#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/689972

เกษรวิลเลจ ร่วมกับคริสตี้ส์ เอาใจคนรักนาฬิกา จัดนิทรรศการอวดโฉมเรือนเวลาหรูระดับตำนาน
วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) แลนด์มาร์คสำหรับคนรักนาฬิกาใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ตอกย้ำความเป็นวอทช์ เดสทิเนชั่น (Watch Destination) ชั้นนำของประเทศไทย ด้วยการร่วมกับ คริสตี้ส์ ประเทศไทย จัดงาน “Legendary and Unique Watches” อวดโฉม 10 เรือนเวลาหรูจากคอลเลคชั่นระดับตำนานของนักสะสมชื่อก้องโลกมาให้คนรักนาฬิกาได้ชมกัน
กุลฉัตร ชาญเศรษฐิกุล ผู้บริหารฝ่ายการจัดการนาฬิกาและจิวเวลรี เกษรวิลเลจ กล่าวถึงการจัดงานครั้งนี้ว่า “นับเป็นการร่วมมือครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างเกษรวิลเลจและคริสตี้ส์ ประเทศไทย รวมถึงพาร์ทเนอร์อีกมากมาย ซึ่งในฐานะที่เกษรวิลเลจเป็นวอทช์ เดสทิเนชั่นของคนรักนาฬิกาหรู เราจึงตั้งใจจัดงานนี้ขึ้นมาเพื่อให้เหล่านักสะสมนาฬิกาได้มายลโฉมเรือนเวลาหรูระดับตำนานกันอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการตอกย้ำว่าเราอยากให้ที่นี่เป็นเหมือนแหล่งรวมตัวของเหล่าคนรักนาฬิกา ที่จะมาแบ่งปันประสบการณ์และความชื่นชอบร่วมกัน และแน่นอนว่าทุกครั้งที่เราจัดงานขึ้นจะต้องมีความพิเศษมอบให้กับคนรักนาฬิกาทุกคนอย่างแน่นอน”
ด้าน ประภาวดี โสภณพนิช รองประธาน คริสตี้ส์ ประเทศไทย เสริมว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับเกษรวิลเลจจัดงานครั้งนี้ขึ้นมา เพราะด้วยความที่เกษรวิลเลจเป็นวอทช์เดสทิเนชั่นของคนรักนาฬิกาหรู และเราเองในฐานะที่เป็นผู้นำด้านการจัดประมูลสินค้าลักซ์ชัวรี่ ที่มีความตั้งใจอยากให้คนไทยได้สัมผัสกับความงดงามของเรือนเวลาหรูก่อนนำไปประมูลที่เจนีวา โดยเราหวังว่างานครั้งนี้จะสามารถสร้างความประทับใจให้กับคนรักนาฬิกาชาวไทยได้”
สำหรับเรือนเวลา 10 เรือนนั้น ประกอบไปด้วย VACHERON CONSTANTIN PLATINUM TOLEDO 1952 โดดเด่นด้วยหน้าปัดที่อ่านค่าได้ถึงสามเวลา พร้อมกลไกการดูวงโคจรของดวงจันทร์ โดยเรือนเวลา “Toledo 1952” นี้นับเป็นดีไซน์โฉมใหม่ของรุ่น “Cioccolatone” ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในช่วงต้นทศวรรษ 1950 โดยรุ่น “Toledo 1952” นี้ถูกผลิตเพียง 100 เรือนท่านั้น และเรือนที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้เป็นเรือนที่ 57
ROLEX “TRIPLE SIX” COMEX SEA-DWELLER 16660 โดยรหัส 16660 นั้นเปรียบเหมือน “Triple six” ซึ่งเปิดตัวการผลิตครั้งแรกเมื่อปี 1978 จนถึง 1988 ในรูปแบบนาฬิกาข้อมืออัตโนมัติจากสเตนเลสหายาก บริเวณหน้าปัดมีเข็มวินาทีติดอยู่กึ่งกลางเรือน พร้อมติดตั้งระบบระบายก๊าซที่อยู่ในตัวเรือนสำหรับการดำน้ำได้ลึกในระดับ 1,220 เมตรได้อย่างปลอดภัย รวมถึงการติดตั้งกลไก Caliber 3035 movement ที่มีฟังก์ชั่น Quickset ทำให้สามารถหมุนเม็ดมะยมเพื่อปรับตั้งค่าวันที่ได้
ROLEX DAYTONA “CHAMPAGNE PAUL NEWMAN DIAL” REF. 6241 นาฬิการหัส 6241 นั้นถูกผลิตขึ้นเพียง 3 ปีเท่านั้น ตั้งแต่ปี 1966-1969 จึงนับได้ว่าเป็นเรือนที่หายากมาก โดยเรือนที่ทำจากทอง 18K ถูกผลิตมาเพียง 300 เรือนเท่านั้น และเรือนที่ทำจากทอง 14K มีเพียง 450 เรือน
RICHARD MILLE PROTOTYPE RM050 “JEAN TODT 50th ANNIVERSARY” โดดเด่นด้วยกรอบหน้าปัดสีน้ำเงิน
บริเวณหน้าปัดมีความโปร่งใส นับเป็นอีกเรือนที่ควรค่าแก่การเก็บสะสม เพราะเป็นเรือนต้นแบบ เรือนที่ 3 จาก 5 เรือน ที่ผลิตขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของการเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตระดับมืออาชีพของ ฌอง ทอดต์ ในปี 2017 อีกทั้งตัวเรือนยังมีน้ำหนักเบา พร้อมติดตั้งฟังก์ชั่นจับเวลาได้นานถึง 30 นาที
RICHARD MILLE PROTOTYPE RM036 NO.1 เป็นนาฬิกาเรือนแรกที่ ริชาร์ด มิลล์ (Richard Mille) ร่วมออกแบบกับเจ้าของนาฬิกา โดยตัวเรือนผลิตจากไทเทเนียม โดดเด่นด้วยหน้าปัดเปลือยแบบสเกเลตัน (Skeleton) มาพร้อม
กลไกตูร์บิยง (Tourbillon) เที่ยงตรงและแม่นยำ โดยผลิตขึ้นเพียง 15 เรือนอีกทั้งยังติดตั้งกลไก G-Sensor ที่มีคุณสมบัติการตรวจจับความเร็วในการขับขี่ โดยจะแสดงผลผ่านหน้าปัดวัดความเร็วบนนาฬิกา
RICHARD MILLE UNIQUE RM004 V2 MADE FOR THE FIA โดดเด่นด้วยกรอบตัวเรือนทองคำที่มีเนื้อสีอมชมพู (Pink gold) 18K และเป็นรุ่นที่ออกแบบร่วมกับ เฟลิเป้ มัสซา (Felipe Massa) นักแข่งรถฟอร์มูล่าวันชาวบราซิล ซึ่งเป็นนักกีฬาคนแรกที่ได้ร่วมมือออกแบบนาฬิกากับ ริชาร์ด มิลล์ (Richard Mille) โดย RM004 เป็นเรือนเวลาที่ใช้วัสดุคุณภาพสูงเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการอ่านค่าเวลาที่แม่นยำ และโดดเด่นด้วยฟังก์ชั่นโครโนกราฟที่จับเวลาได้แม่นยำแบบเสี้ยววินาที
A. LANGE & SOHNE GRAND LANGE 1 LUNA MUNDI NO. 75/101 อีกหนึ่งเรือนเวลาหายากที่ถูกผลิตขึ้นระหว่างปี 2003 ถึง 2004 โดยเป็นรุ่นลิมิเต็ด อิดิชั่น ที่ติดตั้งกลไกการดูวงโคจรของดวงจันทร์และบนหน้าปัดยังมีการแสดงวงโคจรของดวงจันทร์ฝั่งซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้อีกด้วย โดยรุ่นนี้เป็นเรือนที่ 75 จากทั้งหมด 101 เรือน โดดเด่นด้วย 2 ดีไซน์ ได้แก่ ตัวเรือนที่ทำจากทองคำขาว 18K และตัวเรือนที่ทำจากทองคำเนื้อสีอมชมพู (Pink gold) 18K
PATEK PHILIPPE PERPETUAL CALENDAR CHRONOGRAPH 3970E อีกหนึ่งเรือนเวลาน่าสะสมจากปาเต็ก ฟิลิปป์ (Patek Philippe) ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นโครโนกราฟ โดยผลิตขึ้นตั้งแต่ปี 1951 ถึง 1985 นับเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ควรค่าแก่การสะสม กับการติดตั้งกลไกเลมาเนีย (Lemania) รุ่นใหม่ งดงามด้วยหน้าปัดทองคำ 18K ที่จับคู่มากับสายหนังสีน้ำตาลผิวด้าน
ปิดท้ายที่ VACHERON CONSTANTIN UNIQUE “FERRARI ENZO” MERCATOR โดดเด่นด้วยภาพวาดบริเวณหน้าปัดที่ถูกวาดมือด้วยเทคนิคคลัวซอนเน่ (Cloisonné) ซึ่งเป็นเทคนิคโบราณสำหรับการตกแต่งโลหะวัตถุ ให้เป็นรูปรถเฟอร์รารี เอนโซ่ (Ferrari Enzo) สีแดง โดยช่างฝีมือชั้นครู ที่มีชื่อเสียงระดับโลก โดยนาฬิกาดังกล่าวตัวเรือนทำจากทอง 21K โดยมีอีกหนึ่งความโดดเด่นคือตัวอ่านค่าเวลาหลักนาทีและหลักวินาที ถูกดีไซน์ให้อยู่บริเวณด้านล่างของตัวหน้าปัดนาฬิกา
สัมผัสประสบการณ์แห่งเรือนเวลาหรูระดับโลกได้แล้ววันนี้ที่ เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) และสามารถติดตามข่าวสารข้อมูลต่างๆ ได้ทาง www.facebook.com/GaysornVillage/ และ www.gaysornvillage.com

กองเพชร สันติสุภาพร, ประภาวดี โสภณพนิช, สุริยน ศรีอรทัยกุล, วงศ์ชนก ชีวะศิริ, กุลฉัตร ชาญเศรษฐิกุล, กันตภณ โชควารีพร

ประภาวดี โสภณพนิช, กุลฉัตร ชาญเศรษฐิกุล

วาริท อยู่วิทยา, ม.ล.กอกฤษต กฤดากร



