ครั้งแรก! ของวงการ Health Care ร่วมเวิร์กชอป ‘GETTING STARTwith FHIR’ พลิกโฉมการบริหารระบบ ‘ข้อมูลสุขภาพ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/683032

ครั้งแรก! ของวงการ Health Care ร่วมเวิร์กชอป ‘GETTING STARTwith FHIR’ พลิกโฉมการบริหารระบบ ‘ข้อมูลสุขภาพ’

ครั้งแรก! ของวงการ Health Care ร่วมเวิร์กชอป ‘GETTING STARTwith FHIR’ พลิกโฉมการบริหารระบบ ‘ข้อมูลสุขภาพ’

วันพุธ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2565, 15.16 น.

สำนักพัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพไทย (สมสท.) ร่วมกับ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์(องค์การมหาชน)(TCELS) และพันธมิตรสำคัญจาก Standards and Interoperability Lab Thailand(SIL-TH), H LAB และโรงพยาบาลสระบุรีร่วมกันจัดงาน “GETTING START with FHIR:The most practical and popular data standard in healthcare” พร้อมเดินหน้าผลักดันให้“ข้อมูลสุขภาพ” ในไทยเชื่อมต่อฐานข้อมูลสาธารณสุขครบทุกมิติ โดยมีนายแพทย์ดาวฤกษ์ สินธุวณิชย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสำนักพัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพไทย(สมสท.)เป็นประธานในพิธีเปิดงาน เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา

นายแพทย์ดาวฤกษ์ สินธุวณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สำนักพัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพไทย (สมสท.)กล่าวว่า“เนื่องจากทุกวันนี้“ข้อมูลสุขภาพ”พื้นฐานในระบบสาธารณสุขของไทยมีความซับซ้อนมากบวกกับเทคโนโลยีที่แต่ละหน่วยงานนำมาใช้ในองค์กรของตนก็ต่างระบบกันในประเทศไทยเองถ้าหากนำระบบเทคโนโลยีเชื่อมต่อข้อมูลที่มีมาตรฐานระดับสากลเหล่านั้นมาปรับประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาประเทศของเราเป็นตัวกลางการเชื่อมต่อ“ข้อมูลสุขภาพ”ทั้งระบบสาธารณสุขของประเทศย่อมจะก่อให้เกิดผลดีต่อทุกภาคส่วนส่งผลดีทั้งในแง่ของภาคโรงพยาบาลจะได้มีการบริหารจัดการที่ดีภาคประชาชนก็จะได้รับการบริการที่มีความสะดวกสบาย รวดเร็ว และปลอดภัยขึ้นเป็นลำดับครับ”

ด้านนายแพทย์รัฐ ปัญโญวัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการ สำนักพัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพไทย (สมสท.) หนึ่งในวิทยากรผู้เชี่ยวชาญในด้าน FHIR profiling & SNOMED-CT สอนเวิร์กชอปในงานนี้  กล่าวว่า“ทาง สมสท. เป็นหน่วยงานที่มีความแข็งแรงในด้านการเก็บข้อมูลสุขภาพในไทย จากการศึกษาเรื่องมาตรฐานการเชื่อมต่อระบบ“ข้อมูล” พบว่า FHIRนั้นถูกออกแบบมาได้ค่อนข้างสมบูรณ์ ใช้งานได้ง่าย อีกทั้งยังมีเครื่องมือต่างๆรองรับจำนวนมาก ทาง สมสท.เล็งเห็นว่าระบบนี้จะเป็นเครื่องมือที่เพิ่มความสะดวกให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่จำเป็นต้องใช้ได้เป็นอย่างดี พร้อมทั้งได้ผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะกระทรวงสาธารณสุขได้นำไปพิจารณาในการยกระดับเพื่อการพัฒนาเชื่อมต่อฐาน“ข้อมูลสุขภาพ”โดยรวมเรียบร้อยแล้ว และสำหรับการจัดงานเผยแพร่ความรู้ในครั้งนี้มีผู้คนสนใจมาร่วมเวิร์กชอปเป็นจำนวนมาก ต่อจากนี้ไปทั้ง 2 ภาคส่วนนี้ คงต้องทำงานควบคู่สอดรับกันไปเรื่อยๆเพื่อร่วมกันพลิกโฉมระบบสาธารณสุขไทยในทุกมิติให้เกิดขึ้นครับ”

คุณกมลวัทน์ สุขสุเมฆ ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ H LAB ผู้นำHealth Tech สตาร์ทอัพแถวหน้าของเมืองไทยที่นำเอาแนวทางของ FHIRมาพัฒนาเป็นนวัตกรรมต่อยอดในเชิงธุรกิจในประเทศและกำลังวางแผนไปตลาดโลก รวมถึงยังเป็นวิทยากรในงานนี้อีกด้วยกล่าวว่า“ทาง  H LAB เริ่มศึกษาระบบ FHIR อย่างจริงจังเมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจาก บริษัทเราปรับกลยุทธ์จากเดิมเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านไอที(IT Consultant) เปลี่ยนมาเป็นให้บริการด้านไอที(IT Solution)แบบครบวงจร ด้วยเหตุนี้ ทางบริษัทจึงมองหาระบบมาตรฐาน“ข้อมูลสุขภาพ”ที่ต้องตอบโจทย์มาตรฐานระดับสูงสุด ใช้งานง่าย มีความปลอดภัย ที่สำคัญต้องทำหน้าที่เชื่อมต่อกับทุกระบบที่ต่างกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยเหตุนี้บริษัทเราจึงนำแนวทางของFHIRซึ่งเป็นระบบมาตรฐานที่ได้รับความนิยมสูงสุดในสหรัฐอเมริกา และตอบทุกโจทย์ความต้องการของH LAB นำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในด้านการออกแบบการเก็บข้อมูล, ออกแบบการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพราะFHIR สามารถผูกเข้ากับระบบมาตรฐานอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ระบบ SNOMED-CT ซึ่งเป็นระบบ“จัดการคำศัพท์ทางการแพทย์ที่สำคัญต่อการลงข้อมูลในทุกจุดของการรักษาพยาบาล”นั่นเองเรียกได้ว่าตอนนี้ทางบริษัทของเราใช้FHIRในการให้บริการงานด้านไอทีแบบครบวงจรเลยทีเดียว

“H LAB ตั้งเป้าไว้ว่าอยากจะเข้าไปแก้ไขปัญหาและช่วยพัฒนาระบบของทางโรงพยาบาลให้ดีขึ้นทั้งในการบริหารจัดการ,บุคลากร,การเบิกจ่าย เป็นต้นซึ่งตอนนี้ ทางบริษัทมีลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในการเข้าไปดูแลวางระบบไอทีทั้งภาคเอกชน และภาครัฐ เช่น โรงพยาบาลศิริราชซึ่งH LABมีความมุ่งมั่นและให้ความสำคัญกับการเข้าไปแก้ไขปัญหาให้โรงพยาบาลในไทยก่อนเป็นอันดับแรก และหลังจากนั้นภายใน 3 ปีจะขอไปชิงส่วนแบ่งการตลาดในต่างประเทศต่อไปและตั้งเป้าเติบโตของรายได้อยู่ที่ 200 ล้านบาทต่อปี เพราะตอนนี้เริ่มมีโรงพยาบาลจากต่างประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สนใจติดต่อมาทางH LABเป็นที่เรียบร้อย” คุณกมลวัทน์กล่าวทิ้งท้าย

ตบท้ายกันที่ นายแพทย์อนันต์ กมลเนตร  ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสระบุรีถือเป็นโรงพยาบาลที่มีวิสัยทัศน์เป็นโรงพยาบาลต้นแบบในการยอมรับและนำ FHIR มาใช้งานได้จริงกล่าวว่า“ในอดีตที่ผ่านมา ทางโรงพยาบาลสระบุรีมีปัญหาเรื่อง “การจัดการข้อมูล”และ“การวิเคราะห์ข้อมูล”เนื่องจากมีฐานจัดเก็บ“ข้อมูล”ที่ไม่ได้มาตรฐานทำให้เวลาส่งต่อ“ข้อมูลสุขภาพ”ไปยังหน่วยงานอื่นๆ เพื่อทำการวิเคราะห์และเบิกจ่ายในด้านต่างๆ เกิดความยุ่งยากและเสียเวลาเนื่องจากฝ่ายไอทีต้องแปลง“ข้อมูล”ให้เข้ากับแต่ละระบบของหน่วยงานนั้นๆเพื่อให้เชื่อมต่อกันได้  ด้วยเหตุนี้จึงส่งผลต่อการออกนโยบายบริหารงานเป็นอย่างมากแต่หลังจากติดตั้งFHIR แล้ว ทำให้ทีมไอทีลดเวลาทำงานลงและมีเวลาไปทำงานเพื่อเพิ่มคุณภาพตามนโยบายของโรงพยาบาลในด้านอื่นๆได้ดีมากยิ่งขึ้น เช่น ทาง รพ.มีแอปพลิเคชันที่หลากหลายทำให้คนไข้-ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการเกิดความสะดวกสบาย ได้รับการบริการที่รวดเร็วทันใจ ตอบโจทย์การเข้ารับบริการได้ตรงจุดมากขึ้นครับ” นายแพทย์อนันต์กล่าวสรุปอย่างน่าสนใจ

ภายในงานนี้ ยังมีวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาร่วมให้ความรู้ เช่นนพ.ธนภพ ณ นครพนม แพทย์คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, นพ.ศุภฤกษ์ ถวิลลาภ หัวหน้ากลุ่มสารสนเทศ กองระบาดวิทยาควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข, นพ.เดโชวัต พรมดาCEO & FOUNDER of HEALTHTAG,นายพงษ์ชัย เพชรสังหารCEO & CO-FOUNDER of Dietz &อุปนายกสมาคมเฮลท์เทคไทย,คุณปฏิภาณ ประเสริฐสมผู้จัดการโครงการ สถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ภาครัฐ(สวข.)(GBDi),นพ.กวิน สิริกวิน หัวหน้างานพัฒนาคุณภาพสถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข,ภก.ณัฐดนัยไทยพิพัฒน์  เภสัชกร โรงพยาบาลศิริราชเป็นต้น ทำให้ผู้เข้าร่วมงานกว่า 50 ท่านได้รับความรู้กันเต็มที่

สำหรับผู้ที่สนใจ สอบถามเกี่ยวกับ FHIRสามารถติดต่อเข้ามาขอคำปรึกษาได้ที่ สำนักพัฒนามาตรฐานระบบข้อมูลสุขภาพไทย (สมสท.)โทร. 02-027-9711 อีเมล :this@this.or.th หรือH LAB ที่ปรึกษาและผู้พัฒนาระบบบริหารจัดการในโรงพยาบาล ระบบการแพทย์ฉุกเฉิน ระบบคิวและการนัดหมายออนไลน์มือถือ 063-446-7740หรือ http://www.hlabconsulting.com

-(016)

Leave a comment