‘ตรีนุช’นำผู้บริหารติดตามนโยบาย โรงเรียนชายแดน ริมโขงเชียงราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687415

'ตรีนุช'นำผู้บริหารติดตามนโยบาย โรงเรียนชายแดน ริมโขงเชียงราย

‘ตรีนุช’นำผู้บริหารติดตามนโยบาย โรงเรียนชายแดน ริมโขงเชียงราย

วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 12.53 น.

“ตรีนุช”นำผู้บริหารติดตามนโยบาย โรงเรียนชายแดนริมโขง จ.เชียงราย ชูราชประชานุเคราะห์ 15 เป็นต้นแบบขยายผล

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2565 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)พร้อมนายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา  รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(เลขาธิการ กอศ.) และคณะผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ติดตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

โดยจุดแรก ตรวจเยี่ยมโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15 (เวียงเก่าแสนภูวิทยาประสาท) และโรงเรียนศาสตร์พระราชา (วิทยาเขตกู่เต้า) สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย

น.ส.ตรีนุช เปิดเผยว่า โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15 ถือเป็นโรงเรียนตัวอย่างที่สามารถจัดการศึกษาลดความเหลื่อมล้ำให้นักเรียนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่อยู่ห่างไกลและเด็กด้อยโอกาสให้มีโอกาสเข้าถึงการศึกษา จุดเด่นของโรงเรียนแห่งนี้ คือการจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการพหุปัญญา ที่มีความหลากหลาย มีความทันสมัย ส่งเสริมเรื่องอาชีพ โดยร่วมกับเครือข่ายอาชีวะศึกษาในพื้นที่ คือวิทยาลัยการอาชีพเวียงเชียงรุ้ง สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดการศึกษาแบบทวิศึกษา ให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

โดยการจัดการศึกษาแบบทวิศึกษาที่ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน เช่น สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ ช่างไฟฟ้า ช่างยนต์ บัญชี เป็นต้น ทำให้เด็กสามารถนำความรู้ที่ได้มาไปสร้างอาชีพได้  และมีทางเลือกในการเรีนต่อที่หลากหลาย เพราะเด็กจะได้รับวุฒิการศึกษา 2 วุฒิ สามารถไปต่อยอดสายสามัญ และสายอาชีพได้ 

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า สำหรับจุดเด่นสำคัญของโรงเรียนอีกอย่างหนึ่ง คือ มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน การทดสอบนักเรียน จัดทำระบบข้อมูลด้านความปลอดภัยของนักเรียน นำเทคโนโลยมาใช้ในการยื่นวิทยฐานะของครู และการบริหารจัดการผ่านระบบ E-School Master เป็นการลดการใช้กระดาษ Paper Less สอดคล้องกับนโยบายสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ของรัฐบาล จะเห็นได้ว่าเมื่อโรงเรียนนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ ทำให้กระบวนการจัดการศึกษามีความรวดเร็วขึ้น มีความหลากหลาย และตอบสนองความต้องการของเด็กมากขึ้น ทำให้ครูมีเวลาโฟกัสไปที่การจัดการเรียนการสอนให้เด็กเพิ่มมากขึ้นด้วย การจัดการศึกษายึดเด็กเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง ที่สำคัญที่ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอน นอกจากนี้ โรงเรียนยังให้ผู้สูงอายุเข้ามาเรียนและสร้างอาชีพของตนได้ด้วย 

‘โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15  ถือเป็นโรงเรียนต้นแบบในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาส และเป็นต้นแบบของการจัดการศึกษาที่กล้าเปลี่ยนแปลง เพราะโรงเรียนได้จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาที่มีความหลากหลาย และมีศาสตร์พระราชา เพื่อตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก เพราะปัจจุบันทางเลือกของการศึกษามีมากขึ้น การเรียนอาจจะไม่มุ่งสู่มหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่จะเน้นทำให้เด็กสามารถประกอบอาชีพได้ และเน้นการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ให้เด็กคิดเป็น ลงมือปฏิบัติจริง สามารถจับต้องอาชีพที่ตนสนใจได้โดยตรง ทั้งนี้ ทราบว่า โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15 มีโรงเรียนเครือข่ายในพื้นที่ จ.เชียงราย 60 กว่าแห่ง ซึ่งดิฉันได้หารือกับผู้บริหารโรงเรีนน และผู้ที่เกี่ยวข้องว่าขณะนี้ ศธ.มีโรงเรียนในสังกัดจำนวนมาก จะสามารถขยายผลอย่างไร เพื่อให้โรงเรียนที่มีบริบทใกล้เคียงกัน นำการจัดการศึกษาของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 15 ไปปรับใช้ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการจัดการศึกษาต่อไป’ รมว.ศธ.กล่าว

ด้าน ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(เลขาธิการ กพฐ.)กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ซึ่งดูแลจัดการศึกษาให้กับเด็ก ซึ่งแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มแรกเด็กที่มีความสามารถพิเศษที่จะมีกลุ่มโรงเรียนเฉพาะ เช่น กลุ่มโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย กลุ่มโรงเรียนกาญจนาภิเษก รวมถึงโรงเรียนดังหรือ โรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง กลุ่มที่ 2 เด็กปกติทั่วไปที่จะมีโรงเรียนที่จัดการเรียนการสอนตามปกติ

สำหรับเด็กทั่วไปและกลุ่มที่ 3 เด็กด้อยโอกาส เด็กพิการ ก็จะมีสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ(สศศ.) ดูแลโดยมีโรงเรียนพิเศษเฉพาะทาง ได้แก่ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ และโรงเรียนเฉพาะความพิการ โดยเด็กกลุ่มที่ 3นี้ เป็นกลุ่มที่ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษในเรื่องของการส่งเสริมอาชีพ เพื่อให้มีอาชีพ มีรายได้ เพียงพอที่จะก้าวข้ามความด้อยโอกาส และลดความเหลื่อมล้ำไปได้. 012

Leave a comment