุรกิจสร้างสรรค์และยกระดับทักษะสร้างสรรค์ของคนไทย (Build Creative Business Competitiveness)

CEA จะเร่งพัฒนาโมเดลธุรกิจและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในการลดข้อจำกัดทางธุรกิจในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์กระตุ้นส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ปกป้องและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญา(เงินลงทุน/การปกป้องสิทธิ) ซึ่งCEA ได้ให้ความสำคัญกับการผลักดันให้ผู้ประกอบการเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญานอกจากนี้ยังจะยกระดับเครือข่ายสถาบันการศึกษาในการพัฒนาเตรียมความพร้อมแรงงานสร้างสรรค์ตลอดจนส่งเสริมการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนาสินค้าหรือบริการและยกระดับทักษะสร้างสรรค์ของคนไทยผ่านโครงการต่างๆเช่นโครงการบริหารจัดการศูนย์บ่มเพาะธุรกิจสร้างสรรค์เพื่อบริการองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้แก่ประชาชนและเครือข่ายในภูมิภาคทั้งในเชิงกายภาพและออนไลน์โครงการพัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมการสร้างSoft Power ของประเทศไทยโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและการระดมทุนแบบไม่อาศัยตัวกลางด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนสำหรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์โครงการพัฒนาระบบนิเวศสร้างสรรค์เพื่อการพัฒนาโลกเสมือนจริง (CEA Metaverse Ecosystem Lab) เป็นต้น

พัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยภายใต้บริบทใหม่เพื่อการแข่งขันในระดับสากล (Enter the Global Market)

CEA จะส่งเสริมการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เข้าถึงแหล่งทุนจากในและต่างประเทศรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมรวมทั้งส่งเสริมการหาโอกาสทางตลาดแก่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในตลาดต่างประเทศและเชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรหน่วยงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศทั้งทวิภาคีและพหุภาคีเพื่อให้ผู้ประกอบการไทยได้พัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยได้มีความสามารถทางเทคโนโลยีเพื่อให้แข่งขันในระดับสากลและส่งเสริมการหาโอกาสทางการตลาดแก่อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในตลาดต่างประเทศได้

“เชื่อว่าอีก 5 ปีCEA จะมีบทบาทสำคัญในการเป็นหน่วยงานกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อนำไปสู่การผลักดันให้เกิดนโยบายด้านต่างๆในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์และเป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์เกิดและเติบโตด้วยการจัดหาทรัพยากรความรู้และโอกาสในการพัฒนานักสร้างสรรค์ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาคพร้อมกับการกระตุ้นให้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และภาคการผลิตจริงเพื่อนำไปสู่การพัฒนาสินค้าและบริการในระดับสากลภายใต้หัวใจสำคัญของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อให้อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยสามารถผงาดได้ในตลาดโลก”ดร.ชาคริตกล่าวทิ้งท้าย

Leave a comment