#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2523965

11 ต.ค. 2565 14:38 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐออนไลน์
รู้จัก ‘สะพานไครเมีย’ เชื่อมรัสเซีย โดนบึมสะเทือนขวัญ เซ่นสงครามยูเครน
- รัสเซียโดน ‘ลูบคม’ อย่างแรง เมื่อ ‘สะพานไครเมีย’ เชื่อมระหว่างภาคใต้กับรัสเซียกับคาบสมุทรไครเมียถูกโจมตีด้วยรถบรรทุกระเบิด จนเกิดไฟไหม้ และบางส่วนของสะพานพังถล่มลงมา ขณะสงครามยูเครนยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 8
- ‘สะพานไครเมีย’ ความยาว 19 กม. ถือเป็นสะพานสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของปูติน ที่ทุ่มงบประมาณก่อสร้างกว่า 1.4 แสนล้านบาท หลังผนวกคาบสมุทรไครเมียเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซียในปี 2557
- ‘สะพานไครเมีย’ เป็นเพียงสะพานแห่งเดียวที่เชื่อมระหว่างรัสเซียกับไครเมีย และถือเป็นเส้นทางสำคัญทางยุทธศาสตร์ที่รัสเซียใช้ในการลำเลียงยุทโธปกรณ์จากรัสเซียมายังคาบสมุทรไครเมีย และครอบคลุมจนถึงภาคใต้ยูเครน
และแล้ว ‘สะพานไครเมีย’ ที่เชื่อมระหว่างแผ่นดินรัสเซีย กับ คาบสมุทรไครเมีย ก็ตกเป็นเป้าหมายโจมตีอย่างสะเทือนขวัญ เมื่อ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และเบื้องต้น ยังไม่มีใครออกมารับผิดชอบ
ทางการรัสเซีย ชี้เหตุวินาศกรรมครั้งนี้เป็น ‘การก่อการร้าย’ โดยยูเครน ด้วยการใช้คาร์บอมบ์-รถบรรทุกระเบิด โดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินได้ตอบโต้อย่างรุนแรง สั่งระดมยิงมิสไซล์โจมตีกรุงเคียฟ และหลายเมืองทั่วยูเครนชนิดหูดับตับไหม้ หนักหน่วงที่สุดในอีก 2 วันต่อมา
ทำไม ‘สะพานไครเมีย’ แห่งนี้ จึงตกเป็นเป้าหมายการก่อวินาศกรรม?? ท่ามกลางสงครามหฤโหดในยูเครนที่ดำเนินเข้าสู่เดือนที่ 8

สะพานแห่งความภาคภูมิใจของรัสเซีย
‘สะพานไครเมีย’ หรือมีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘สะพานเคิร์ช’ นับเป็นสะพานสายประวัติศาสตร์ สะพานแห่งความภาคภูมิใจของรัสเซีย เพราะ สะพานแห่งนี้ คือสัญลักษณ์แห่งชัยชนะของรัสเซียที่สามารถผนวกคาบสมุทรไครเมียเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซียได้สำเร็จในปี 2557
รัฐบาลประธานาธิบดีปูติน ตัดสินใจทุ่มงบประมาณมหาศาลกับโครงการเมกะโปรเจกต์ สร้าง ‘สะพานไครเมีย’ ที่มีมูลค่าถึง 227.92 ล้านรูเบิล หรือประมาณ 3,700 ล้านดอลลาร์ (ราว 1.4 แสนล้านบาท คิดในอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ เท่ากับ 38 บาท) เพื่อทอดข้ามช่องแคบเคิร์ช เชื่อมระหว่างคาบสมุทรตามัน ซึ่งเป็นคาบสมุทรในดินแดนครัสโนดาร์ในปัจจุบัน ทางภาคใต้ของรัสเซีย กับคาบสมุทรเคิร์ชของไครเมีย
จนทำให้ สะพานไครเมีย มีความยาวถึง 12 ไมล์ หรือประมาณ 19 กิโลเมตร และถือเป็น สะพานที่ยาวที่สุดในรัสเซีย และยุโรป ในปัจจุบัน


ปูติน เปิดสะพานในปี 2561
สะพานไครเมีย เป็นสะพานเป็นสะพานคู่ขนาน ที่มีทั้งทางสัญจรของยานพาหนะและรถไฟ โดย ประธานาธิบดีปูตินได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดสะพานไครเมียด้วยความภาคภูมิใจ เมื่อ 15 พ.ค.2561 เนื่องจากถือเป็นโครงการ ‘เรือธง’ ทางการเมืองของปูติน หลังผนวกคาบสมุทรไครเมีย เป็นดินแดนส่วนหนึ่งของรัสเซีย เมื่อปี 2557
โดยขณะนั้น การก่อสร้างได้แล้วเสร็จในส่วนที่เปิดให้บริการได้เฉพาะเพียงรถยนต์ ซึ่งเริ่มวิ่งข้ามสะพานนี้ เมื่อ 16 พ.ค. 2561 ก่อนรถบรรทุกจะสามารถวิ่งข้ามสะพานไครเมียได้วันที่ 1 พ.ค.ในปีเดียวกัน แต่ขณะนั้นสะพานรถไฟยังก่อสร้างไม่เสร็จ
ต่อมา การก่อสร้าง สะพานรถไฟคู่ขนานทางรถยนต์ ได้แล้วเสร็จ และมีพิธีเปิดในวันที่ 23 ธ.ค. 2562 โดยรถไฟโดยสารขบวนแรก ได้วิ่งข้ามสะพานไครเมียในวันที่ 25 ธ.ค. 2562 ก่อนจะมีการเปิดให้รถไฟบรรทุกสินค้า สามารถวิ่งข้ามสะพานไครเมียได้ในวันที่ 30 มิ.ย.2563 ขณะที่ตามข้อมูลของรัสเซียระบุว่า จนถึง 15 ส.ค.2563 มีรถยนต์วิ่งข้ามสะพานไครเมียแล้วเป็นจำนวนนับ 36,393 คัน

รัสเซียพยายามป้องกัน ‘สะพานไครเมีย’ อย่างเต็มที่
ทางการรัสเซียได้ดำเนินมาตรการป้องกันสะพานไครเมียอย่างเข้มงวด และมีการใช้ ‘นวัตกรรมที่ทันสมัย’ ในการป้องกันสะพานสำคัญแห่งนี้ ถูกโจมตี เพราะตระหนักดีว่า สะพานไครเมีย มีความสำคัญมากสำหรับรัสเซีย และยังเป็นเพียง ‘สะพานแห่งเดียว’ ที่เชื่อมระหว่างรัสเซียกับไครเมีย
สะพานไครเมีย ถือเป็นสะพานยุทธศาสตร์ สำหรับรัสเซีย เพราะไม่ใช่แค่เพียงเฉพาะเป็นเส้นทางคมนาคมเท่านั้น แต่ยังเป็นเส้นทางลำเลียงยุทโธปกรณ์ ไปยังคาบสมุทรไครเมีย ที่ครอบคลุมไปถึงภาคใต้ของยูเครนด้วย โดยเฉพาะนับตั้งแต่ปูตินเปิดฉากทำสงครามยูเครน ตั้งแต่ 24 ก.พ. 2565
แต่แล้ว ท่ามกลางสงครามยูเครนที่ดำเนินมาจนเข้าสู่เดือนที่ 8 ได้มีคนร้ายส่งรถบรรทุกระเบิดบึมสนั่น ขณะกำลังมีขบวนรถไฟบรรทุกน้ำมัน 7 ถังวิ่งข้ามสะพานไครเมียเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 8 ต.ค. ทำให้เกิดระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ไฟไหม้ และสะพานบางส่วนถล่มพังลงมา
ประธานาธิบดีปูตินได้กล่าวถึงเหตุการณ์วินาศกรรมนี้ เป็นครั้งแรกว่า ‘ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นการก่อการร้ายโดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนของสหพันธรัฐรัสเซีย’
ก่อนที่ปูตินจะแก้แค้นที่สะพานไครเมียตกเป็นเป้าโจมตีด้วยการสั่งยิงขีปนาวุธถล่มกรุงเคียฟและหลายเมืองทั่วยูเครนอย่างหนักหน่วง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ศพ จนทำให้ชาติตะวันตกและสหรัฐฯพากันออกมาประณามรัสเซียว่าโหดเหี้ยมที่โจมตีเป้าหมายพลเรือน.

ผู้เขียน : อรัญญา ศรีจันทรนิตย์
ที่มา : Aljazeera, Japantimes