ตุลาคม เดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม ‘สถาบันมะเร็ง’ และ ‘วาโก้’ ชวนตระหนักรู้เท่าทันมะเร็งเต้านม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/683305

ตุลาคม เดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม  ‘สถาบันมะเร็ง’ และ ‘วาโก้’ ชวนตระหนักรู้เท่าทันมะเร็งเต้านม

ตุลาคม เดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม ‘สถาบันมะเร็ง’ และ ‘วาโก้’ ชวนตระหนักรู้เท่าทันมะเร็งเต้านม

วันศุกร์ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายแพทย์สกานต์ บุนนาค

ปัจจุบันผู้หญิงในสังคมไทยส่วนใหญ่ กำลังเผชิญกับความเสี่ยงหรือภัยเงียบของ “โรคมะเร็งเต้านม” และถือเป็นโรคมะเร็งยอดฮิตที่พบในผู้หญิงไทยมากที่สุดเป็นอันดับ 1 มีอัตราผู้ป่วยที่ตรวจเจอ ปีละประมาณ 17,000 รายเฉลี่ยวันละประมาณ 40 กว่าคน และเสียชีวิตมากถึง 4,700 รายต่อปี หรือคิดเป็น 10 คนต่อวัน ส่วนใหญ่มักพบในผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 35-60 ปีขึ้นไปโดยสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมนั้นยังไม่พบแน่ชัด เพราะมีทั้งปัจจัยภายนอกและภายในที่น่ากลัวเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยตุลาคมของทุกปีเป็นเดือนแห่งการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม โครงการวาโก้โบว์ชมพู สู้มะเร็งเต้านม จึงรณรงค์ให้ผู้หญิงไทยตระหนักถึงความร้ายแรง และเห็นความสำคัญของการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้ซึ่งได้ดำเนินโครงการมาต่อเนื่องร่วมกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เป็นปีที่ 22

นายแพทย์สกานต์ บุนนาค ผู้อำนวยการ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า “โรคมะเร็งเต้านมเกิดจากความปกติของเซลล์ที่อยู่ในท่อน้ำนมหรือต่อมน้ำนม ซึ่งเป็นเซลล์ผิดปกติที่ไม่สามารถควบคุมได้และอาจแพร่กระจายไปทางเดินน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้เคียง เช่น ต่อมน้ำเหลืองใต้ราวนมซึ่งโรคมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่จะพบมากในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ปัจจุบันมะเร็งเต้านมเป็นโรคยอดนิยมอันดับ 1 ของมะเร็งทั้งหมด คาดว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทุกๆ ปีจึงอยากให้ผู้หญิงทุกคนเกิดการตื่นตัวกับภัยร้ายนี้เพื่อรับมือตระหนักรู้เฝ้าระวัง โดยแนะนำให้ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมตั้งแต่อายุ 35 ปีขึ้นไป เพราะเป็นกลุ่มเสี่ยงซึ่งตรวจเจอเยอะที่สุดในช่วงอายุประมาณ 60 ปีขึ้นไป หากตรวจพบความผิดปกติเร็วในระยะแรกจะได้รีบทำการรักษา และมีอัตราการหายขาดได้

การตรวจด้วยเครื่องแมมโมแกรม

ปัจจัยและสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคมะเร็งเต้านม ได้แก่ 1.ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป 2.พันธุกรรมแฝงหรือยีนกลุ่มเสี่ยง เช่น มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม โดยเฉพาะญาติใกล้ชิดสายตรง 3.ระยะเวลาช่วงมีประจำเดือน ผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาเร็วก่อนอายุ 12 ปี และผู้หญิงที่หมดประจำเดือนช้าหลังอายุ 55 ปี ซึ่งมีแนวโน้มในการเกิดมะเร็งเต้านมได้ รวมถึงผู้หญิงที่ใช้ฮอร์โมนทดแทนเป็นระยะเวลานาน4.การฉายรังสีโดนเต้านม เช่น ผู้ที่เป็นมะเร็งปอด ผ่านการฉายรังสีที่อาจไปโดน
บริเวณเต้านม ซึ่งอาจทำให้เกิดมะเร็งเต้านมได้ง่ายขึ้น 5.การดื่มแอลกอฮอล์เยอะๆก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน 6.บุคคลที่เป็นโรคอ้วน มีโอกาสเกิดมะเร็งเต้านมเยอะขึ้นกว่าคนรูปร่างผอม

ผู้หญิงที่ตรวจพบโรคมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่ เกิดจากการคลำด้วยตัวเองแล้วพบก้อนที่บริเวณเต้านม ซึ่งความรุนแรงของโรคที่เกิดกับบุคคลอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดของเซลล์มะเร็ง โดยมะเร็งบางชนิดรักษาง่าย บางรายเจอความผิดปกติและมีก้อนขนาดใหญ่ อาจมีการแพร่กระจายตัวและรักษาได้ยาก รวมถึงการมีสภาวะทางร่างกายที่แตกต่างกัน ผู้ป่วยบางคนมีโรคร่วม อาทิ โรคหัวใจ โรคปอด โรคตับ รวมอยู่ด้วยทำให้รักษาได้ยากขึ้นดังนั้น 3 ปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งเต้านม คือ 1.ชนิดของเซลล์มะเร็ง 2.ขนาดของการกระจาย และ 3.ความพร้อมด้านร่างกายของผู้ป่วยในการรับการรักษาถ้าเทียบกับโรคมะเร็งทั่วไปแล้ว มะเร็งเต้านมถือว่าเป็นโรคมะเร็งที่มีการรักษาได้ผลค่อนข้างมาก

การอัลตราซาวนด์

อย่างไรก็ตาม การตรวจมะเร็งเต้านมเบื้องต้น รู้ก่อน…รักษาก่อน โดยนายแพทย์สกานต์ กล่าวเสริมว่าการตระหนักรู้ก่อนจะทำให้เราสามารถรักษามะเร็งเต้านมในระยะแรก
ได้ทันท่วงที โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป ซึ่งเกิดจากการผิดปกติของเต้านม อาทิ เต้านมบุ๋ม เต้านมเกิดการดึงรั้ง จุกเต้านมผิดรูป รวมถึงมีของเหลวหรือมีเลือดไหลออกมาจากเต้านม ในผู้ป่วยบางรายอาจเจอความผิดปกติที่ลามมาด้านข้างไปถึงต่อมน้ำเหลืองใต้รักแร้ ซึ่งเป็นหนึ่งสัญญาณในการเฝ้าระวัง ซึ่งปัจจุบันการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมมีหลายวิธี เช่น การคลำด้วยตัวเอง การคลำด้วยบุคลากรทางการแพทย์การตรวจโดยใช้เอกซเรย์พลังงานต่ำถ่ายภาพของเต้านม หรือที่เรียกว่า “แมมโมแกรม” ซึ่งปัจจุบันการตรวจเมมโมแกรมยังเข้าถึงการตรวจที่น้อย เพราะมีค่าใช้จ่ายที่สูง ทางสถาบันมะเร็งแห่งชาติจึงได้รณรงค์ให้ผู้หญิงไทย หมั่นเช็คสุขภาพเต้านม โดยขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญถึงวิธีการตรวจเต้านมด้วยตัวเอง รวมถึงเพิ่มความมั่นใจและแม่นยำ ก็แนะนำให้ตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์อย่างน้อยปีละครั้ง

บาลานซิ่งบราและเต้านมเทียม

ทั้งนี้ โครงการ “วาโก้โบว์ชมพูสู้มะเร็งเต้านม” ซึ่งเป็นกิจกรรมแมมโมแกรมการกุศลฯ โดยได้รับการสนับสนุนจากบริษัท ไทยวาโก้ จํากัด (มหาชน) เพื่อช่วยเหลือผู้หญิงไทยที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและมีแนวโน้มจะเป็นมะเร็งเต้านมแต่ขาดโอกาส ให้ได้เข้าถึงบริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์ฟรีซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ในการตรวจพบมะเร็งเต้านม โดยกิจกรรมวาโก้แมมโมแกรมการกุศล ได้ร่วมกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติและโรงพยาบาลมะเร็งภูมิภาค 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี, มะเร็งอุบลราชธานี, มะเร็งลำปาง และมะเร็งสุราษฎ์ธานี ในการคัดเลือกบุคคลที่เป็นกลุ่มเสี่ยงแต่ขาดโอกาสในการรับบริการ ให้ได้รับสิทธิ์การตรวจแมมโมแกรมและ อัลตราซาวนด์เต้านม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ จำนวนโรงพยาบาลละ30 คน ทั้งยังให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางและชดเชยรายได้ให้กับผู้ด้อยโอกาสทุกคน คนละ 500 บาท เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระและอำนวยความสะดวกในการรับบริการตรวจสุขภาพเต้านม เป็นการขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพื่อรู้ทันภัยมะเร็ง สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้ที่ https://www.nci.go.th/

Leave a comment