#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/688279

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ได้ขับเคลื่อนงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 250 โครงการ ซึ่งทุกปีคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกและตัดสินผลงานโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษดีเด่น โดยคัดเลือกโครงการที่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์สู่พื้นที่เป้าหมายและทั่วไป โดยปี 2565 ได้ตัดสินให้ “การพัฒนาและขยายผลปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์เพื่อการผลิตพืชอินทรีย์อย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ผลงานของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรฉะเชิงเทรา สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 ได้รับรางวัลโครงการพระราชดำริและโครงการพิเศษดีเด่น ระดับดีเด่น
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรฉะเชิงเทรา ได้พัฒนาขยายผลการผลิตและการใช้ปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์ซึ่งเป็นนวัตกรรมของกรมวิชาการเกษตรสู่เกษตรกรให้ผลิตพืชอินทรีย์อย่างยั่งยืน และขยายพื้นที่เกษตรอินทรีย์สู่เกษตรกรและผู้สนใจ เพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ในการผลิตพืชอินทรีย์ พร้อมยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรรอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นตัวอย่างแก่การพัฒนาพื้นที่อื่น รวมทั้งพัฒนาเป็นแปลงเรียนรู้การผลิตพืชในรูปแบบเกษตรอินทรีย์ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร เสมือน “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต” โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตพืชด้านต่างๆ
นายระพีภัทร์กล่าวต่อว่า เทคโนโลยีกรมวิชาการเกษตรดังกล่าว เกษตรกรสามารถดำเนินการผลิตใช้ได้ด้วยตนเอง จึงได้ถ่ายทอดและขยายผลให้ผู้ที่สนใจเข้ามาศึกษาและสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้และปฏิบัติได้จริงในพื้นที่ตนเอง จนประสบความสำเร็จด้านเกษตรกรรมและพัฒนาอาชีพนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นเป็นการยกระดับฐานะความเป็นอยู่รอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ ซึ่งจากการดำเนินงานถ่ายทอดเทคโนโลยีโดยจัดทำแปลงต้นแบบการผลิตพืชอินทรีย์สามารถขยายผลสู่เกษตรกรพื้นที่รอบศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สามารถลดต้นทุนได้ร้อยละ 35.77 ทำให้รายได้สุทธิมากกว่าเฉลี่ย 37,398 บาท/ไร่
นอกจากนี้ จากการดำเนินการแปลงต้นแบบการผลิตพืชอินทรีย์ เกษตรกรแปลงต้นแบบสามารถเป็นวิทยากรถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตพืชอินทรีย์โดยใช้เทคโนโลยีของกรมวิชาการเกษตร และได้ผลิตปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์ใช้เอง ซึ่งมีผู้สนใจเข้าศึกษาดูงานแปลงต้นแบบ รวมทั้งสิ้น 349 ราย สามารถขยายผลไปสู่เกษตรกรรอบศูนย์ศึกษาฯ และพื้นที่อื่นได้ 101 ราย ในส่วนของเกษตรกรขยายผลมีการยอมรับและมีความพึงพอใจในการใช้ปุ๋ยชีวภาพและชีวภัณฑ์ของกรมวิชาการเกษตรมากที่สุด ปัจจุบันเกษตรกรขยายผลได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP 97 ราย และ Organic Thailand 7 ราย