#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/lady/690423

บริหารงาน บริหารชีวิต สไตล์‘จารุวรรณ โชติเทวัญ’ลูกไม้ใต้ต้น‘สหฟาร์ม’
วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.
นํ้าผึ้ง-จารุวรรณ โชติเทวัญ
แม้จะงานบริหารในตำแหน่ง ประธานสายบัญชี การเงิน และเลขานุการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหฟาร์ม จำกัด จะยุ่งแค่ไหน แต่สายเลือดความเป็นนักสู้ที่มีคุณพ่อ“ปัญญา โชติเทวัญ” เป็นไอดอล จึงทำให้ “น้ำผึ้ง-จารุวรรณ โชติเทวัญ” ไม่หยุดนิ่ง เติมความฝันที่อยากจะทำแบรนด์สินค้าของตัวเองด้วยการเปิดตัวแบรนด์ “พอลดีย์“ (PAULDY) ผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่สดพรีเมียม ในช่วงเวลาของการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อปีที่ผ่านมาและได้รับการตอบรับจากผู้รักสุขภาพเป็นอย่างดี นอกจากบริหารธุรกิจแล้ว ยังมีหน้าที่“คุณแม่” ของลูกสาววัยทีน ที่เธอสามารถบริหารจัดการได้ลงตัว เป็นคุณแม่ที่ครบเครื่องทั้งความสวย และความสามารถ
เริ่มจากความสำเร็จในการสร้างแบรนด์ พอลดีย์ (PAULDY) น้ำผึ้ง-จารุวรรณ เล่าว่า จุดเริ่มต้นในช่วงที่ประเทศไทยใช้มาตรการล็อกดาวน์และ Work from Home ขณะที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต แม้แต่ตลาดสดยังปิด ด้วยความเป็นห่วงเพื่อนๆ เธอจึงส่งผลิตภัณฑ์ไก่สดแช่แข็งและไข่ไก่ จากสหฟาร์ม ไปให้เพื่อนๆ ไว้เป็นเสบียงประกอบอาหารเมื่อทุกคนได้ทาน ต่างก็ชื่นชอบและเชียร์ให้เธอออกผลิตภัณฑ์ไก่สดแบบนี้จำหน่ายในประเทศบ้าง
“ทุกคนทราบดีว่า สหฟาร์ม ส่งออกไก่ไปจำหน่ายในต่างประเทศเท่านั้น แต่ตัวน้ำผึ้งเองก็อยากทำแบรนด์ในประเทศมานานแล้ว พอเพื่อนๆ เชียร์แบบนั้นก็กลายเป็นแรงผลักดันอย่างหนึ่งที่ทำให้ตัดสินใจสร้างแบรนด์พอลดีย์ เป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่สดจากฟาร์มไก่อารมณ์ดี ซึ่งฟาร์มไก่ของพอลดีย์เป็นฟาร์มที่ได้มาตรฐานการส่งออก เลี้ยงในระบบที่ให้ไก่สามารถใช้ชีวิตตามธรรมชาติของเขามากที่สุด มีพื้นที่กว้างขวาง ไม่ได้อยู่อย่างแออัด จำนวนไก่ 6-8 ตัว ต่อ 1 ตร.ม. มีพื้นดินให้ไก่ได้คุ้ยเขี่ยดิน มีของเล่นให้ไก่ มีขอนไม้ให้ได้เกาะ
เปิดเพลงให้ไก่ฟัง การที่เขาได้ใช้ชีวิตตามธรรมชาติจะช่วยให้ไก่มีอารมณ์ดี มีสุขภาพที่ดี มีสารอาหารอย่างครบถ้วน”

คุณแม่นํ้าผึ้งกับลูกสาววัยทีน ญาร่า-ธันยพัต ภักดีมงคล
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้อง พอลดีย์ (PAULDY) เจ้าของแบรนด์คนเก่ง อธิบายให้ฟังว่า ชื่อนี้มีมาจาก ชื่อของคุณพ่อ “ดร.ปัญญา” ซึ่งเป็นไอดอลของเธอ โดยนำตัวย่อชื่อภาษาอังกฤษ P Y ของท่านมาใช้ คิดคำที่จะเข้ากันกับอักษรทั้ง 2 ตัว จึงออกมาเป็น Pauldy เมื่อออกเสียงเป็นภาษาไทยคือ “พอลดีย์” แล้ว ยังพ้องเสียงกับคำว่า“พอดี” ซึ่งเป็นคำที่มีความหมายดี “ไก่พอลดีย์ พอดีสำหรับทุกคน”
พอลดีย์ มีผลิตภัณฑ์เป็นชิ้นส่วนไก่สด ผลิตภัณฑ์ไก่ชุบแป้งทอด ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภครักสุขภาพเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ไก่พอลดีย์ มีกรดยูริกต่ำ บรรจุแบบสุญญากาศด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยจึงมั่นใจได้ถึงความสะอาดปราศจากการปนเปื้อน ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เพราะมีให้เลือกขนาด 300 กรัม และขนาด 1,000 กรัม จำหน่ายผ่านทางออนไลน์ www.pualdy.com และวางจำหน่ายที่กรูเม่ต์ มาร์เก็ต
“น้ำผึ้งอยากให้ทุกคนได้รับประทานไก่ที่สดสะอาด จึงออกผลิตภัณฑ์มาใน 2 ขนาด ให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละครั้ง เมื่อเปิดถุงแล้วใช้ไม่หมดนำกลับไปแช่แข็งอีกคุณภาพของไก่อาจจะลดลงหรือมีโอกาสปนเปื้อนแบคทีเรีย ได้ อย่างขนาด 300 กรัม ก็เหมาะกับการปรุงอาหารสำหรับ1 มื้อ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ก็ชอบบอกว่าทำให้ได้ไก่ที่สดสะอาดเสมอ ในการทำธุรกิจน้ำผึ้งยึดความพึงพอใจของลูกค้าสูงสุด เราจะทำอย่างไรที่เราจะสามารถผลิตอาหารที่ดีมีคุณภาพเพื่อผู้บริโภค ยิ่งลูกค้าชื่นชอบคุณภาพสินค้าของเรา ยิ่งทำให้น้ำผึ้ง
ตระหนักเสมอว่าการที่จะผลิตอะไรออกมาก็ตามเราต้องเมคชัวร์ก่อนว่ามันดีจริง เพราะการที่ลูกค้ายอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าของเรานั่นหมายถึงว่าลูกค้าเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของเรา ดังนั้นน้ำผึ้งยังจะต้องพัฒนาแบรนด์ต่อไปเพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ”
แม้จะเป็นทายาทสหฟาร์มและอยู่ในธุรกิจนี้มานาน แต่ น้ำผึ้ง-จารุวรรณ ยอมรับว่าการสร้างแบรนด์ พอลดีย์ ไม่ใช่ว่าจะสำเร็จได้โดยง่าย
“ด้วยความที่สหฟาร์มเป็นธุรกิจครอบครัว และเป็นธุรกิจส่งออกเท่านั้น การที่เราอยากทำแบรนด์ใหม่ขึ้นมาก็ไม่ใช่ว่าทุกคนอยากจะทำเหมือนเรา แน่นอนต้องมีเสียงคัดค้านอยู่แล้วว่าจะทำไปทำไม ทำไม่ได้หรอก แต่น้ำผึ้งเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ ไม่อยากฟังคนอื่นมาพูดว่า อย่าทำอย่างนั้นอย่างนี้ โดยที่เรายังไม่ได้แม้แต่จะลงมือทำพอลดีย์ จึงเป็นธุรกิจส่วนตัวที่น้ำผึ้งลงทุนเอง ทำการตลาดเอง เพื่อที่จะได้ไม่มีคนมากังวลกับเราและยังเป็นเครื่องพิสูจน์ความสามารถของตัวเองด้วย ซึ่งในระยะเพียงเท่านี้ น้ำผึ้งมีความพอใจในระดับหนึ่ง แต่เรายังต้องพัฒนาแบรนด์อีกมาก เพราะน้ำผึ้งไม่ได้คิดจะขายแค่ชิ้นส่วนไก่เท่านั้น ในอนาคตแบรนด์พอลดีย์อาจจะมีผลิตภัณฑ์อาหารอื่นๆ ตามมาก็ได้ แต่ตอนนี้ขอเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนไก่ไปก่อน”
มาถึงอีกหนึ่งบทบาทสำคัญของเธอ นั่นคือการเป็น “คุณแม่” ของน้อง “ญาร่า-ธันยพัต ภักดีมงคล” ลูกสาววัย 13 ปี ที่กำลังเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น วันจันทร์-ศุกร์ คือช่วงเวลาที่เธอยกให้กับงานแต่หากเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ “มามี๊น้ำผึ้ง” ทุ่มเทเวลาให้กับลูกสาวอย่างเต็มที่
“อาจจะดูเหมือนว่ามีเวลาให้ลูกน้อยนะคะ แต่เป็นเวลาที่มีคุณภาพมาก น้ำผึ้งจะใช้ช่วงเวลานี้ทำกิจกรรมต่างๆ กับลูก แล้วแต่ว่าเขาอยากทำอะไร เวลาอยู่ด้วยกัน ลูกก็จะชอบให้น้ำผึ้งเล่าประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาในแต่ละช่วง อย่างตอนนี้เขาก็จะเป็นวัยรุ่นแล้ว ญาร่าจะชอบให้แม่เล่าถึงตอนที่แม่เป็นวัยรุ่นว่าแม่เป็นอย่างไร คบเพื่อนแบบไหน ทำอะไร พอน้ำผึ้งเล่าไปก็จะเสริมไปด้วยว่าสิ่งที่เราทำตอนนั้น ดีหรือไม่ดีอย่างไร อันไหนที่ลูกทำตามได้ อันไหนไม่ควรทำ เช่น สมัยของแม่มีการแชทคุยทาง MSN มาถึงสมัยนี้คือ การใช้โซเชียลต่างๆ การเล่นเกมออนไลน์ที่ผู้เล่นสามารถพูดคุยกันได้ น้ำผึ้งก็ไม่ได้ห้าม แต่จะสอนลูกให้ระวังเพื่อนในออนไลน์ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าคนในโลกออนไลน์ที่เข้ามาคุยกับเราจะมาดีมาร้าย จะสอนให้เขาเรียนรู้ที่จะรับมือกับคน น้ำผึ้งไม่ได้เลี้ยงลูกแบบเข้มงวด แต่ก็มีกติกาอยู่ เช่น การรับผิดชอบหน้าที่ของตัวเอง ถึงเวลาเรียนก็ต้องตั้งใจเรียน นอนให้เป็นเวลา เล่นเกม เล่นมือถือได้แค่ไหน น้ำผึ้งจะคุยกับลูกด้วยเหตุและผล ให้เขารู้สึกว่าเราเป็นทั้งแม่และเพื่อน เวลาเขามีอะไรก็จะมาเล่าให้ฟัง”
น้ำผึ้งไม่ได้วางกรอบให้ลูกเดิน เพราะอยากให้เขาเรียนรู้ที่จะคิดและตัดสินใจในอนาคตของตัวเอง ในเรื่องการเรียน การทำงาน แต่ในฐานะแม่ น้ำผึ้งหวังแค่ว่า ลูกจะคนดีของสังคม เป็นที่รักของคนรอบข้าง ทันคน ทันโลก สามารถที่จะเอาตัวรอดในสังคมปัจจุบันและอนาคตได้เท่านั้นเองค่ะ”
ในบทบาทนักบริหาร นักธุรกิจ ก็ทำได้เยี่ยม ในบทบาทของ แม่ ก็ไม่บกพร่อง เรียกว่าเป็น “Working Mom” แถวหน้าอีกคนที่น่าชื่นชม !!