#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2513997

30 ก.ย. 2565 09:00 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
ประวัติศาสตร์จ่อซ้ำรอย รัสเซียเตรียมผนวกดินแดนยูเครน ตะวันตกทำอะไรไม่ได้
- วลาดิเมียร์ ปูติน เตรียมประกาศรวม 4 แคว้นยูเครนที่รัสเซียเข้ายึดครองเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ เริ่มกระบวนการผนวกรวมดินแดนซึ่งคาดกันว่า จะเสร็จสิ้นในสัปดาห์หน้า
- ทั้งยูเครนและพันธมิตรตะวันตกของพวกเขา ไม่สามารถทำอะไรเพื่อหยุดยั้งรัสเซียได้ ซ้ำรอยเหตุการณ์ไครเมีย ที่ถูกรัสเซียผนวกรวมไปเมื่อปี 2557
- นักวิเคราะห์มองว่า การผนวกดินแดนของรัสเซียยังเป็นแผนการที่จะทำให้ชาติตะวันตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากมาก ในการให้ความช่วยเหลือยูเครนด้วย
ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน เตรียมจัดพิธีเพื่อประกาศให้ 4 แคว้นในยูเครนที่ถูกกองทัพของพวกเขายึดครอง เป็นส่วนหนึ่งของประเทศรัสเซีย ในวันศุกร์นี้ (30 ก.ย.) หลังผลการลงคะแนนเสียงประชามติซึ่งเคียฟกับพันธมิตรของพวกเขา ประณามอย่างรุนแรงว่า ลวงโลก และผิดกฎหมายระหว่างประเทศนั้น ปรากฏว่าคนส่วนใหญ่สนับสนุนการรวมดินแดน
คำประกาศของปูตินจะถือเป็นการเริ่มกระบวนการผนวกรวมดินแดนดังกล่าวเป็นของพวกเขาอย่างเป็นทางการ ก่อนที่รัฐสภารัสเซียเตรียมมีมติผนวกดินแดนในสัปดาห์หน้า โดยที่ไม่ว่าชาติตะวันตกจะใช้มาตรการคว่ำบาตรใดๆ ก็ไม่สามารถขัดขวางหรือหยุดยั้งรัสเซียได้เลย เหมือนกับกรณีที่เกิดขึ้นที่แคว้นไครเมียเมื่อปี 2557
การผนวกรวมดินแดนครั้งนี้เกิดขึ้นดูเหมือนจะเกิดขึ้นอย่างรีบร้อนไม่ต่างจากตอนไครเมีย นักวิเคราะห์มองว่า เป็นความต้องการของปูติน ที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ในยูเครนหลังจากถูกโจมตีตอบโต้อย่างหนักจนเสียพื้นที่ที่ยึดมาได้หลายส่วน ซึ่งจะทำให้ชาติตะวันตกและยูเครนตกอยู่ที่นั่งลำบากอย่างมาก

*รัสเซียเตรียมผนวกดินแดน 15% ของยูเครน
รัสเซียกำลังจะผนวกรวมดินแดนขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกและภาคใต้ของยูเครน ซึ่งคิดเป็น 15% ของดินแดนยูเครนทั้งหมดเป็นของตัวเอง โดยจะรวมถึงดินแดนราว 3% ที่มอสโกยังเข้าควบคุมไม่ได้ เช่น พื้นที่แนวหน้าการปะทะในแคว้นโดเนตสก์ที่ทหารยูเครนยังคงต่อสู้อยู่
ดินแดนดังกล่าวประกอบด้วย พื้นที่ขนาดใหญ่ในภูมิภาคดอนบาส ทางตะวันออกของยูเครน ซึ่งมีชนพื้นเมืองชาวรัสเซียและชาวยูเครนที่พูดภาษารัสเซียจำนวนมากอาศัยอยู่ โดยพื้นที่ 2 ส่วนใหญ่ๆ ในดอนบาสตอนนี้แยกตัวออกมาแต่เพียงฝ่ายเดียว และสถาปนาตัวเองเป็นสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ (DPR) กับสาธารณรัฐประชาชน ลูฮานสก์ (LPR) ในปี 2557 โดยรัสเซียเพิ่งให้การยอมรับเป็นรัฐอิสระก่อนจะบุกโจมตียูเครนในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ดินแดนอีกส่วนที่รัสเซียจะผนวกรวมคือ แคว้นเคอร์ซอน กับแคว้นซาปอริเชีย ทางตอนใต้ โดยทั้ง 4 แคว้นมีพื้นที่รวมกันกว่า 90,000 ตร.กม. ใหญ่เท่าประเทศฮังการี หรือโปรตุเกส และหากรวมแคว้นไครเมียที่รัสเซียควบรวมไปก่อนแล้วตั้งแต่ปี 2557 ก็หมายความว่า รัสเซียกำลังจะผนวกรวมดินแดนราว 1 ใน 5 ของยูเครนไปเป็นของตัวเอง
กระบวนการผนวกรวมดินแดนของรัสเซียใช้เวลาไม่นานเลย อย่างกรณีของไครเมีย กองกำลังฝักฝ่ายรัสเซียเข้าควบคุมแคว้นแห่งนี้ได้ในวันที่ 27 ก.พ. 2557 ก่อนจะจัดประชามติถามประชาชนเรื่องการรวมเป็นหนึ่งกับยูเครนในวันที่ 16 มี.ค. หลังจากผลโหวตออกมาว่ามีผู้เห็นชอบถึง 96% รัฐสภารัสเซียก็ผ่านมติรวมไครเมียเป็นส่วนหนึ่งของประเทศในวันที่ 21 มี.ค.
ส่วนกรณีล่าสุด มีความเป็นไปได้ที่กระบวนการผนวกรวมดินแดนจะเสร็จสิ้นลงในวันที่ 4 ต.ค. ที่จะถึงนี้ โดยสภาล่างและสภาสูงของรัสเซียมีกำหนดการจัดประชุมในวันดังกล่าว เพื่อมีมติเรื่องการผนวกรวมทั้ง 4 แคว้นของยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขาอย่างเป็นทางการ

ชาติตะวันตกหยุดปูตินไม่ได้
หากถามว่ายูเครนกับชาติตะวันตกจะสามารถหยุดยั้งการผนวกรวมดินแดนของรัสเซียได้หรือไม่? คือตอบคือ “ไม่ได้” แม้ว่าสหรัฐฯ และพันธมิตรจะต้องการให้ยูเครนเอาชนะรัสเซียในสมรภูมิรบ รวมถึงส่งอาวุธไปช่วยสนับสนุน แต่พวกเขาจะไม่ส่งทหารเข้ามาร่วมรบด้วยโดยตรง
ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ระบุว่า พวกเขาเตรียมบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อรัสเซียเพิ่มเติม ร่วมกับชาติพันธมิตร หากมอสโกเดินหน้าเรื่องการผนวกรวมดินแดนยูเครน แต่ตัวอย่างก็มีให้เห็นแล้วจากกรณีของไครเมีย ว่าการคว่ำบาตรไม่รุนแรงพอให้วลาดิเมียร์ ปูติน เปลี่ยนใจ รัสเซียถูกคว่ำบาตรมาจนถึงทุกวันนี้ แต่พวกเขาก็ยังเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของโลก จนกล้ายกทัพบุกยูเครน
หากสหรัฐฯ ต้องการให้มาตรการคว่ำบาตรได้ผล พวกเขาจำเป็นต้องขอความร่วมมือจากจีนและอินเดีย ให้ช่วยจำกัดราคาพลังงานของรัสเซียบางส่วน แต่ไม่น่าเป็นไปได้ โดยเฉพาะในกรณีของจีนที่ความสัมพันธ์ระหองระแหงกับสหรัฐฯ และประกาศตัวเป็นมิตรกับรัสเซีย เพื่อคานอำนาจกับชาติตะวันตก
พวกเขาอาจใช้วิธีส่งอาวุธที่ล้ำสมัยมากขึ้นในเคียฟ ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน เพิ่งออกมาบอกว่า พวกเขาได้รับระบบยิงจรวดภาคพื้นสู่อากาศ ‘NASAMS’ จากสหรัฐฯ แล้ว ขณะที่นายมิคไฮโล โพโดลียัค หนึ่งในเจ้าหน้าที่อาวุโสของรัฐบาลยูเครนเตือนรัสเซียว่า นานาชาติจะคว่ำบาตรและส่งอาวุธให้ยูเครนเพิ่ม เช่น ระบบมิสไซล์เชิงยุทธวิธี (ATACMS) เพื่อตอบโต้การทำประชามติผนวกรวมดินแดน
อย่างไรก็ตาม เรื่องทั้งหมดนั้นจะเกิดขึ้นหลังจากที่รัสเซียประกาศการรวมดินแดนไปแล้ว ซึ่งในสายตาปูตินมองว่า เป็นสิ่งที่ไม่อาจย้อนคืนกลับมาได้อีก

ทำไมรัสเซียรีบร้อนผนวกดินแดน?
นายอันดรานิค มิกรายาน ศาสตราจารย์จากสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมอสโก และอดีตที่ปรึกษาในคณะบริหารของประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่า รัสเซียตัดสินใจว่าจำเป็นต้องใช้มาตรการจริงจังและเด็ดขาด เพื่อดึงเอาความมุ่งมั่นในตอนแรกกลับมา หลังจากถูกกองทัพยูเครนโต้กลับอย่างคาดไม่ถึง จนเสียพื้นที่มากมายในแคว้นคาร์คิฟ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
การลงประชามติและคำสั่งระดมกำลังพลสำรองบางส่วนจำนวน 300,000 นาย เป็นสัญญาณให้เห็นการตัดสินใจอย่างเด็ดขาดของรัสเซีย “ผมคิดว่า การตัดสินในของปูตินมีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานการณ์อย่างใหญ่หลวง และทำให้ทั้งชาติตะวันตกและยูเครนตกที่นั่งลำบากมากๆ”
“การลงประชามตินั้นได้ปิดประตูสู่การเจรจาใดๆ ไปแล้ว แต่กลับเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ที่ยูเครนจะถูกทำลายสถานะความเป็นรัฐอิสระ เพราะดินแดนใดๆ ที่รัสเซียยึดได้ในอนาคต อาจถูกผนวกรวมเข้าสู่รัสเซีย” ศ.มิกรายานระบุ และอธิบายด้วยว่า รัสเซียต้องการให้ตะวันตกหยุดติดอาวุธให้ยูเครน แทนที่จะไปกดดันให้เคียฟยอมรับเงื่อนไขยุติความขัดแย้งของมอสโก

รัสเซียพยายามกดดันชาติตะวันตก
รัฐบาลเครมลินเคยออกมาเตือนว่า หลังจากการทำประชามติ สถานการณ์ทางกฎหมายในพื้นที่ 4 แคว้นยูเครนที่พวกเขายึดครองจะเปลี่ยนไปอย่างมากจากมุมมองของกฎหมายระหว่างประเทศ และจะมีผลที่ตามมาสำหรับความมั่นคงในพื้นที่เหล่านั้น
ระหว่างการแถลงทางโทรทัศน์เมื่อสัปดาห์ก่อน ประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า รัสเซียเตรียมใช้ทุกวิถีทาง รวมถึงอาวุธนิวเคลียร์ เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามต่อบูรณภาพแห่งดินแดนของพวกเขา ก่อนที่ต่อมา รัฐมนตรีต่างประเทศ เซอร์เก ลาฟรอฟ และอดีตประธานาธิบดี ดีมิทรี เมดเวเดฟ จะออกมากล่าวเป็นนัยว่า บูรณภาพแห่งดินแดนที่ว่าจะรวมถึงพื้นที่ที่รัสเซียยึดจากยูเครนอย่างเป็นทางการด้วย
คำพูดทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อสั่นคลอนความมุ่งมั่นของชาติตะวันตก แม้สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และอีกหลายประเทศแน่วแน่ในการช่วยเหลือยูเครน แต่ประเทศอย่างเยอรมนีและฝรั่งเศสกลัวความเป็นไปได้ที่สถานการณ์จะบานปลายอย่างมาก โดยเฉพาะสถานการณ์ที่อาจทำให้ปูตินทำตามคำขู่เรื่องอาวุธนิวเคลียร์ของเขา หรือขัดขวางการส่งพลังงาน และทำให้ตลาดปั่นป่วนไปมากกว่านี้
แม้ชาติตะวันตกจะไม่ยอมรับการผนวกดินแดนแต่เพียงฝ่ายเดียวของรัสเซีย แต่การที่เครมลินถือว่าดินแดนเหล่านั้นเป็นส่วนหนึ่งของพวกเขา ก็อาจเพียงพอให้บางรัฐบาลต้องคิดทบทวนมากขึ้นก่อนจะให้การสนับสนุนทางทหารแก่ยูเครน ซึ่งอาจลุกลามเข้าไปในพื้นที่ดังกล่าว
“นี่คือการเพิ่มการเดิมพันและปูตินก็รู้ดี” นายโรเจอร์ มัวร์เฮาส์ นักประวัติศาสตร์อังกฤษผู้เชี่ยวชาญเรื่องประวัติศาสตร์เยอรมนีและยุโรปกลางระบุ “มันคือการข่มขู่พันธมิตรตะวันตก เพื่อทดสอบความกล้าของพวกเขา”
ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี
ที่มา : aljazeera, indianexpress, time
กราฟิก : Sathit Chuephanngam