แบลคมอร์สชี้เทรนด์การดูแลสุขภาพ โอกาสทองนักวิจัยไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/687477

แบลคมอร์สชี้เทรนด์การดูแลสุขภาพ  โอกาสทองนักวิจัยไทย

แบลคมอร์สชี้เทรนด์การดูแลสุขภาพ โอกาสทองนักวิจัยไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สถาบันแบลคมอร์สชี้ไทยมีต้นทุนที่ดีเรื่องของสมุนไพร แนะนักวิจัยเร่งศึกษาความต้องการของตลาดตามเทรนด์การดูแลสุขภาพ วิจัยหาสารสกัดใหม่ๆ หรือพัฒนาสิ่งที่มีอยู่เดิมให้ดีขึ้น พร้อมจดสิทธิบัตรและตีพิมพ์ผลงานวิจัยเปิดทางภาคอุตสาหกรรมนำไปต่อยอด

จากงานเสวนาหัวข้อ Functional Ingredients : Thailand Opportunity ในงานTechnoMart 2022 จัดโดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ดร.ภญ.อโนมา เจริญทรัพย์ ผู้จัดการด้านการศึกษา สถาบันแบลคมอร์ส ประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้โลกอยู่ในสังคมของผู้สูงอายุโดย 10-20 ปี ข้างหน้าผู้สูงอายุจะเพิ่มมากขึ้น ทำอย่างไรให้ผู้สูงอายุอยู่อย่างมีคุณภาพ ดังนั้น จึงเป็นโอกาสสำคัญของนักวิจัยไทย ที่จะช่วยพลิกโฉมประเทศไทยสู่เศรษฐกิจสร้างคุณค่าสังคมเดินหน้าอย่างยั่งยืน โดยปัจจัยที่จะช่วยอายุยืนยาว ประกอบด้วย 4 อ. อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ เอน(นอนหลับ) สิ่งที่สำคัญคือเรื่องของอาหาร เดิมมีแนวคิดว่ากินอะไรได้อย่างนั้น แต่ระยะหลังจะเปลี่ยนเป็นยีนอย่างไรต้องกินอย่างนั้นหรืออาหารที่อาจปรับเปลี่ยนยีน ดังนั้น อาหารจึงจะมาในรูปแบบFunctional Ingredients หรือ Natural Supplements เนื่องจากการทานอาหารของคนส่วนใหญ่ไม่สามารถได้รับสารอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย นักวิจัยจะต้องค้นคว้าเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด เปิดมุมมองในเรื่องของเทรนด์การดูแลสุขภาพ

สำหรับเทรนด์การดูแลสุขภาพ ประกอบด้วยการมีอายุยืนยาว(Longevity) สังคมสูงอายุ และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม (Societal changes) โดยด้านการมีอายุยืนยาว ปัจจุบันมีงานวิจัยในกลุ่ม Longevity มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ingredients ใหม่ๆหรือ ingredients ที่มีอยู่แล้วมาวิจัยต่อยอดเพื่อให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้นส่วนด้านสังคมสูงอายุซึ่งอาจเจอปัญหาโรคต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ เบาหวาน กระดูกพรุนเป็นต้น นับเป็นโอกาสที่ดีที่จะนำงานวิจัยสมุนไพรและสารอาหารจากพืชท้องถิ่นออกสู่ตลาด ปัจจุบันมีงานวิจัยและแนวโน้มการรักษาด้วยสารอาหารในโรคเหล่านั้นมากขึ้น โดยเฉพาะโรคบางอย่างซึ่งอาจยังไม่มียาหลักในการรักษา เช่น ภาวะจอประสาทตาเสื่อม มูลนิธิโรคจอประสาทตาเสื่อมสหรัฐอเมริกา(American Macular Degeneration Foundation) แนะนำให้ผู้ป่วยใช้สารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี อี ธาตุสังกะสี ร่วมกับสารที่ได้จากธรรมชาติ เช่น ลูทีน ซีแซนทีน ตลอดจนแนะนำน้ำมันปลา ที่มีส่วนประกอบสำคัญคือกรดไขมันโอเมก้า 3 สำหรับผู้ที่ไม่ทานปลา อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง เช่น ผัก ผลไม้หลากสีเนื้อสัตว์ เช่น หอยนางรมจะมีธาตุสังกะสีอยู่สูงส่วนดอกดาวเรืองมีลูทีนสูง ซึ่งสามารถนำมาสกัดให้ได้สารสำคัญได้ เป็นต้น

ส่วนการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ก็เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาของสุขภาพได้เช่นกันวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปการใช้ชีวิตที่เร่งรีบ ทำให้ผู้คนรับประทานอาหารจังก์ฟู้ด ส่งผลให้เกิดภาวะอ้วนมีผลเสียต่อสุขภาพ ซึ่งมีสมุนไพรไทยหลายตัวมีส่วนช่วยควบคุมน้ำหนัก เช่น ดอกคำฝอย กระเจี๊ยบแดง พริก เป็นต้น ปัญหาสุขภาวะทางจิตยังเป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ของสังคมปัจจุบัน จากรายงานพบว่าประชากรมีปัญหานี้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-29 ปี เนื่องจากมีการใช้เทคโนโลยีสังคมมีการแข่งขันสูง ทำให้คนส่วนใหญ่เกิดความเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ จากงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศพบว่า สมุนไพรหลายชนิดเช่น โสมอินเดีย ชุมเห็ดไทยขี้เหล็ก ช่วยบรรเทาภาวะดังกล่าวได้

ในปัจจุบันไม่แนะนำใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น เนื่องจากอาจเกิดการดื้อยาซึ่งสมุนไพรบางชนิดมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย และต้านไวรัสโดยไม่ก่อให้เกิดการดื้อยา ที่มีการใช้แพร่หลายในการรักษาหวัด หรือการติดเชื้อทางเดินหายใจอื่นๆ ได้แก่ ฟ้าทะลายโจรเอ็คไคนาเซีย เป็นต้น

ทั้งนี้ ในประเทศไทยมีสมุนไพรหลายชนิดที่มีประโยชน์ต่อวงการแพทย์นักวิจัยไทยอาจวิเคราะห์สารสกัดใหม่ หรือพัฒนาต่อยอดของเดิมให้ดีขึ้น และตีพิมพ์ผลงานวิจัยนั้นๆ ในระดับนานาชาติเพื่อเป็นการเปิดทางให้ภาคอุตสาหกรรมนำไปต่อยอดและก้าวเข้าสู่ตลาดโลกสำหรับสถาบันแบลคมอร์สจะเน้นเรื่องของงานศึกษาและวิจัยเป็นหลัก โดยในส่วนงานด้านการศึกษา มีหลักสูตร Complementary Medicines Education (CMEd) ซึ่งเป็นหลักสูตรเกี่ยวกับเรื่องโภชนเภสัชภัณฑ์ เช่น สารอาหาร สมุนไพร และอื่นๆ โดยสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการเสริมหรือร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งหลักสูตรนี้ออกแบบสำหรับเภสัชกร โดยเฉพาะเภสัชกรชุมชน ซึ่งเป็นบุคลากรด่านหน้าที่ผู้ป่วยมารับคำปรึกษา หลักสูตรนี้จะเน้นกรณีศึกษา ควบคู่กับการนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ร่วมกับการปฏิบัติ ส่วนด้านงานวิจัยจะมีการศึกษาข้อมูลส่วนประกอบของสารอาหารและสมุนไพรจากทั่วโลกที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพต่างๆ ได้ และสถาบันฯ พร้อมสนับสนุนผลงานของนักวิจัยไทยและเชื่อว่าการที่ประเทศมีทรัพยากรหลากหลาย ความรู้ความสามารถของนักวิจัยไทยจะทำให้ได้
ผลงานวิจัยใหม่ๆ ที่มีคุณค่าเกิดขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน

Leave a comment