#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/687274

‘วิศวะมหิดล’จับมือ‘ม.จอนส์ ฮอปกินส์’ พัฒนางานวิจัยเครื่องมือ-หุ่นยนต์การแพทย์
วันพุธ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
คณะวิศกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ขับเคลื่อนความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัย จอนส์ ฮอปกินส์ (Johns Hopkins University : JHU) รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา ภายใต้โครงการ Reinventing University: Mahidol Medical Robotics Platform โดยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในการสัมมนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์ พร้อมทั้งหารือความร่วมมือในโครงการวิจัยและพัฒนาแลกเปลี่ยนบุคลากร ณ ศูนย์วิจัยหุ่นยนต์ทางการแพทย์ LCSR ม.จอนส์ ฮอปกินส์
รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า เมื่อ 19 ปีก่อน ตนเคยศึกษาปริญญาเอกด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์ที่ ม.จอนส์ ฮอปกินส์ แห่งนี้ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีชื่อเสียงระดับโลก และมีประวัติการก่อตั้งมากว่า 146 ปี โดยมีบทบาทสำคัญในโลกวิทยาการและเป็นเสาหลักในการต่อสู้กับวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 อันเป็นที่ยอมรับของประชาคมโลก
ซึ่งการเดินทางมามหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ ในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยไทย-สหรัฐฯ โดยได้รับเชิญให้มาบรรยายในหัวข้อ Medical Robotics เรื่อง Toward Medical Robotics Industry at Mahidol University ซึ่งมีนักวิชาการ นักวิจัย อาจารย์และผู้สนใจเข้าร่วมงาน นับเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ในการก่อตั้งและพัฒนาศูนย์เครือข่ายวิจัยหุ่นยนต์และ
ชีวการแพทย์ BATH LAB แห่งแรกในประเทศไทยและวิจัยหุ่นยนต์ทางการแพทย์ ซึ่งกำลังมีบทบาทสำคัญในการช่วยแพทย์ผ่าตัด
เพิ่มประสิทธิภาพต่อการบำบัดรักษาผู้ป่วย การติดต่อสื่อสารกับผู้ป่วย และพัฒนาระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine)
ในประเทศไทยให้มีประสิทธิภาพ ตลอดจนการสร้างนวัตกรรมอุปกรณ์การแพทย์ในการฝ่าฟันอุปสรรคช่วงวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 เพื่อคุณภาพชีวิต และระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง สามารถช่วยป้องกันการสูญเสียชีวิตของประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์
“นอกจากนี้ ยังมุ่งมองถึงภารกิจในระยะยาวของการพัฒนาศูนย์วิจัยหุ่นยนต์ทางการแพทย์ในประเทศไทย ที่จะเป็นระบบนิเวศสำคัญในการบ่มเพาะบุคลากรของประเทศ ยกระดับดิจิทัลเฮลแคร์ในยุค 5G-6G และส่งเสริมอุตสาหกรรมอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงมากขึ้นและได้มีส่วนร่วมเป็นพลังในการดูแลป้องกันสุขภาพเชิงรุก” รศ.ดร.จักรกฤษณ์ กล่าว
สำหรับงานขับเคลื่อนความร่วมมือในครั้งนี้คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล ได้หารือความในโครงการวิจัยและพัฒนาแลกเปลี่ยนบุคลากร ร่วมกับ ศ.รัสเซล เทย์เลอร์ (Russell Taylor) ผู้อำนวยการศูนย์หุ่นยนต์ทางการแพทย์ LCSR และคณาจารย์ ประกอบด้วย ศ.หลุยส์ วิทคอมบ์ (Louis Whitcomb) ศ.ปีเตอร์ คัสซันซิเดส (Peter Kazanzides) ศ.จูเลียน ไอออดาชิตา (Julian Iordachita) ศ.แอกเซล ไครเกอร์ (Axel Krieger) และ ศ.จิน ซอบ คิม (Jin Seob Kim)
ทั้งนี้ ม.จอนส์ ฮอปกินส์ นับเป็นต้นแบบของมหาวิทยาลัยวิจัยขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงโดดเด่นในด้านการแพทย์ วิศวกรรมชีวการแพทย์ สาธารณสุข และการพยาบาล รวมถึงมีสถาบันชั้นนำระดับโลกในสาขาอื่นด้วย อาทิ สถาบันการดนตรีพีบอดี และสถาบันศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อีกทั้งเป็นมหาวิทยาลัยที่ครองอันดับ 1 ด้านการทุ่มเทงบประมาณการวิจัยและพัฒนาในสาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ และวิศวกรรมศาสตร์มาเป็นเวลา 30 ปี ต่อเนื่องกัน และเป็นสถาบันที่ได้รับการอ้างอิงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

