#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2527426

15 ต.ค. 2565 10:57 น.
- ข่าว
- ต่างประเทศ
- ไทยรัฐฉบับพิมพ์
จีนมอง 13 ปี ยกระดับขั้นแรก-สหรัฐฯ ควรร่วมมือ
สำนักข่าวท้องถิ่นจีนรายงานเกาะติดการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน ครั้งที่ 20 ที่มหาศาลาประชาชน กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 16 ต.ค.นี้ ท่ามกลางกระแสจับตาว่าใครมีการสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งคณะกรรมการกลาง ไปจนถึงอำนาจบริหารสูงสุดคณะกรรมการกรมการเมืองถาวรกันเช่นไร
ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์พีเพิล เดลี สื่อพรรคคอมมิวนิสต์จีนรายงานว่า การประชุมสมัชชาใหญ่ ซึ่งจัดขึ้นทุกๆ 5 ปีครั้งนี้ เป็นสิ่งจำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมาย “100 ปี รอบ 2” หรือการนำพาประเทศขึ้นสู่แถวหน้าของประชาคมโลกภายในปี 2592 เนื่องในโอกาสครบ 100 ปี การก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยจะเป็นการประชุมที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนจะมีการประเมินภาพรวม พร้อมวางเป้าหมายและทิศทางของนโยบายอย่างมีหลักเกณฑ์ สำหรับ 5 ปีหลังจากนี้และต่อไปในอนาคต
แม้ไม่ได้ลงรายละเอียด แต่บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์พีเพิล เดลียังระบุว่า ภายในปี 2592 จีน ควรจะเป็นประเทศที่เข้มแข็ง มีความเสมอภาค เจริญรุ่งเรือง สมัครสมานสามัคคี และเป็นประเทศสังคมนิยมยุคใหม่ และการจะบรรลุแผนดังกล่าวจะต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อบรรลุตามยุทธศาสตร์ 2 ขั้น ซึ่งในขั้นแรกจะต้องมีความคืบหน้าอย่างเด่นชัดภายในปี 2578 ใน 9 ภาคส่วน ในจำนวนนี้รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่สำคัญ ความก้าวหน้าการทำกองทัพให้ทันสมัย ความก้าวหน้าทางระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ และความก้าวหน้าการปลอดคาร์บอน
ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวซีเอ็มจีนของจีนรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศจีนแถลงตอบโต้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ต่อกรณีออกคำเตือนให้ระวังประเทศที่ใช้ภูมิรัฐศาสตร์บีบเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงจีน โดยระบุว่า จีนคัดค้านการนำการเมืองมาใช้ในการค้า และอย่างยิ่งการนำการค้าระหว่างประเทศมาใช้เป็นอาวุธเป็นการบีบบังคับเพื่อผลทางการเมือง มีบางประเทศที่ทำให้เกิดการหยุดชะงักของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าโลก โดยจีนขอเรียกร้องให้ประเทศเหล่านี้ละทิ้งแนวทางปฏิบัติที่กีดกันการค้า เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจโลก กฎเกณฑ์ และรากฐาน และพยายามร่วมกันเพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวและเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก
รายงานของซีเอ็มจีนยังรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการตั้งกำแพงภาษีทางการค้าที่สหรัฐฯ ตั้งขึ้นต่อจีน ตั้งแต่สมัยอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยชี้ให้เห็นว่า เป็นการปฏิบัติที่มุ่งเน้นผลทางการเมือง ส่งผลกระทบแง่ลบต่อการค้าระหว่างประเทศและการค้าโลก ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดของทางอเมริกา พร้อมระบุว่า อเมริกาควรจะร่วมมือกับทางจีนแทนที่จะยังคงดำเนินการทางการเมือง จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย.