#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/685859

3 วิธีมาตรฐานในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
วันพุธ ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
นพ.ปิยศักดิ์ ทหราวานิช
วันที่ 7 ตุลาคมของทุกปีตรงกับวันมะเร็งเต้านมสากล (World Breast Cancer Day) ซึ่งโรคมะเร็งเต้านม พบมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของมะเร็งในผู้หญิงไทย โดยคิดเป็น 28.6 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน และส่งผลให้มะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตในกลุ่มโรคมะเร็ง เพราะฉะนั้น การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต เพราะหากตรวจเร็ว รู้ไว ก็จะมีโอกาสรักษาหายได้
นายแพทย์ปิยศักดิ์ ทหราวานิชศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านเต้านมและการเสริมสร้างเต้านม โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า มาตรฐานสากลในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ประกอบด้วยการซักประวัติโดยแพทย์ และตรวจเต้านมโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านเต้านม ซึ่งแนะนำผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปี ขึ้นไป อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
การตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์ โดยทั่วไป ผลตรวจจะถูกแปลค่าเป็น BIRADS หรือ Breast Imaging Recording and Data system โดยมีคะแนนตั้งแต่ 0-6 คือ BIRADS 0 หมายถึง ข้อมูลที่ได้ยังไม่เพียงพอต่อการวินิจฉัย จำเป็นต้องตรวจเพิ่ม BIRADS 1 และ 2 หมายถึงไม่พบสิ่งต้องสงสัยที่เสี่ยงกับมะเร็ง แนะนำตรวจติดตามอาการทุก 1 ปี BIRADS 3 หมายถึง พบสิ่งต้องสงสัยเสี่ยงมะเร็ง แต่น้อยกว่า 2% แนะนำตรวจติดตามอาการทุก6 เดือน BIRADS 4 หมายถึง พบสิ่งต้องสงสัยเสี่ยงมะเร็ง 2-95 % แนะนำเจาะชิ้นเนื้อเพื่อพิสูจน์ BIRADS 5 หมายถึง พบสิ่งต้องสงสัยเสี่ยงมะเร็งมากกว่า 95% แนะนำเจาะชิ้นเนื้อเพื่อพิสูจน์ BIRADS 6 หมายถึงได้ผลชิ้นเนื้อแล้วและผลออกมาเป็นมะเร็ง

การเจาะพิสูจน์ชิ้นเนื้อ เป็นกระบวนการสำคัญในการวินิจฉัยยืนยันโรคมะเร็งเต้านม ซึ่งจะใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยตรวจแมมโมแกรม 3 มิติและอัลตราซาวนด์แล้วพบว่ามีค่าตั้งแต่ BIRADS 4 และ 5 โดยมี 3 วิธีดังนี้
1. Fine Needle Aspiration หรือ FNA เป็นการใช้เข็มขนาดเล็กเบอร์ 22 เจาะเข้าไปบริเวณก้อน เพื่อดูดเอาเซลล์ออกมาตรวจหาเซลล์มะเร็ง ข้อดีคือใช้เวลาประมาณ 1-2 นาที เหมาะสำหรับผู้ที่มีผลตรวจแมมโมแกรมที่เป็น BIRADS 5 หรือมีความสงสัยของมะเร็งมาก และควรแปลผลโดยพยาธิแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเซลล์
2.Core Needle Biopsy เป็นการใช้เข็มเบอร์ใหญ่ขึ้น เจาะเข้าไปบริเวณก้อน เพื่อตัดเอาชิ้นเนื้อประมาณ 3-4 ชิ้น มาตรวจ ซึ่งจะให้ความแม่นยำมากกว่าการพิจารณาจากเซลล์ เนื่องจากสามารถดูโครงสร้างและรอยโรคได้ละเอียดกว่า มีการฉีดยาชาก่อนเจาะ และใช้เวลาประมาณ 30 นาที
3.Vacuum Assist เป็นการใช้เข็มขนาดใหญ่ เจาะเข้าไปบริเวณก้อน เข็มจะทำการดูดชิ้นเนื้อและตัดเข้ามาในกล่องหลายครั้ง ข้อดีคือสามารถใช้ตัดก้อนเนื้อออกจนหมดได้ แต่ข้อจำกัดคือ ต้องใช้ในกรณีที่มั่นใจแล้วว่าก้อนเนื้อนั้นไม่ใช่เนื้อร้าย มีการฉีดยาชาก่อนเจาะ และจะใช้เวลาประมาณ 40 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดของรอยโรค
การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่เหมาะสม ควรใช้วิธีตรวจเต้านมโดยศัลยแพทย์เฉพาะทาง ร่วมกับวิธีตรวจแมมโมแกรม และอัลตราซาวนด์เพื่อให้ได้ผลการตรวจที่แม่นยำมากขึ้น รวมถึงเมื่อทราบผลการตรวจแล้ว หากพบว่าเป็น BIRADS 4 และ 5 ควรเข้ารับการเจาะพิสูจน์ชิ้นเนื้อก่อนการผ่าตัด เพื่อการวางแผนการรักษาในขั้นต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับรอยโรค และระยะของโรคมากที่สุด