สมเด็จฯเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จทรงเปิดเทรนด์บุ๊ก เล่ม 3 ภายใต้แนวคิด ‘วัฒนธรรมอันเคลื่อนคล้อยนำแฟชั่นไทยสู่สากล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/690446

สมเด็จฯเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จทรงเปิดเทรนด์บุ๊ก เล่ม 3  ภายใต้แนวคิด ‘วัฒนธรรมอันเคลื่อนคล้อยนำแฟชั่นไทยสู่สากล’

สมเด็จฯเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสด็จทรงเปิดเทรนด์บุ๊ก เล่ม 3 ภายใต้แนวคิด ‘วัฒนธรรมอันเคลื่อนคล้อยนำแฟชั่นไทยสู่สากล’

วันจันทร์ ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา เสด็จทรงเปิดงานเปิดตัว“หนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เล่มที่ 3”(Thai Textiles Trend Book Spring/Summer 2023) ซึ่งเป็นหนังสือรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงานผ้าไทยและเทรนด์แฟชั่นระดับโลก เพื่อเสนอแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทยในอีก 2 ปีข้างหน้า ที่ทรงมีพระดำริให้จัดทำขึ้นและทรงรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหาร (Editor in Chief) ด้วยพระองค์เอง ต่อเนื่องเป็นเล่มที่ 3และเสวนาวิชาการ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล ประจำปี 2565”จัดโดย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)

ในการนี้มี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพาทวีวัฒนะกิจบวร ปลัด วธ. นายสุทธิพงษ์จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นางพาสินี ลิ่มอติบูลย์ ผู้บริหารบริษัท ไอคอนสยาม จำกัด ตลอดจนข้าราชการ ดีไซเนอร์ชื่อดัง ผู้ประกอบการด้านผ้าไทย นิสิตนักศึกษา เฝ้าฯรับเสด็จ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ชั้น 8 ไอคอนสยาม

เมื่อเสด็จถึงทอดพระเนตรนิทรรศการแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย ด้วยความสนพระทัย แล้วพระราชทานหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยฯ ให้แก่คณะผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงบรรยายในหัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาภาพลักษณ์ผ้าไทยสู่สากล” ทรงเล่าถึงแรงบันดาลใจในการทำเทรนด์บุ๊กเล่มนี้ว่า จัดทำขึ้นภายใต้แนวคิด “วัฒนธรรมอันเคลื่อนคล้อย” (Moving Culture)เพราะอยากให้ทุกคนทราบว่าการเคลื่อนคล้อยวัฒนธรรมจากที่ต่างๆ มารวมกันในสถานที่หนึ่งนั้นทำให้เกิดวัฒนธรรมร่วมหรือสิ่งใหม่ๆ วัฒนธรรมเครื่องแต่งกายก็เช่นกัน

“ในเทรนด์บุ๊กเล่มนี้มีผ้า 2 ชนิดที่เป็นนางเอก คือผ้าขาวม้า และผ้าปาเต๊ะ หรือผ้าบาติก หลายคนอาจไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วผ้าขาวม้าไม่ใช่ของไทย แต่เป็นผ้าที่ได้รับอิทธิพลมาจาก เปอร์เซีย ที่เรียกว่า “Kamarband -คามาร์บัน” หมายถึง ผ้าคาดเอว และยังตรงกับคำว่า Commer band – คัมเมอร์บันด์ ก็คือผ้ารัดเอวในชุดทักซิโด้ด้วยเช่นกัน จากรากศัพท์ในภาษาเปอร์เซียก็กลายมาเป็น ผ้าขาวม้า ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน อีกทั้ง ผ้าขาวม้ายังเป็นผ้าอเนกประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตคนไทยในทุกๆ โอกาสอีกด้วย ส่วนผ้าปาเต๊ะ หรือผ้าบาติกเป็นอิทธิพลมาจากชวา มลายู ส่งต่อมาถึงภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งในหลวง รัชกาลที่ 5 โปรดผ้าปาเต๊ะมาก เมื่อคราวเสด็จประพาสชวาหรืออินโดนีเซีย ทรงซื้อผ้าปาเต๊ะและทรงสะสมไว้จำนวนมาก ปัจจุบันโรงงานที่ผลิตผ้าปาเต๊ะนั้นไม่เหลืออยู่แล้ว จึงทำให้ผ้าปาเต๊ะที่ทรงสะสมเป็นผ้าปาเต๊ะลายโบราณที่แม้แต่ประเทศต้นกำเนิดก็หาไม่ได้ ซึ่งขณะนี้พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ จัดนิทรรศการผ้าปาเต๊ะทรงสะสมอยู่ ใครที่สนใจก็ไปชมกันได้ นอกจากจะเรียกผ้าปาเต๊ะ หรือผ้าบาติก ยังมีอีกคำหนึ่ง คือ โสร่ง เมื่อตอนท่านหญิงเด็กๆ จะได้ยินสมเด็จย่าเรียกว่า โสร่ง ก็จะไม่เข้าใจว่าทำไมเรียกโสร่ง ไม่เรียกปาเต๊ะ เมื่อได้ศึกษาก็ทำให้รู้ว่าคือผ้าชนิดเดียวกันขึ้นอยู่กับท้องถิ่นหรือใครจะเรียกอย่างไร

สิ่งที่อยากให้ทุกคนจับตามองเทรนด์ของผ้าบาติก ผ้าขาวม้า ผ้าหางกระรอก และผ้าพิมพ์ลายธรรมชาติ โดยเฉพาะผ้าพิมพ์ลายธรรมชาติ เป็นการนำวัสดุธรรมชาติรอบตัวมาใช้ในการสร้างลวดลาย จะทำให้ผ้าผืนนั้นมีความพิเศษเฉพาะตัว เช่นเดียวกันกับวัสดุแห่งฤดูกาล เช่น ผ้าฝ้ายเข็นมือเส้นเล็ก ผ้าไหมน้อย ผ้าใยกัญชง และเส้นใยรีไซเคิล ซึ่งผ้าสองชนิดหลังในกระแสโลกมีมานานแล้ว แต่สำหรับประเทศไทยเพิ่งเริ่มต้น ก็เชื่อว่าอีกไม่นานจะเป็นที่นิยมในบ้านเราอย่างแน่นอน”

ด้วยทรงตั้งพระทัยที่จะสืบสาน รักษา และต่อยอดพระราชปณิธานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรให้สามารถเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตนเองและคนในครอบครัว ควบคู่ไปกับการถนอมรักษสมบัติทางวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะศิลปหัตถกรรมผ้าทอในแต่ละท้องถิ่น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา จึงทรงมีพระราชดำริให้จัดทำ THAI TEXTILES TREND BOOK Spring/Summer 2022เล่มแรกขึ้น โดยทรงรับหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหาร (Editor in Chief) ด้วยพระองค์เอง ต่อเนื่องมาถึงเล่มล่าสุด THAI TEXTILES TREND BOOKSpring/Summer 2023 เป็นเล่มที่ 3

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา รับสั่งถึงแรงบันดาลใจที่สำคัญอีกประการหนึ่งในการทำเทรนด์บุ๊กทั้ง 3 เล่มนี้ว่า ทรงตั้งพระทัยให้เทรนด์บุ๊กทั้ง 3 เล่ม เป็นตำราที่ไม่ว่าแฟชั่นดีไซเนอร์ นักเรียน นักศึกษาด้านแฟชั่น และศิลปะ ตลอดจนผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อต่อยอดในการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่น เป็นตำราไทยที่ให้องค์ความรู้เทียบเท่าตำราฝรั่งที่มีราคาสูง เป็นตำราที่ทุกคนเข้าถึงได้ เข้าใจง่าย เพียงแต่ต้องนำไปใช้ให้ถูก เมื่อใช้ให้ถูกก็จะไปได้ดี จะสามารถสร้างอาชีพสร้างรายได้ ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่าอาชีพนี้จะทำให้ประเทศไทยก้าวไปสู่แฟชั่นระดับโลก จึงขอฝากหนังสือเล่มนี้และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ในช่วงท้ายของการบรรยาย คณะผู้จัดงานได้ฉายภาพเบื้องหลังของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาขณะทรงงานการทำหนังสือแนวโน้มและทิศทางผ้าไทยและการออกแบบเครื่องแต่งกายด้วยผ้าไทย เล่มที่ 3 อย่างตั้งพระทัย โดยทรงบรรยายภาพเบื้องหลังนี้ความตอนหนึ่งว่า “เราเป็นคนแอ๊กชั่น แต่ไม่ค่อยพูดรูปเหล่านี้คือการบอกตัวเราที่ทำงานนะไม่ว่าอยู่ที่บ้าน ทำงานต่างประเทศ ซึ่งที่ชอบมากคือทำงานด้วยมือ ถ่ายรูปจดบันทึก นี่คือที่มาแรงบันดาลใจของท่านหญิง ที่อยากพระราชทานคนทำสายอาชีพนี้ ความขยันของเราสามารถทำให้คนอื่นได้ เป็นตัวอย่างที่ดีให้คนอื่นได้ขอบคุณค่ะ”

THAI TEXTILES TREND BOOK Spring/Summer 2023 เล่มนี้จัดทำขึ้นภายใต้แนวคิด “วัฒนธรรมอันเคลื่อนคล้อย” (Moving Culture) ยังมีการแตกย่อยออกเป็น 5 เทรนด์ ได้แก่ มิติแห่งความฝัน (Dream Catcher) ตัวตนข้ามวัฒนธรรม (Expressive Exotic) ความไม่สมบูรณ์ที่งอกงาม (Vibrant Variegations) อารยธรรมแห่งโลกใหม่ (Neo-Tribes) และ มหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ (Natural Extraction) ซึ่งแสดงถึง สีสัน รูปทรง รายละเอียด และวัสดุที่ช่วยพัฒนางานหัตถศิลป์ของไทยให้ก้าวทันความเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมร่วมสมัย ตลอดจนกระแสความยั่งยืนของโลก บอกเล่าวัฒนธรรมร่วมสมัยในมุมมองและมิติความหมายที่แตกต่างกันออกไป พร้อมกับการพัฒนาการเทคนิค วิธีการและวัสดุสิ่งทอจากรูปแบบดั้งเดิมของแต่ละท้องถิ่นให้ยกระดับไปสู่มาตรฐานสากล

Leave a comment