การกลับมาของผู้กำกับคุณภาพ ‘ภาคภูมิ วงษ์จินดา’ สู่การกำกับภาพยนตร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/685107

การกลับมาของผู้กำกับคุณภาพ  ‘ภาคภูมิ วงษ์จินดา’ สู่การกำกับภาพยนตร์

การกลับมาของผู้กำกับคุณภาพ ‘ภาคภูมิ วงษ์จินดา’ สู่การกำกับภาพยนตร์

วันเสาร์ ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ห่างหายไปจากการกำกับภาพยนตร์สักพัก ปีนี้ ภาคภูมิ วงษ์จินดา หรือ เพื่อน-ภาคภูมิ ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยที่ใครๆ ต่างรู้กันดีว่าเป็นผู้กำกับภาพยนตร์ที่สามารถกำกับได้อย่างหลากหลายแนว ดูจากผลงานที่ผ่านมา อาทิ ฟอร์มาลีนแมน รักเธอเท่าฟ้า (2547), รับน้องสยองขวัญ (2548), วิดีโอคลิป (2550),ใคร…ในห้อง (2553), ชอบกด LIKE ใช่กด LOVE (2555) และสำหรับปีนี้เราได้เห็นผลงานการกำกับของ เพื่อน-ภาคภูมิ อีกครั้งและครั้งนี้เป็นการกำกับภาพยนตร์แนวระทึกขวัญ เหนือธรรมชาติหนึ่งในโปรเจกท์จักรวาลมอนสเตอร์ไทย แต่ครั้งนี้ เพื่อน-ภาคภูมิ ไม่ได้กำกับคนเดียว ได้บัดดี้ผู้กำกับทางถนัดอย่าง ชาลิต ไกรเลิศมงคลทั้ง เต้ย-ชาลิต และ เพื่อน-ภาคภูมิ ต่างเคยร่วมงานกันในฐานะผู้กำกับ และผู้สร้างวิชวลเอฟเฟกท์มาหลายต่อหลายเรื่อง หากแต่จุดเชื่อมโยงของทั้งสองที่เหมือนกัน นั่นคือต่างก็มีความหลงใหลในมอนสเตอร์ทั้งคู่ ครั้งนี้จึงได้มีโอกาสร่วมงานกัน

เต้ย-ชาลิต เล่าถึงทำไมถึงเป็น ตะบองพลำ “ก็เป็นคนที่ชอบเรื่องราวเหนือธรรมชาติอยู่แล้ว เราเลยศึกษาค้นคว้าเรื่องราวของตะบองพลำ จนได้พบว่ามันเป็นตำนานที่เล่าขานกันมานาน ด้วยลำตัวที่ยาวเกือบ 18 เมตร ขนาดลำตัวที่ใหญ่ และขาที่มีร้อยขา เวลามันเดินเสียดสีกัน เสียงมันจะเหมือนเสียงฝนตก กินช้างเป็นอาหาร แถมยังเคยมีเรื่องเล่าปรัมปราว่าเห็นคราบของตะบองพลำทางภาคใต้ แค่ปล้องเดียวขนาดเท่ากระด้งเลย แต่เป็นตำนานที่คนไม่รู้จักในวงกว้างมากนัก คืออาจจะผ่านๆ ตา แต่ว่าไม่รู้ว่ามันหน้าตาเป็นอย่างไร เราเลยลองออกแบบดีไซน์ให้มันมีชีวิตขึ้นมาจริงๆ” เต้ย-ชาลิต พูดถึงที่มาและการค้นคว้าตำนานแห่งตะบองพลำ

เพื่อน-ภาคภูมิ “จริงๆ มอนสเตอร์ไทยมีอยู่เยอะมากนะแค่ในวรรณคดีก็มีเป็นร้อยแล้ว แต่ด้วยเทคนิคที่ยังไม่พัฒนาภาพฝันมันเลยไม่ออกมา แต่เต้ยเขาฝังใจไง เขาชอบความเป็นไทยเขาอยากดีไซน์มอนสเตอร์ไทยให้แปลกและแตกต่างกับของเมืองนอกตัวตะบองพลำร้อยขาตัวนี้จึงได้ถือกำเนิดขึ้น หลังจากนั้นเราก็มาดีไซน์ว่าไอ้ตะบองพลำ มันควรจะหน้าตาแบบไหน ผมตีความถึงความใหญ่โต, ความมีพละกำลัง ซึ่งในตอนแรกเราก็พยายามหาจุดที่ลงตัวของเจ้าตะขาบนี้ และวางโครงสร้างของมันให้มันก้ำกึ่งจะผีก็ไม่ใช่ จะสัตว์ประหลาดก็ไม่เชิง ผมอยากเรียกมันว่า “ปีศาจ”มากกว่า ซึ่งพอเราได้ตีความแล้วก็พบว่าแค่ความใหญ่มันไม่พอ แค่จำนวนที่มากมายมหาศาลก็ไม่พอ มันต้องมีฟังก์ชั่นที่น่าสนใจมากขึ้น เราเลยนึกไปถึงการที่มันเข้าไปสิงร่างคน ก็คงจะดูน่าสนใจมากขึ้น” เพื่อน-ภาคภูมิ เสริมส่งความตั้งใจในการสร้างฟังก์ชั่นของตะบองพลำให้แตกต่าง

Leave a comment