‘ตรีนุช’เผยแผ่นดินไหวเชียงใหม่ ไม่มีโรงเรียนได้รับผลกระทบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/687684

'ตรีนุช'เผยแผ่นดินไหวเชียงใหม่ ไม่มีโรงเรียนได้รับผลกระทบ

‘ตรีนุช’เผยแผ่นดินไหวเชียงใหม่ ไม่มีโรงเรียนได้รับผลกระทบ

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 14.35 น.

“ตรีนุช” เผยแผ่นดินไหว จ.เชียงใหม่ ไม่มีโรงเรียนได้รับผลกระทบ มั่นใจโรงเรียนบนรอยเลื่อนสอนเด็กเอาตัวรอด

20 ต.ค.65 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) นำผู้บริหาร ศธ.ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ โรงเรียนไตรประชาวิทยา ตำบลศิลาแลง อำเภอปัว จ.น่าน 

โดย น.ส.รีนุช ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหว ที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงเช้าวันนี้ (20 ต.ค.65) ทำให้พื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน รู้สึกถึงการสั่นสะเทือนนั้นว่า ตนได้รับรายงานว่าขณะนี้ยังไม่มีโรงเรียนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และโรงเรียนในภาคเหนือได้รับผลกระทบทั้งโครงสร้างของอาคารเรียนและช่วงนี้ปิดเทอมเด็กจึงไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

น.ส.ตรีนุช กล่าวต่อว่า ส่วนโรงเรียนไตรประชาวิทยา ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่รอยเลื่อนเปลือกโลก จึงมักเกิดแผ่นดินไหว น้ำป่าไหลหลาก แผ่นดินสไลด์ ทางโรงเรียนจึงได้สอนเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม ให้นักเรียนรู้จักภัยธรรมชาติ เส้นทางน้ำป่าไหลหลาก และสร้างการรับรู้ให้กับนักเรียน โดยนักเรียนสามารถทำโปรแกรมส่งสัญญาณเตือนภัย รู้วิธีสังเกตุสิ่งรอบตัว และทุกหมู่บ้านจะปลูกต้นไมยราบไว้สังเหตุใบ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวต้องอยู่ในที่โล่ง และรู้วิธีเอาตัวรอดได้เมื่อเกิดเหตุ เป็นต้น 

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า โรงเรียนไตรประชาวิทยาเปิดสอนชั้นอนุบาล ถึง ป.6 นักเรียนส่วนใหญ่เป็นลูกหลานชนพื้นเมืองไทลื้อ และชนพื้นเผ่าม้งทางโรงเรียนจึงสอนภาษาถิ่นและการใช้ภาษาไทยได้ผล 100% และถึงแม้นักเรียนจะเป็นเด็กแต่ก็ได้เรียนรู้เรื่องการทำโครงงาน หรือ project ที่เชื่อมโยงมาถึงเรื่องความปลอดภัยในสถานศึกษา ภัยจากธรรมชาติ และจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning โดยใช้ Problem–based Learning (PBL) ที่มีรูปแบบการเรียนรู้โดยการนำปัญหามาเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ซึ่งผลที่ได้สามารถนำมาพัฒนาแก้ปัญหาในชุมชนได้ทุกมิติทั้งเรื่องความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม อาชีพ และปัญหาปากท้อง

“โรงเรียนได้พานักเรียนไป เรียนรู้ในชุมชน นำประเด็นที่ใกล้ตัว และนักเรียนสนใจมาทำโครงงาน โดยพาเด็กลงพื้นที่ในชุมชนสืบค้นวิธีแก้ปัญหา ใช้ทั้งศาสตร์ภูมิปัญญา ศาสตร์พระราชา ศาสตร์สากลมาแก้ปัญหา เช่น เรื่องความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม ส่วนเรื่องอาชีพ-ปัญหาปากท้อง ก็ทำโปรเจคแหล่งท่องเที่ยว การเกษตร สร้างทักษะอาชีพร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษา เรียนรู้กับผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านผ้าในชุมชน ดูภูมิปัญญาผ้าลายน้ำไหลของน่าน ซึ่งจะนำไปสู่ soft power ถือเป็นกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่พัฒนาผู้เรียน พาตนเองรอด พาชุมชนรอดอย่างยั่งยืน” น.ส.ตรีนุช กล่าว

Leave a comment