ขอแรงเชียร์‘กีฏะ’ทีมไทยเข้ารอบ 9 ทีมสุดท้ายบนเวทีนาซา ก้าวสู่‘ฝัน’พาประเทศไทยขึ้นแท่นผู้นำธุรกิจอาหารอวกาศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/690606

ขอแรงเชียร์‘กีฏะ’ทีมไทยเข้ารอบ 9 ทีมสุดท้ายบนเวทีนาซา  ก้าวสู่‘ฝัน’พาประเทศไทยขึ้นแท่นผู้นำธุรกิจอาหารอวกาศ

ขอแรงเชียร์‘กีฏะ’ทีมไทยเข้ารอบ 9 ทีมสุดท้ายบนเวทีนาซา ก้าวสู่‘ฝัน’พาประเทศไทยขึ้นแท่นผู้นำธุรกิจอาหารอวกาศ

วันอังคาร ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ทีมกีฏะ ทีมไทยเข้ารอบ 9 ทีมสุดท้ายเวทีนาซา

หากกล่าวถึงเรื่องที่คนไทยต้องร่วมกันเชียร์ เรื่องแรกๆ ที่เรานึกถึงมักเป็นการเชียร์กีฬา โดยเฉพาะกีฬาประเภทที่ไทยมีดีกรีความเก่งระดับภูมิภาคหรือระดับโลก เช่นฟุตบอล มวย หรือล่าสุดอย่างวอลเลย์บอล

แต่ ณ เวลานี้ มีทีมไทยอีกทีมหนึ่งที่ไม่ใช่ทีมกีฬา แต่สมควรได้รับเสียงเชียร์ กำลังใจ และแรงสนับสนุนจากคนไทยทั้งประเทศ นั่นคือ ทีม“กีฏะ” หรือ KEETA ทีมที่มีดีกรีความสามารถระดับโลกจนก้าวเข้าสู่รอบ 9 ทีมสุดท้าย จากการแข่งขันกับอีกกว่า 300 ทีมทั่วโลกบนเวที โครงการพัฒนาระบบผลิตอาหารอัตโนมัติและครบวงจรสำหรับนักบินอวกาศ หรือ Deep Space Food Challenge ที่จัดโดยองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) และองค์การอวกาศแคนาดา (Canadian Space Agency)

รวมทีมนักวิจัย แก้ปัญหา 100 ปี NASA

หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งทีมกีฏะ ดร.โพธิวัฒน์ งามขจรวิวัฒน์ อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) เล่าว่า การแข่งขัน Deep Space Food Challenge เป็นการแข่งขันเพื่อแก้ปัญหา 100 ปีของ NASAเนื่องจากช่วง 100 ปีที่ผ่านมา แม้วิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอวกาศจะก้าวหน้าไปแค่ไหน แต่ปัญหาหลักที่ยังคงอยู่เสมอ คือ การผลิตอาหารให้เพียงพอสำหรับมนุษย์ที่ขึ้นไปสำรวจและใช้ชีวิตบนอวกาศ ครั้งนี้ NASA ให้โจทย์สำหรับการผลิตอาหารให้นักบินอวกาศ 4 คน ระยะเวลา 3 ปี

ดร.โพธิวัฒน์ งามขจรวิวัฒน์

“ผมและ ดร.วเรศ จันทร์เจริญผู้ร่วมก่อตั้งทีมอีกคนหนึ่ง เราทำงานวิจัยด้านอวกาศกันมาเป็นระยะอยู่แล้วพอมีการแข่งขันนี้ ก็คุยกันถึงการต่อยอดจากเรื่องที่มีองค์ความรู้กันอยู่แล้วอย่างเรื่อง 3D Food Printer เพื่อนำมาเป็นเครื่องปรินท์อาหารบนอวกาศ หากเอามาประกอบกับวัตถุดิบที่เหมาะสมน่าจะตอบโจทย์การแก้ปัญหานี้ได้เรา 2 คน และน้องๆ นิสิตฝึกงานที่ Space Zab สตาร์ทอัพวิจัยด้านอวกาศของ ดร.วเรศ จึงเริ่มต้นสร้างทีมร่วมมือกันแก้โจทย์นี้ ก่อนจะได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานและขยายมาสู่ทีมที่รวมตัวกันจากนักวิจัยสหสถาบัน”

สร้างระบบนิเวศ พืช-ปศุสัตว์แมลง-การผลิตอาหาร สู่ชื่อทีม“กีฏะ”

ดร.โพธิวัฒน์ เล่าต่อว่า วัตถุดิบหลักสำหรับการนำมาเป็นอาหารที่ทีมนึกถึงคือ หนอนแมลง เนื่องจากเป็นอาหารที่คนไทยนิยมทานอยู่แล้วมีรสชาติอร่อย มีคุณค่าทางอาหารสูง และเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขยายพันธุ์ได้อย่างต่อเนื่องครั้งละจำนวนมาก ทีมค่อยๆ ตัดช้อยส์แมลงชนิดต่างๆ ลงมาเรื่อยๆ จนเป็นหนอนด้วงสาคู ซึ่งเป็นแมลงที่ปลอดภัย ไม่มีผลกระทบเรื่องเสียงหรือการบินในอวกาศ แน่นอนว่าการเลือกวัตถุดิบเป็นแมลง ส่งผลให้ทีมตั้งชื่อว่า“กีฏะ” ซึ่งแปลว่าแมลง

เมื่อต้องคิดระบบผลิตอาหารสำหรับการใช้ชีวิต 3 ปี สิ่งที่ทีมมองว่าจำเป็น คือการสร้าง “ระบบนิเวศ” ที่ทำให้สามารถผลิตอาหารได้อย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน และใช้พื้นที่น้อยที่สุด เพื่อให้สามารถขนส่งระบบไปดำเนินการบนอวกาศได้จริง ทีมจึงออกแบบระบบนิเวศให้มี 3 ส่วนประกอบกัน ได้แก่ 1.ระบบเพาะปลูกพืช เพื่อเป็นอาหารให้กับแมลง 2.ระบบปศุสัตว์แมลง เพื่อเพาะเลี้ยงแมลง และนำมูลของแมลงไปเป็นปุ๋ยเพาะปลูกพืช 3.ระบบผลิตอาหาร นำแมลงมาผ่านกระบวนการผลิตอาหาร พิมพ์ออกมาผ่าน 3D Food Printer ในตู้กดอาหารอัตโนมัติ เป็นเมนูหน้าตาคล้ายนักเก็ต จำนวน1-2 เมนู โดยทั้ง 3 ระบบดำเนินการในพื้นที่ประมาณ 30 ตร.ม. หรือประมาณพื้นที่คอนโดมิเนียมหนึ่งห้อง

ตั้ง “ฝัน” พาไทยขึ้นแท่นผู้นำธุรกิจอาหารอวกาศของโลก

ดร.โพธิวัฒน์ เล่าเพิ่มเติมว่า เป้าหมายสูงสุดของทีม คือการคว้าชัยชนะบนเวทีนี้ เพราะจะเป็นก้าวสำคัญพาไทยขึ้นแท่นผู้นำในเศรษฐกิจอวกาศแบบใหม่ (New Space Economy) ตอบโจทย์การผลิตอาหารอวกาศ เพื่อหลากธุรกิจใหม่ที่ทยอยเกิดขึ้นแล้วทั้งการท่องเที่ยวอวกาศ การทำเหมืองในอวกาศ หรือแม้กระทั่งการขึ้นไปใช้ชีวิตจริงบนดาวต่างๆ

โมเดลตัวอย่างผลงานทีมกีฏะ

“หากเราไปแข่งผลิตจรวดเรายังมีเรื่องต้องทำอีกมาก และทุ่มเงินอีกหลายพันล้าน แต่วันนี้เราเลือกแข่งด้านที่ไทยมีจุดแข็ง มีคู่แข่งน้อย สิ่งที่เราทำก็ถือว่าแปลกใหม่ ต่างจากที่อาหารอวกาศยุคก่อนต้องเป็นแคปซูลหรือผลิตด้วยระบบฟรีซดราย หากได้รับแรงสนับสนุนที่ดีจากทุกภาคส่วน ก็อาจทำให้ไทยกลายเป็นผู้นำธุรกิจอาหารอวกาศของโลก”

ด้าน สิทธิพล คูเสริมมิตร หรือ ตุลย์ บัณฑิตจบใหม่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมอากาศยาน (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนึ่งในสมาชิกทีมกีฏะ เสริมว่า ผลงานดังกล่าว จะไม่เป็นเพียงผลงานที่เป็นประโยชน์กับการใช้ชีวิตบนอวกาศเท่านั้น แต่ยังสามารถมาประยุกต์ใช้กับการผลิตอาหารเพื่อพื้นที่ทุรกันดารที่ขาดแคลนอาหารบนโลกได้ด้วย โดยโจทย์ของ NASA เอง ก็ต้องการให้โครงการของผู้เข้าแข่งขัน ช่วยแก้ปัญหาบนโลกได้ด้วย

“เรากำลังทำเรื่องที่ไม่เคยมีมาก่อน เรื่องที่ต้องรวมพลังคนหลากหลายกลุ่ม ทั้งวิศวกร หมอนักวิทยาศาสตร์ มาทำงานร่วมกัน และเรื่องที่เป็นโอกาสผลักดันจุดเด่นของไทยจากครัวโลก สู่ครัวอวกาศ เราจะทำเต็มที่ และอยากให้ทุกคนร่วมสนับสนุน และเป็นกำลังใจให้ด้วย” สิทธิพล ย้ำ

เร่งเสริมแกร่ง ลุ้นทีมไทยเข้ารอบ 5 ทีมสุดท้าย

ด้าน ดร.ธันยวัต สมใจทวีพร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี PIM กล่าวว่า โครงการด้านอาหารอวกาศของทีมกีฏะ ถือเป็น
โครงการที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งประเทศไทยและมวลมนุษยชาติ กลุ่มบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะองค์กรที่มุ่งมั่นในปณิธาน “ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันโอกาสต่อกัน” รวมถึงมีความเชี่ยวชาญด้านอาหารและเทคโนโลยีอยู่แล้ว จึงได้เข้ามาสนับสนุนทีมกีฏะใน3 ด้าน ได้แก่ 1.ทุนการดำเนินงานตลอดทั้งโครงการ 2.องค์ความรู้ โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยี 4 ด้าน ได้แก่การเพาะปลูก การกำจัดของเสียการเพาะเลี้ยงแมลง และการผลิตอาหาร3.บุคลากรจากหลากหลายด้าน ทั้งจากบริษัท ซีพีแรม จำกัด และคณะต่างๆ ใน PIM

โมเดลตัวอย่างผลงานทีมกีฏะ

“การแข่งขัน Deep Space Food Challenge มีเกณฑ์การให้คะแนนหลากหลายด้าน เรานำองค์ความรู้และบุคลากรที่เรามี ทั้งด้านระบบอัตโนมัติ ระบบวิศวกรรมหุ่นยนต์มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร การปลูกพืชแบบไฮโดรโปนิกส์ เข้ามาช่วยเสริมแกร่งและเพิ่มคะแนนด้านต่างๆ ของทีมให้สูงขึ้น ผ่านโนว์ฮาวของเครือที่ซีพีแรมก็ผลิตอาหารกลุ่ม Ready to eat มากกว่า 2.9 ล้านแพ็กต่อวัน”

สำหรับการแข่งขัน Deep Space Food Challenge แบ่งออกเป็น3 เฟสหลัก ได้แก่ เฟสที่ 1 การออกแบบเชิงคอนเซ็ปต์ (Conceptual Design) คัดเลือกเหลือเพียง 10 ทีม แข่งขันเสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่ช่วงปลายปี 2564 เฟสที่ 2 การสาธิตครัวอวกาศ (Kitchen Demonstration)แบ่งเป็น 5 ช่วงย่อย โดยในช่วงกลางเดือน ธันวาคม นี้ ทีมที่ยังเหลืออยู่ทุกทีมจะต้องนำส่งรายงานความคืบหน้าโครงการ พร้อมวีดีโอสรุป และจะคัดเหลือเพียง 5 ทีมสุดท้ายที่ทาง NASA จะเดินทางมาดูด้วยตัวเองในช่วงต้นปี 2566

ร่วมเป็นแรงเชียร์ให้ทีมไทยได้ด้วยแฮชแท็ก #เชียร์ทีมไทยแชมป์อาหารอวกาศนาซา และ #ซีพีออลล์สนับสนุนนวัตกรรมไทยสู่ผู้นำอาหารอวกาศโลก

Leave a comment