#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/local/689694

มจธ.เป็นเจ้าภาพจัดประชุมนานาชาติ ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม
วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) ภายใต้ศูนย์ความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และเครือข่ายความร่วมมือ 5 มหาวิทยาลัยไทย ร่วมกับ
มหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมวิชาการนานาชาติด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 8 : The 8th International Conference on Sustainable Energy and Environment (SEE 2022) ขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2565 ณ อาคารเคเอกซ์ (Knowledge Exchange-KX) การประชุมวิชาการนานาชาติ SEE เป็นเวทีที่มุ่งเน้นการนำเสนอความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ตลอดจนการนำเสนอแนวทางการหยุดยั้งภาวะโลกร้อนและแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจากผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยทั่วโลก
รศ.ดร.บัณฑิต ฟุ้งธรรมสาร ที่ปรึกษาอธิการบดีด้านวิจัยและนวัตกรรม มจธ. และประธานคณะกรรมการวิชาการของ SEE 2022 กล่าวว่า จากภาวะโลกร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นจึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่กระตุ้นให้ทุกประเทศต้องมีมาตรการที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีจุดมุ่งหมายสำคัญ 2 ช่วง คือ ภายในปี ค.ศ. 2030 จะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 45-50% และภายในปี ค.ศ.2050 จะต้องลดเหลือสุทธิเป็นศูนย์ทุกประเทศจะต้องร่วมมือกันลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (องค์ประกอบส่วนใหญ่ของก๊าซเรือนกระจก) และจะต้องใช้การดูดซับคาร์บอนด้วย เพื่อให้ปริมาณการปล่อยสุทธิเท่ากับศูนย์ จึงเป็นที่มาของการกำหนดโจทย์หรือประเด็นหลัก (theme) การประชุมนานาชาติ หรือ SEE ครั้งที่ 8 ซึ่งได้แก่ “The Road to Net-Zero : Energy Transition Challenges and Solutions” หรือ “หนทางสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ : ความท้าทายและแนวทางในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน”
“ที่ผ่านมา ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันดำเนินการด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนที่จะนำไปสู่ Net Zero กันอยู่แล้ว แต่การจัดประชุมครั้งนี้จะเป็นการนำเสนอผลงานวิจัยที่มีความเข้มข้นมากขึ้น มุ่งเน้นผลงานที่จะทำให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกมากขึ้น อันจะเป็นการสนับสนุนและเร่งรัดกระบวนการที่จะนำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้อุณหภูมิพื้นผิวโลกสูงขึ้นเกิน 1.5-2 องศาเซลเซียส เพราะหากอุณหภูมิสูงขึ้นอีกสัญญาณโลกร้อนจะถึงจุดอันตราย ความเสียหายที่ตามมาจะประเมินค่าไม่ได้” รศ.ดร.บัณฑิตกล่าว
สำหรับการประชุมครั้งนี้ คาดว่าปีนี้จะมีผู้เข้าร่วมประชุมประมาณ 200-250 คนมี Keynote speakers เป็นผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 10 คน จาก 7 ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และไทย มาร่วมบรรยายพิเศษ มีผู้สนใจ เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัยในหัวข้อต่างๆ รวมเกือบ 120 บทความ จาก 14 ประเทศโดยหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือหัวข้อ โมเดลเศรษฐกิจใหม่ “Bio-Circular Economy” ประมาณร้อยละ 25 บทความทั้งหมด รองลงมา คือ ระบบพลังงานไฟฟ้าในอนาคต ร้อยละ 20 โดยจะมีรางวัล Best Student Paper Awards สำหรับบทความที่มีการนำเสนอได้โดดเด่นที่สุด ซึ่งคัดเลือกจากคุณภาพการนำเสนอแบบปากเปล่าและเนื้อหาของบทความ และที่พิเศษกว่าทุกครั้ง คือ มีตัวแทนจากวารสารวิชาการระดับนานาชาติ ด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม2 ฉบับเข้าร่วมงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ผลงานที่นำเสนอในงาน SEE 2022 เข้ารับการคัดเลือกให้ตีพิมพ์ในวารสารดังกล่าวได้โดยตรง ได้แก่ Journal of Sustainable Consumption and Production (SCP) และ International Journal of Energy for a Clean Environment (IJECE)
