ป๋อ-เอ๋เปิดชีวิตรัก 18 ปีที่ทั้งรักทั้งเกลียด!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/691241

ป๋อ-เอ๋เปิดชีวิตรัก 18 ปีที่ทั้งรักทั้งเกลียด!

ป๋อ-เอ๋เปิดชีวิตรัก 18 ปีที่ทั้งรักทั้งเกลียด!

วันพฤหัสบดี ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.25 น.

เปิดใจคู่สามีภรรยาที่หลายคนต่างอิจฉาในการครองรักกันยาวนานถึง 18 ปีของป๋อ – ณัฐวุฒิสกิดใจและเอ๋ – พรทิพย์สกิดใจแต่เบื้องหลังการชีวิตรักนี้ไม่ง่ายอย่างที่ใครคิดทั้งคู่เคยถึงขั้นหย่าขาดกันมาแล้วเพราะความบ้าอานาจเผด็จการของคุณสามีจนในที่สุดก็กลับมาจดทะเบียนและปรับความเข้าใจกันอีกครั้งพร้อมเปิดหมดเปลือกถึงความสัมพันธ์ที่ทั้งรักทั้งเกลียดในรายการWOODY FM

ความสัมพันธ์ของคนที่แต่งงานกันเขาบอกว่าจะแปรสภาพไปเรื่อยๆตามกาลเวลาตอนนี้คุณอยู่ในMood ไหน?

ป๋อ :โคตรดีมันไม่ได้รู้สึกว่าว้าวนะแต่เหมือนประคองไปด้วยกันเดินกันไปสบายๆบนถนนเส้นหนึ่งก็ชมก็ชมไม้ไปเรื่อยไม่ได้หวือหวาอะไรแต่ก่อนที่จะมีเส้นนี้มันก็ธรรมดาที่จะต้องเจอเรื่องที่มันยาก

ช่วงที่ขรุขระมันเจอกับประเด็นแบบไหน?

เอ๋ :เป็นช่วงตอนที่มีลูกคนแรกเพราะเรายังไม่เคยมีลูกกันมาก่อนแล้วเราก็เลยรู้สึกว่าไม่รู้ว่าเราจะทำยังไงพอเกิดสถานการณ์แบบนี้แล้วเราจะต้องทำยังไงต่อไปเพราะเราเป็นพ่อแม่มีใหม่เราไม่รู้ก็เกิดการทะเลาะกันเพราะฉันคิดแบบนี้เธอคิดแบบนี้ทำไมไม่คิดแบบฉันทำไมไม่คิดแบบเธอ

ป๋อ :คือทะเลาะด้วยกันตลอดเวลาที่คบกันแล้วอันนี้คือทะเลาะสามัญแต่ทะเลาะในช่วงที่มีลูกเป็นทะเลาะที่รู้สึกว่ามันไม่เหมือนทุกครั้งชนิดที่แบบเหมือนมีอะไรแปลกๆเห็นแววตาที่เริ่มไม่ยอมแล้วจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้เอาสิจะเป็นอารมณ์แบบเริ่มท้าทายเริ่มอะไรกันถ้าสำหรับที่ใหญ่ที่สุดของเราแล้วรู้สึกว่ามันไปต่อไม่ได้

มีแว๊บเข้ามาในหัวรู้สึกว่ามันต้องยุติไหม?

เอ๋ :มีค่ะอย่างที่พี่ป๋อเคยบอกว่าสายตามันเปลี่ยนไปสายตาที่เอ๋มองพี่ป๋อมันเริ่มมีความแบบฉันไม่อยากเจอหน้าผู้ชายคนนี้ฉันเกลียดมันมีอารมณ์นั้นแว๊บเข้ามา

ป๋อ :เกลียดไม่ชอบ

เอ๋ :เขาบอกเอ๋เลยว่าพี่เกลียด

ป๋อ :ไม่เคยรู้สึกแบบนี้ลงมาจากบันไดก็เกลียดแล้วทำไมต้องแต่งตัวอย่างงี้ทำไมต้องแบบฟึดฟัดด้วยทำไมอยู่กันดีๆไม่ได้ทำพูดอย่างนี้ก็จะไปอย่างนั้นเกลียดแบบคุณเคยรู้สึกทั้งรักทั้งเกลียดไหมคือไม่ได้เกลียดแบบว่าเราจะไปห้ำหั่นเขานะแต่เราไม่ชอบเขาแบบนี้เลย 8 ปีที่ผ่านมาที่เคยจีบไม่ใช่ผู้หญิงแบบนี้นิทำไมมันเปลี่ยนไปมีลูกมันต้องดีขึ้นสิความรับผิดชอบของการเป็นแม่ล่ะทำไมไม่พยายามที่จะสร้างให้มันดีกว่านี้พอมันวนอยู่ในหัวแล้วมันตีกันเลยเกิดเป็นความชิงชังสิ่งเหล่านี้มันวนอยู่ประมาณครึ่งปีถึงขั้นคิดของเราแล้วว่าเราจะไปไหนต่อถ้าเกิดเราหย่าจริงๆต้องทำยังไงทรัพย์สินยังไงเคยถามเพื่อนที่เป็นทนายด้วยว่าถ้ามันเกิดขึ้นอย่างนี้ต้องทำยังไงคิดไปถึงนั่นแล้วเอ๋เขาก็ไม่เคยรู้วันหนึ่งเรียกกันมาคุยว่าถ้าเอ๋ทำแบบนี้ลูกก็ต้องไปอยู่กับเอ๋ไงเอ๋ก็ต้องไปมีสามีใหม่ผมก็จะมีภรรยาใหม่แล้วอยากได้แบบนั้นไหมก็ได้นะก็ต้องเลือกว่าเอ๋อยากได้แบบนี้หรือเปล่าตอนนั้นเลวคือเป็นคนเหมือนกับมีมุมที่จะต้องชนะเหมือนกันสำหรับเรานะแล้วคนที่เราทำร้ายก็คือเขา

แล้วมันจบลงยังไงมีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้กลับมาทบทวนอีกครั้ง?

ป๋อ :ลูกแม่คุยกับแม่แม่บอกว่า….แม่เชื่อว่าป๋อไม่อยากได้แบบนี้หรอกเราก็เลยกลับไปคิดว่าทำไปแล้วได้อะไร

อะไรในพฤติกรรมเขาที่เราโคตรรำคาญเลยตอนนั้น?

ป๋อ :เอ๋เขาจะเป็นคนดื้อเงียบคือเขาจะเป็นคนไม่ทำตามแต่เขาจะไม่เถียงหรือจะมีภาษากายที่แสดงให้เราเห็นว่าฉันไม่ได้เชื่อเธอหรอกยิ่งไม่เถียงเรายิ่งรู้สึกโกรธนึกออกไหมเถียงซะดีกว่าคือเราเป็นคนที่ค่อนข้างเจ้ากี้เจ้าการด้วยแหล่ะเจ้าระเบียบเจ้าวางแผนคนน่ารำคาญคนหนึ่งอ่ะเอาจริงๆ (หัวเราะ) 

เอ๋ :ความบ้าอำนาจเผด็จการเจ้าระเบียบจุกจิกแล้วก็คิดเล็กคิดน้อยคือเขาจะเป็นผู้ชายที่หัวโบราณเขาต้องคิดเสมอว่าในสิ่งที่เขาคิดสิ่งที่เขาว่าเป็นสิ่งที่เขาวางแผนแล้วก็ถูกต้องแล้วเอ๋ไม่มีสิทธิ์ที่จะมาเถียงเอ๋ก็เลยต้องเงียบพอเงียบก็จะผิดว่าทำไมไม่พูดพอพูดก็ผิดว่าทำไมเถียง

ถามหน่อยที่เขาเป็นแบบนั้นอันนี้ลองเปิดใจมันมีข้อดีไหมข้อดีคืออะไร?

เอ๋ :ข้อดีคือเขารักเราคือถ้าไม่รักเขาก็คงไม่เป็นแบบนี้ไม่เจ้าระเบียบเจ้ากี้เจ้าการทั้งหลายทั้งปวงคือเกิดจากความรัก

ป๋อ :เพื่อนสนิทที่รู้ใจเรามากที่สุดเวลาเรามีอะไรก็จะคุยกับเขาก็จะบอกว่ามึงรู้ไหมว่าเป็นเอ๋เหนื่อยนะกูเหนื่อยแทนเขาเกี่ยวกับมึง (หัวเราะ) ก็เข้าใจแหล่ะเขาก็เหนื่อยกับเราแต่เราก็พยายามไงผมว่าความสัมพันธ์มันเป็นเรื่องของความพยายามมันไม่มีใครเพอร์เฟ็กซ์หรอกไม่มีใครสมบูรณ์แบบมาแล้วเป็นจิ๊กซอว์ที่มันต่อกันพอดีเหมือนตามที่เราคุยกันในตอนงานแต่งมันไม่ใช่ขนาดนั้นสุดท้ายมันต้องมาคอมพลีทกันเรื่อยๆต้องหาเวลามีต่อจิ๊กซอว์กันเรื่อยๆ

จะมีโปรเจคออกมาอีกไหมที่ต้องใช้เกี่ยวกับท้องของเอ๋?

เอ๋ :ไม่พร้อมแล้วค่ะไม่น่าจะโปรเจคอะไรที่ต้องใช้หน้าท้องแล้ว (หัวเราะ) เพราะว่ามันเหนื่อยมากแล้วก็อายุเยอะแล้วค่ะ

ตอนนี้ลูกอายุเท่าไหร่แล้วครับ?

เอ๋ :คนโต 9 ขวบคนที่สอง 6 ขวบค่ะ

กำลังอยู่ในวัยที่คำถามเยอะมาก?

เอ๋ :คำถามเยอะมากและซนมากค่ะ

ป๋อ :แต่ผมว่าดีทุกวันนี้ผมเล่นหมากรุกกับเขานะเริ่มเป็นเพื่อนกันจริงๆแล้วคือช่วงที่เขาเด็กเราเหมือนพ่อกับลูกยังต้องดูแลเขาแต่เดี๋ยวนี้เริ่มมีความเป็นเพื่อนกันเข้ามาหากันแล้วจริงๆเริ่มสื่อสารกันในเชิงลึกมากขึ้นเป็นอีกมิติหนึ่งผมรู้สึกดีนะคุยกันทุกเรื่องผมบอกว่าอย่างเดียวคืออย่าโกหกผมมักจะพูดกับเขาเสมอว่านี่เป็นแด๊ดดี้ที่ไม่ได้เรื่องเลยนะทุกครั้งยูเห็นไหมที่ไอทำบางทีไอก็โวยวายบางทีไอก็ใช้น้ำเสียงกับยูไม่ดีให้อภัยแด๊ดดี้ได้ไหมแล้วช่วยได้ไหมให้แด๊ดดี้เป็นคนที่ดีขึ้นเขาก็บอกว่าได้แล้วอะไรที่ดีๆของแด๊ดดี้เอาไปใช้นะแต่อะไรที่ไม่ดีจะบอกว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ไม่ดีของแด๊ดดี้พ่อทำไม่ดีให้ลูกจำเอาไว้แล้วอย่าไปทำเขาก็รับได้เพราะผมอยากให้เขาเห็นทุกอย่างไม่ให้เห็นโลกสวยงามแค่เพียงด้านเดียว

เอ๋ :เอ๋กับลูกค่อนข้างสนิทกันจะสนิทกับคนโตเพราะว่าเขาจะติดเอ๋แต่คนที่ 2 จะติดพี่ป๋อคือก่อนนอนมันต้องมีการคุยกันปิดไฟซึ่งพี่ป๋ออาจจะยังไม่เคยได้คุยกับน้องเขาจะเล่าให้เอ๋ฟังทุกอย่างทุกเรื่องอยากได้อะไรเพื่อนเป็นยังไงเสียใจอะไรจะค่อนข้างสนิทกับลูก

สามารถติดตาม Woody FMได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY FM , Facebook: Woody, Youtube: Woody ทุกวันพุธเวลา 19.00 น.

คลิกชมย้อนหลัง :https://www.youtube.com/watch?v=xPKvUaHy3Co

#WoodFM#วู้ดดี้เอฟเอ็ม

สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสาร รายการ WOODY FM

Facebook: Woody – Instagram: Woodytalk – YouTube: Woody – Twitter: @Woodytalk

TikTok: woodywoody- LINE: @woodytalk

Leave a comment