#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/689110

นวัตกรรมเพื่อชาวไบค์เกอร์!นศ.อาชีวะ คิดค้น‘เครื่องฆ่าเชื้อหมวกกันน็อกโอโซน’
วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.
ผ่านพ้นไปแล้วกับกิจกรรม “หยุดสูญเสีย หยุดรถ ให้คนข้ามทางม้าลาย #ความดีที่คุณทำได้ ครั้งที่ 9” โดยคณะกรรมการบูรณาการกู้ชีพฉุกเฉินและความปลอดภัยทางถนน วุฒิสภา กระทรวงคมนาคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย เมื่อเร็วๆ นี้ซึ่งจัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกเดือนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นมา เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้รถใช้ถนนในประเทศไทยเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะการขับขี่ในบริเวณทางม้าลาย โดยไทยนั้นถูกจัดให้เป็นประเทศกลุ่มเสี่ยงสูงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของกิจกรรมครั้งที่ 9 นี้ คือนิทรรศการว่าด้วยความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งมีการโชว์นวัตกรรม “เครื่องฆ่าเชื้อหมวกกันน็อกโอโซน” ผลงานของนักศึกษาอาชีวะ “วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชูทิศ” กรุงเทพฯ โดย นายวุฒิธนาสิงเหิน นักศึกษาระดับ ปวส. ปี 1 วิทยาลัยการอาชีพนวมินทราชูทิศ เล่าว่า แรงบันดาลใจของผลงานชิ้นนี้ มาจากการที่ตนอยากให้นักศึกษาในวิทยาลัยสวมหมวกกันน็อกเป็นประจำด้วยความสมัครใจ
จึงร่วมกับเพื่อนๆ พัฒนาเครื่องฆ่าเชื้อโรคในหมวกนิรภัย ด้วยระบบโอโซนรุ่นแรก และนำไปทดลองใช้ในกลุ่มผู้ขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง และส่งโครงการเข้าประกวดที่ สสส. และได้งบประมาณมาจำนวนหนึ่ง ซึ่งก็นำมาพัฒนาเป็นเครื่อง รุ่น 2 ให้มีขนาดเล็กลงและมีความปลอดภัยมากขึ้น โดยการทำงานเครื่องดังกล่าวจะมีพัดลม 3 ตัว เมื่อหยอดเหรียญลงไป กดการทำงานที่ 2 นาที พัดลม2 ตัว คือข้างหลัง 1 ตัว ข้างใต้ 1 ตัว จะทำการดูดอากาศเข้ามาเพื่อทำปฏิกิริยากับโอโซน พอทำงานครบ 2 นาที พัดลมอีก 1 ตัว จะทำการดูดอากาศออก 20 วินาที
“จากการทดลองทางจุลชีววิทยา โดยซื้อเครื่องตรวจจากแล็บมาเอง และมีอาจารย์ทางด้านวิทยาศาสตร์คอยให้คำปรึกษา ทดสอบประเมินผลการทำงานก่อนใช้กับหลังใช้ พบว่าสามารถฆ่าเชื้อรา และแบคทีเรียได้ถึง 99% และขณะนี้ได้ตั้งให้บริการที่วินมอเตอร์ไซค์ 2 แห่งและที่วิทยาลัยอีก 1 แห่ง ผลตอบรับค่อนข้างดีอย่างไรก็ตาม ทางทีมยังมีการพัฒนาเรื่อยๆเพื่อให้สามารถใช้งานและบำรุงรักษาได้เอง”นายวุฒิธนา กล่าว
ด้าน นายดำรงฤทธิ์ จิตถาวรมณี ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง จุดรับผู้โดยสารระหว่างทางกรมควบคุมโรค และกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกกันน็อก เป็นเวลานานๆ ด้วยสภาพอากาศในเมืองไทยที่ค่อนข้างร้อน เหงื่อออกมาก และล่าสุดในช่วงฤดูฝน จะทำให้มีปัญหาหมักหมมของเชื้อโรคเชื้อราต่างๆ เกิดกลิ่นอับ คันหนังศีรษะ บางคนถึงขั้นผมร่วง ต้องพบหมอ ซื้อยามาทา
“ส่วนตัวต้องมีหมวกกันน็อกไว้หลายใบไว้สับเปลี่ยน อันไหนที่ไม่ได้ใช้ก็จะนำไปตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อ แต่ปัญหาคือบางครั้งไม่มีแดด ยิ่งหน้าฝนยิ่งลำบากหมวกจะมีความอับชื้นมาก เพราะฉะนั้นถ้ามีเครื่องหยอดเหรียญอบฆ่าเชื้อในหมวกกันน็อกได้ตนยินดีใช้บริการเลย เพราะประหยัดเวลาและดีต่อหนังศีรษะ” นายดำรงฤทธิ์ กล่าว
ทั้งนี้ มอเตอร์ไซค์ หรือรถจักรยานยนต์ เป็นยานพาหนะที่คนไทยนิยมใช้มากที่สุด ดังข้อมูลจาก กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า ในปี 2564 ที่ผ่านมามีมอเตอร์ไซค์จดทะเบียนใหม่ทั้งสิ้น1,763,883 คัน (ส่วนบุคคล 1,762,630 คัน + สาธารณะ 1,253 คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 65.6 หรือเกือบ 2 ใน 3 จากจำนวนรถทุกชนิดที่จดทะเบียนในปีดังกล่าวรวม 2,688,382 คัน
และหากดูยอดจดทะเบียนรถสะสมนับตั้งแต่เริ่มเก็บสถิติมาจนถึง ณ สิ้นปี 2564 จะพบว่า มีมอเตอร์ไซค์จดทะเบียนสะสมทั้งสิ้น 21,843,842 คัน (ส่วนบุคคล 21,685,858 คัน + สาธารณะ 157,984 คัน) ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 51.6 หรือกว่าครึ่งหนึ่งจากจำนวนรถทุกชนิดที่จดทะเบียนสะสมรวม 42,313,968 คัน แต่ในอีกด้านหนึ่งคนไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากการใช้มอเตอร์ไซค์ (ไม่ว่าขับขี่หรือโดยสาร) เป็นส่วนใหญ่
อาทิ ข้อมูลจาก ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ (ThaiRSC) อ้างอิงสถิติจาก บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด พบว่า ในปี 2564 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน 13,617 รายบาดเจ็บ 883,319 คน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นจักรยานยนต์ ร้อยละ 52.55 และรถยนต์ร้อยละ 47.45 รวมถึงรายงาน Global status report on road safety 2018 โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่เผยแพร่ในปี 2561 พบว่า แม้สถิติอุบัติเหตุบนท้องถนนของไทยจะอยู่ในอันดับ 9 ของโลก ลดลงจากอันดับ 2 ตามรายงานที่เผยแพร่ในปี 2558 แต่ยังมีอัตราการเสียชีวิตจากมอเตอร์ไซค์สูงที่สุดในโลก
ซึ่งเมื่อกล่าวถึงการใช้มอเตอร์ไซค์ “หมวกกันน็อก” คือสิ่งที่จะขาดไม่ได้เลยเพราะช่วยลดการบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะ (ซึ่งส่งผลกระทบต่อสมอง) ได้มาก..นวัตกรรมชิ้นนี้จึงตอบโจทย์บรรดา “ไบค์เกอร์” เป็นอย่างยิ่ง และน่าจะได้รับการสนับสนุนให้มีการพัฒนาเพื่อต่อยอดในเชิงพาณิชย์ในอนาคตต่อไป!!!